Café Invest
Markets

ไฟฟ้าสหรัฐฯ เพิ่มอุปทานไม่ทันอุปสงค์ หนุน Gas–Grid ระยะยาว

ไฟฟ้าสหรัฐฯ เพิ่มอุปทานไม่ทันอุปสงค์ หนุน Gas–Grid ระยะยาว

ฝั่งอุปทาน ตลาดไฟฟ้าสหรัฐฯ ยังตึงตัว โดย PJM ต้องเร่งหากำลังผลิตใหม่ราว 6.8GW แต่กระบวนการเพิ่มกำลังผลิตยังติดข้อจำกัดด้านกฎเกณฑ์ การอนุมัติ และโครงข่ายไฟฟ้า ขณะที่ฝั่งอุปสงค์ Siemens Energy ยังเห็นความต้องการแข็งแรงจากการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนอุปกรณ์เก่า และ Data Center โดยประเมินตลาด Gas Turbine ราว 110–120GW ต่อปี และอาจเพิ่มอีก 10–20GW จาก Data Center ดังนั้น INVX มองว่าภาวะอุปสงค์สูงกว่าอุปทานยังเป็นบวกเชิงโครงสร้างต่อผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่าง Siemens Energy และ GE Vernova มากกว่าผู้ผลิตไฟฟ้าที่ระยะสั้นยังเผชิญความไม่แน่นอนจากกฎของ PJM และ FERC

1. ฝั่งอุปทาน: สหรัฐฯ เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าไม่ทันความต้องการ

ภาพจากตลาดไฟฟ้าสหรัฐฯ ชี้ว่าปัญหาหลักในปัจจุบันคือ อุปทานกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มไม่ทันอุปสงค์ โดยเฉพาะในพื้นที่ของ PJM ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ของประเทศและครอบคลุมพื้นที่ Data Center สำคัญอย่าง Virginia ปัจจุบัน PJM ต้องการจัดหากำลังผลิตใหม่เพื่อชดเชยช่องว่างประมาณ 6.8GW หลังการประมูลก่อนหน้านี้ไม่สามารถดึงกำลังผลิตเข้าสู่ระบบได้เพียงพอกับความต้องการในช่วงใช้ไฟสูง

อย่างไรก็ตาม กระบวนการเพิ่มอุปทานกำลังเผชิญความล่าช้าด้านกฎเกณฑ์ หลัง FERC ให้ PJM ปรับแผนจัดหากำลังผลิตใหม่ โดยเฉพาะประเด็นว่าใครควรเป็นผู้รับภาระต้นทุนจากการเพิ่มกำลังผลิตเพื่อรองรับ Data Center ส่งผลให้แผนเดิมถูกเลื่อนออกไป และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อผู้ผลิตไฟฟ้าในระยะสั้น ประเด็นนี้สะท้อนว่าแม้ความต้องการใช้ไฟยังเพิ่มขึ้น แต่การสร้างโรงไฟฟ้าและนำกำลังผลิตใหม่เข้าสู่ระบบยังถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์ การอนุมัติ และโครงสร้างตลาด

2. Data Center ทำให้อุปทานตึงตัวมากขึ้น

แรงกดดันด้านอุปทานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของ AI และ Data Center ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักของความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ โดยความต้องการจาก Data Center เป็นแรงผลักสำคัญต่อการเติบโตของการใช้ไฟในระบบ PJM และมีส่วนทำให้ต้นทุนจากการประมูลกำลังผลิตเพิ่มขึ้นเกือบ $30bn ในช่วงที่ผ่านมา

ดังนั้น สิ่งที่ตลาดกำลังเผชิญไม่ใช่ภาวะอุปสงค์อ่อนตัว แต่เป็นความสามารถของระบบในการสร้างอุปทานใหม่ให้ทัน ตั้งแต่โรงไฟฟ้า ระบบส่งไฟ หม้อแปลง ไปจนถึงการเชื่อมต่อโครงการใหม่เข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดมีระยะเวลาก่อสร้างยาวและต้องผ่านกระบวนการอนุมัติหลายขั้นตอน

3. ฝั่งอุปสงค์: Siemens Energy ยืนยันความต้องการยังแข็งแรงเชิงโครงสร้าง

มุมมองของ Siemens Energy สอดคล้องกับภาพอุปทานที่ตึงตัวในสหรัฐฯ โดยบริษัทระบุว่าตลาดไฟฟ้ายังคงได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่ การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น การใช้ไฟฟ้าแทนพลังงานรูปแบบอื่น ความต้องการความมั่นคงของระบบ การเปลี่ยนอุปกรณ์เก่า และการขยายโครงข่ายไฟฟ้า ขณะที่ Data Center เป็นแรงหนุนเพิ่มเติม ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

ประเด็นสำคัญคือ Siemens Energy ระบุว่า ความต้องการของลูกค้ายังสูงกว่าความสามารถของอุตสาหกรรมในการนำกำลังผลิตและระบบส่งไฟใหม่เข้าสู่ตลาด กล่าวคือ อุปสงค์มีอยู่แล้ว แต่ข้อจำกัดอยู่ที่การขออนุญาต การจัดหาเงินทุน การก่อสร้าง การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า และการส่งมอบอุปกรณ์ ทำให้ภาวะอุปทานตึงตัวมีโอกาสต่อเนื่องอีกหลายปี

4. Gas Turbine เป็นจุดที่เห็นอุปสงค์ชัดที่สุด

Siemens Energy ยังคงประเมินตลาด Gas Turbine ที่ประมาณ 110–120GW ต่อปี ในช่วงหลายปีข้างหน้า และมองว่าความต้องการจาก Data Center อาจเพิ่มอีก 10–20GW ส่งผลให้ตลาดรวมอาจขยายเป็นประมาณ 130–140GW ต่อปี หากการลงทุน Data Center เดินหน้าตามแผน

อุปสงค์พื้นฐานไม่ได้มาจาก Data Center เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการเปลี่ยนโรงไฟฟ้าเก่า การเปลี่ยนจากถ่านหินไปสู่ก๊าซ และความต้องการกำลังผลิตที่สามารถเดินเครื่องได้เมื่อต้องการ โดยเฉพาะในระบบที่มีพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ฝั่งอุปทานของ Gas Turbine ยังเพิ่มขึ้นอย่างระมัดระวัง ทำให้ตลาดยังคงตึงตัว และ Siemens Energy ระบุว่าราคาในสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับแข็งแรง โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการช่วงเวลาส่งมอบเร็ว

5. อุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้าเป็นอีกส่วนที่อุปสงค์สูงกว่าอุปทาน

นอกจากโรงไฟฟ้าแล้ว Siemens Energy ยังเห็นภาวะตึงตัวในธุรกิจ Grid Technologies โดยเฉพาะหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ระบบส่งไฟแรงดันสูง HVDC และอุปกรณ์เชื่อมต่อโครงข่าย ซึ่งมีคำสั่งซื้อที่มองเห็นต่อเนื่องไปถึงต้นทศวรรษ 2030

บริษัทระบุว่าตลาดสหรัฐฯ ยังเติบโตแข็งแรงจากการสร้างกำลังผลิตใหม่ ความต้องการจาก Data Center และความจำเป็นในการเสริมความแข็งแกร่งของระบบส่งไฟ ขณะที่ความต้องการในบางผลิตภัณฑ์สูงกว่ากำลังผลิตที่มีอยู่ ทำให้ช่วงเวลาส่งมอบยาวและช่วยสนับสนุนระดับราคา

ภาพนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับปัญหาของ PJM เพราะแม้จะสามารถเพิ่มโรงไฟฟ้าใหม่ได้ แต่หากระบบส่งไฟ หม้อแปลง และการเชื่อมต่อโครงข่ายไม่สามารถเพิ่มได้ทัน กำลังผลิตเหล่านั้นก็ไม่สามารถถูกนำมาใช้รองรับ Data Center ได้เต็มที่

6. Siemens Energy มองว่าความเสี่ยงหลักอยู่ที่การส่งมอบ ไม่ใช่อุปสงค์

หลังจากอุปสงค์อยู่ในระดับสูงมาหลายปี Siemens Energy มองว่าประเด็นสำคัญเริ่มเปลี่ยนจาก “มีคำสั่งซื้อหรือไม่” ไปเป็น “สามารถเพิ่มกำลังผลิตและส่งมอบได้เร็วเพียงใด” บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มกำลังผลิตโรงงาน การบริหารห่วงโซ่อุปทาน และการเปลี่ยน Backlog ให้เป็นรายได้และกำไร

ในธุรกิจ Gas Services บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังส่งมอบเป็นประมาณ 30GW ต่อปีภายในปี 2030 ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่มีอัตรากำไรสูงกว่างานเก่าใน Backlog ซึ่งหมายความว่าหากบริษัทสามารถเพิ่มกำลังผลิตและส่งมอบได้ตามแผน การเติบโตของรายได้มีโอกาสมาพร้อมกับการขยายอัตรากำไร

7. มุมมองของ INVX

เรามองว่าภาพจากฝั่งสหรัฐฯ และ Siemens Energy สะท้อนธีมเดียวกัน คือ อุปสงค์ไฟฟ้ายังแข็งแรง แต่อุปทานกำลังผลิตและโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มไม่ทัน โดย Data Center ยิ่งเร่งความต้องการลงทุนในโรงไฟฟ้า Gas Turbine ระบบส่งไฟ หม้อแปลง และอุปกรณ์โครงข่าย จึงเป็นบวกเชิงโครงสร้างต่อผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่าง Siemens Energy และ GE Vernova ซึ่งได้ประโยชน์จากภาวะตลาดตึงตัว Backlog สูง และราคาคำสั่งซื้อที่แข็งแรง ขณะที่ความเสี่ยงหลักอยู่ที่การเพิ่มกำลังผลิตและการส่งมอบโครงการให้ทัน มากกว่าความเสี่ยงด้านอุปสงค์ ส่วน Constellation Energy, Vistra, NRG และ Talen Energy แม้ยังได้แรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว แต่ระยะสั้นมีความผันผวนมากกว่าจากความไม่แน่นอนของกฎเกณฑ์ PJM และ FERC โดยเฉพาะประเด็นการจัดหากำลังผลิตใหม่และการแบ่งภาระต้นทุน

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน