การเยี่ยมชมโครงการพลังงานสะอาด (CFP) ของ TOP และบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) ตอกย้ำมุมมองที่ว่ากลุ่ม PTT กำลังก้าวข้ามจากการเป็นบริษัทพลังงานแบบครบวงจรไปสู่การเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศในระยะยาว โดย CFP จะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโรงกลั่น ขณะที่ PTT Tank กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมทั้งท่าเรือ คลังเก็บ LNG ระบบท่อขนส่ง และเครือข่ายโลจิสติกส์ สินทรัพย์เหล่านี้ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย สนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม และเปิดโอกาสให้เข้าถึงห่วงโซ่คุณค่าพลังงานในอนาคต เราเชื่อว่าธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของกำไรและมูลค่าในระยะยาวของ PTT มากขึ้น เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ PTT ด้วยราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี SOTP ที่ 50 บาท
PTT – วางรากฐานด้านพลังงานของประเทศไทย

CFP: เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแพลตฟอร์มธุรกิจปลายน้ำ ผู้บริหารเน้นย้ำถึงบทบาทเชิงกลยุทธ์ของ CFP ในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจปลายน้ำของกลุ่ม PTT และอุตสาหกรรมการกลั่นของประเทศไทย โดยการก่อสร้างยังคงคืบหน้าตามแผน และคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ (COD) ภายใน 3Q28 ในฐานะหนึ่งในโครงการยกระดับโรงกลั่นครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ CFP จะช่วยเพิ่มเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้น้ำมันดิบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค นอกเหนือจากผลตอบแทนทางการเงินแล้ว โครงการนี้ยังช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยผ่านการรับประกันความต่อเนื่องของการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงและวัตถุดิบ CFP ยังคงเป็นสินทรัพย์สำคัญในห่วงโซ่คุณค่าแบบครบวงจรของ PTT และสนับสนุนกลยุทธ์ธุรกิจปลายน้ำในระยะยาว
PTT Tank: ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มการเติบโตด้านโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่ม PTT PTT Tank ได้เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ให้บริการคลังเก็บผลิตภัณฑ์ไปสู่แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ บริษัทได้ขยายธุรกิจไปสู่ท่าเรือ คลังเก็บผลิตภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน LNG และเครือข่ายโลจิสติกส์ ผ่านการเข้าซื้อกิจการ การร่วมทุน และการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผู้บริหารได้เปิดเผยแผนงานในการพัฒนาแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจร สู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานชั้นนำของประเทศไทย และพัฒนาศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับ LNG ไฮโดรเจน แอมโมเนีย CCS/CCUS และเชื้อเพลิงทางเลือก โครงการสำคัญประกอบด้วย GMTP LNG Terminal, Thai Tank Terminal, BTF Chemical Terminal และความร่วมมือกับ TOP
เสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศของ PTT ผ่านการบูรณาการ การเข้าเยี่ยมชมครั้งนี้ตอกย้ำมุมมองของเราว่า PTT กำลังก้าวข้ามจากการเป็นบริษัทพลังงานแบบครบวงจรไปสู่การเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเชิงกลยุทธ์ นอกเหนือจาก CFP แล้ว PTT Tank ยังช่วยขยายการลงทุนของกลุ่มไปยังสินทรัพย์ประเภทท่าเทียบเรือ คลังเก็บ LNG และโลจิสติกส์ เราเชื่อว่าพอร์ตโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะกลายเป็นแหล่งสร้างเสถียรภาพของกำไรและมูลค่าเพิ่มในระยะยาวที่สำคัญมากขึ้น พร้อมกับสร้างโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำและธุรกิจบริหารจัดการคาร์บอนในอนาคต
โครงสร้างพื้นฐานจะกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของ PTT เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลยุทธ์การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวของ PTT ในขณะที่นักลงทุนมักให้ความสำคัญกับกำไรจากธุรกิจต้นน้ำ โรงกลั่น และปิโตรเคมีเป็นหลัก แต่พอร์ตโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังขยายตัวมีศักยภาพที่จะกลายเป็นแหล่งสร้างมูลค่าที่มีนัยสำคัญ สินทรัพย์เหล่านี้มีข้อได้เปรียบจากอุปสรรคในการเข้าสู่ธุรกิจที่สูง ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ มีอายุการใช้งานนาน และสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ยังช่วยวางตำแหน่งให้ PTT สามารถคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอนาคต เพิ่มความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มีการเติบโตเชิงโครงสร้างในระยะยาว
ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การดำเนินโครงการและการสร้างผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ CFP จำเป็นต้องบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานและการปรับปรุงอัตรากำไรท่ามกลางสภาวะแวดล้อมของธุรกิจโรงกลั่นที่ยังคงท้าทาย ขณะที่โครงการ LNG ท่าเทียบเรือ และคลังเก็บผลิตภัณฑ์ของ PTT Tank ยังคงเผชิญความเสี่ยงด้านการก่อสร้าง การจัดหาเงินทุน กฎระเบียบ และอัตราการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์

