Café Invest
Markets

Richemont 1Q27 โตแรงกว่าคาด โดย Cartier หนุนยอดขายทุกภูมิภาค

Richemont 1Q27 โตแรงกว่าคาด โดย Cartier หนุนยอดขายทุกภูมิภาค

Richemont รายงานยอดขาย 1Q27 โตแกร่ง 20% YoY ดีกว่าตลาดคาดอย่างมาก นำโดยกลุ่มเครื่องประดับหรู (Cartier, Van Cleef & Arpels) ที่โต 24% จากกำลังซื้อที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดย INVX มองมีโอกาสที่ Richemont จะถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงหนุนต่อราคาหุ้น อย่างไรก็ตาม INVX มองว่าความแข็งแกร่งนี้เป็นปัจจัยเฉพาะตัวของหมวดเครื่องประดับ จึงยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวในวงกว้างของอุตสาหกรรมสินค้าหรูสายแฟชั่นอย่าง LVMH หรือ Kering โดย INVX แนะติดตามยอดขายกลุ่มแฟชั่นของ LVMH และยอดขายกระเป๋าของ Hermes โดยเฉพาะยอดขายในประเทศจีน เพื่อยืนยันว่าอุตสาหกรรมสินค้าหรูเริ่มฟื้นตัวในวงกว้างจริง

ยอดขายไตรมาสแรกสูงกว่าคาดชัดเจน


Richemont รายงานยอดขาย 1Q27 (สิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2026) เพิ่มขึ้น 20% YoY เมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ สูงกว่าตลาดคาดที่ €5.87–5.90 พันล้าน และคาดว่าจะเติบโตประมาณ 11% สะท้อนว่าความต้องการสินค้าหรูระดับบนยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าผู้บริโภคทั่วไป


เมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยนจริง ยอดขายเพิ่มขึ้น 17% YoY แสดงว่าค่าเงินยังเป็นแรงกดดันบางส่วน แต่ไม่สามารถหักล้างการเติบโตของยอดขายพื้นฐานได้

รายการ

ผลประกอบการ

ตลาดคาด

ยอดขายรวม

€6.33 พันล้าน

€5.87–5.90 พันล้าน

การเติบโตที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่

+20%

ประมาณ +11%

การเติบโตตามอัตราแลกเปลี่ยนจริง

+17%

-

เงินสดสุทธิ

€9.1 พันล้าน

-

Cartier และ Van Cleef & Arpels ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก


ธุรกิจเครื่องประดับ ซึ่งสร้างรายได้ราว 75% ของกลุ่ม รายงานยอดขาย €4.73 พันล้าน เพิ่มขึ้น 24% เทียบกับตลาดคาดประมาณ 13% และเป็นการเติบโตสองหลักต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7


แรงหนุนสำคัญมาจากความนิยมของแบรนด์ Cartier, Van Cleef & Arpels, Buccellati และ Vhernier รวมถึงความสามารถในการออกแบบสินค้าใหม่ควบคู่กับการรักษาความต้องการของสินค้ารุ่นหลัก ส่งผลให้บริษัทมีอำนาจในการกำหนดราคาสูงกว่าคู่แข่งที่พึ่งพาสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนังมากกว่า


เครื่องประดับระดับสูงยังถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ดีกว่าเสื้อผ้าหรือกระเป๋าหรูในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน จึงช่วยให้ Richemont รับมือกับการชะลอตัวของอุตสาหกรรมสินค้าหรูได้ดีกว่า LVMH และ Kering

กลุ่มธุรกิจ

ยอดขาย

เติบโตที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่

ตลาดคาด

เครื่องประดับ

€4.73 พันล้าน

+24%

ประมาณ +13%

นาฬิกาเฉพาะทาง

€873 ล้าน

+8%

ประมาณ +4–5%

แฟชั่นและธุรกิจอื่น

€724 ล้าน

+9%

ประมาณ +6%

สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเติบโตเด่น ขณะที่เอเชียเริ่มฟื้นตัว


ยอดขายเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค โดยทวีปอเมริกาเติบโต 27% จากความต้องการของลูกค้าในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคมั่งคั่งในสหรัฐฯ ที่ยังใช้จ่ายกับเครื่องประดับ Cartier และ Van Cleef & Arpels อย่างต่อเนื่อง


ญี่ปุ่นเติบโตสูงสุดที่ 36% ได้แรงหนุนทั้งจากลูกค้าท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ขณะที่เอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้น 21% โดยยอดขายรวมในจีน ฮ่องกง และมาเก๊ากลับมาเติบโตสองหลักจากความแข็งแกร่งของธุรกิจเครื่องประดับ รวมถึงการเติบโตในเกาหลีใต้และไต้หวัน


อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนาฬิกาในจีน ฮ่องกง และมาเก๊ายังคงลดลง สะท้อนว่าการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าหรูในจีนยังไม่ครอบคลุมทุกประเภทสินค้า

ภูมิภาค

ยอดขาย

เติบโตที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่

ตลาดคาด

ทวีปอเมริกา

€1.67 พันล้าน

+27%

+15–16%

ญี่ปุ่น

€632 ล้าน

+36%

+20–22%

เอเชียแปซิฟิก

€2.07 พันล้าน

+21%

+11%

ยุโรป

€1.43 พันล้าน

+11%

+6–7%

ตะวันออกกลางและแอฟริกา

€530 ล้าน

+3%

ลดลงประมาณ 2–6%

ร้านค้าของบริษัทเติบโตเร็วกว่าช่องทางอื่น


ยอดขายผ่านร้านค้าของบริษัทเพิ่มขึ้น 24% เป็น €4.50 พันล้าน และคิดเป็น 71% ของยอดขายรวม สูงกว่าตลาดคาดอย่างชัดเจน ขณะที่ยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้น 18% และช่องทางค้าส่งเพิ่มขึ้น 9%


สัดส่วนร้านค้าของบริษัทที่สูงช่วยให้ Richemont ควบคุมประสบการณ์ลูกค้า ราคา และสินค้าคงคลังได้ดีขึ้น รวมถึงลดการพึ่งพาผู้ค้าส่งซึ่งมีความผันผวนมากกว่า จึงเป็นผลบวกต่อคุณภาพรายได้และอัตรากำไรในระยะยาว

มุมมองของ INVX


มุมมองต่อ Richemont


ผลประกอบการที่สูงกว่าคาดในทุกกลุ่มธุรกิจและเกือบทุกภูมิภาค ทำให้ประมาณการยอดขายและกำไรปีการเงิน 2027 มีโอกาสถูกปรับขึ้น จากปัจจุบันที่ตลาดคาดยอดขายในอัตราแลกเปลี่ยนคงที่เติบโตราว 9% และกำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วประมาณ €7 เพิ่มขึ้น 19%


นอกจากนี้ ราคาทองคำและโลหะมีค่าที่ลดลงจากระดับเฉลี่ยก่อนหน้า รวมถึงแรงกดดันจากค่าเงินที่ผ่อนคลายลง อาจช่วยให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นได้มากกว่าที่ตลาดคาด แม้บริษัทยังต้องเผชิญต้นทุนวัตถุดิบ ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์


ฐานะเงินสดสุทธิ €9.1 พันล้าน ยังเปิดโอกาสให้บริษัทลงทุนขยายร้านค้า พัฒนาแบรนด์ จ่ายเงินปันผล หรือซื้อหุ้นคืน โดยไม่สร้างแรงกดดันต่อฐานะการเงิน


มุมมองต่ออุตสาหกรรมสินค้าหรูหรา


เรามองว่าผลบวกต่อหุ้นสินค้าหรูรายอื่นควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะความแข็งแกร่งของ Richemont ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยเฉพาะของบริษัท ได้แก่ สัดส่วนเครื่องประดับที่สูง แบรนด์ที่มีอำนาจกำหนดราคา และความต้องการจากสหรัฐฯ ขณะที่ LVMH, Kering และ Burberry มีสัดส่วนรายได้จากแฟชั่นและเครื่องหนังมากกว่า จึงต้องรอดูยอดขายกลุ่มแฟชั่นของ LVMH และยอดขายกระเป๋าของ Hermes โดยเฉพาะยอดขายในประเทศจีน เพื่อยืนยันว่าอุตสาหกรรมสินค้าหรูเริ่มฟื้นตัวในวงกว้างจริง

ข้อสงวนสิทธิ์


ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Richemont 1Q27 โตแรงกว่าคาด โดย Cartier หนุนยอดขายทุกภูมิภาค | Café Invest