เราคาดว่า PR9 จะรายงานกำไรปกติ 3Q26 ที่ 230 ลบ. เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 25% QoQ ปัจจัยหนุนกำไรที่สำคัญคือการเติบโตของรายได้และการขยายตัวของ EBITDA margin ทั้งนี้ กำไรปกติที่เติบโตเพียงเล็กน้อย YoY หลักๆ เป็นผลมาจากอัตราภาษีที่กลับสู่ระดับปกติจากฐานต่ำใน 3Q25 ทำให้เรามองว่ากำไรก่อนภาษีซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% YoY และ 26% QoQ สะท้อนผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ PR9 ได้ดีกว่า เราคาดว่าโมเมนตัมกำไรจะยังคงแข็งแกร่งใน 4Q26 และยังคงมุมมองเชิงบวก ทั้งนี้ PR9 ยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มการแพทย์ของเรา คงคำแนะนำ OUTPERFORM ด้วยราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 23 บาท
PR9 – 3Q26F: ไตรมาสที่แข็งแกร่ง

พรีวิว 3Q26: กำไรปกติเติบโตทั้ง YoY และ QoQ เราคาดว่า PR9 จะรายงานกำไรปกติ 3Q26 ที่ 230 ลบ. เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 25% QoQ ปัจจัยหนุนกำไรที่สำคัญคือการเติบโตของรายได้และการขยายตัวของ EBITDA margin ทั้งนี้ กำไรปกติที่เติบโตเพียงเล็กน้อย YoY จะเป็นผลมาจากอัตราภาษีที่กลับคืนสู่ระดับปกติจากฐานต่ำใน 3Q25 ทำให้เรามองว่ากำไรก่อนภาษีซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% YoY และ 26% QoQ สะท้อนผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ PR9 ได้ดีกว่า PR9 จะประกาศผลประกอบการในวันที่ 11 พ.ย. 2026
รายได้เติบโต โดยบริการผู้ป่วยไทยเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตหลัก เราคาดการณ์รายได้ของ PR9 ที่ 1.4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 10% QoQ เร่งตัวขึ้นจากที่เติบโต 3% YoY ใน 2Q26 ปัจจัยสำคัญของการเติบโตรายได้ในไตรมาสนี้แตกต่างจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากคาดว่ารายได้จากผู้ป่วยไทยจะกลายมาเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตหลักที่ 1.1 พันลบ. เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 13% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้บริการทางการแพทย์คงค้าง (pent-up demand) ที่ถูกเลื่อนมาจาก 2Q26 จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามและผลกระทบทางเศรษฐกิจ รวมถึงความร่วมมือกับบริษัทประกันสุขภาพเอกชน และการเพิ่มขึ้นของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจตามฤดูกาล สำหรับรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติ คาดว่าจะอยู่ที่ 389 ลบ. เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 3% QoQ โดยเชื่อว่าการเติบโตจะยังคงมาจากตลาดหลัก เช่น ตะวันออกกลาง และเมียนมา แม้ว่าอัตราการเติบโตที่เริ่มเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้นจะสะท้อนถึงฐานรายได้ที่สูงหลังจากรายได้จากผู้ป่วยชาวเมียนมาทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใน 2Q26
EBITDA margin ขยายตัว ค่าใช้จ่ายภาษีกลับสู่ระดับปกติ เราคาดว่าแนวโน้มการขยายตัวของ EBITDA margin จะต่อเนื่องจาก 2Q26 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการควบคุมต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาดที่ลดลง รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเราคาดการณ์ EBITDA margin ที่ 25.7% ใน 3Q26 เพิ่มขึ้นจาก 24.3% ใน 3Q25 และ 23.8% ใน 2Q26 เราคาดว่าอัตราภาษีที่แท้จริงจะกลับสู่ระดับปกติที่ 20% ใน 3Q26 เมื่อเทียบกับ 18% ใน 3Q25 ซึ่งเป็นช่วงที่ PR9 ได้รับประโยชน์จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนและสังคม
แนวโน้มกำไรดีขึ้น ประมาณการผลประกอบการ 3Q26 ของเราบ่งชี้ว่ากำไรปกติ 9M26 จะคิดเป็น 74% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2026 ของเรา และคิดเป็น 71% ของประมาณการกำไรของตลาด ทั้งนี้ เราเห็นอัพไซด์ต่อประมาณการทั้งปีของเราเล็กน้อย โดยเราคาดว่าผลประกอบการ 4Q26 จะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้บริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของ EBITDA margin เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อ PR9 โดยได้รับแรงหนุนจากโอกาสการเติบโตจากตลาดผู้ป่วยต่างชาติใหม่ๆ สัดส่วนรายได้จากบริการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อนสูงที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ PR9 ด้วยราคาเป้าหมายกลางปี 2027 อ้างอิงวิธี DCF ที่ 23 บาท โดยอิงกับ WACC ที่ 7.7% และอัตราการเติบโตในระยะยาวที่ 2.5%
ความเสี่ยง ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของรายได้ และการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ความเสี่ยงด้าน ESG ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำและพลังงาน (ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม) จากการมี data center ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล และความปลอดภัยของผู้ป่วย (ประเด็นด้านสังคม) อย่างไรก็ดี PR9 ได้นำระบบบริหารและควบคุมคุณภาพที่หลากหลายมาใช้เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูงและต่อเนื่องแก่ผู้ป่วยได้

