Waymo กำลังยกระดับ Robotaxi จากบริการทดลองสู่ธุรกิจจริง ผ่านแพ็กเกจสมาชิกรายเดือนสำหรับผู้ใช้ประจำ พร้อมสิทธิรับรถเร็วขึ้นและเครดิตคืน ตรงข้ามกับ Tesla ที่ยังมีรถ Robotaxi เพียง 59 คัน และให้บริการจำกัดใน 3 เมืองของ Texas ห่างจากเป้าหมายใหญ่ของ Musk มาก มุมมองลงทุนจึงเป็นบวกต่อ Alphabet/Waymo มากกว่า Tesla ในธีม Robotaxi ระยะสั้นถึงกลาง เพราะ Waymo มีความคืบหน้าเชิงพาณิชย์ชัดกว่า
Robotaxi: Waymo เริ่มเก็บรายได้แบบสมาชิก ขณะที่ Tesla ยังห่างไกลเป้าหมายของ Musk

1) ภาพรวมเรื่อง
ภาพรวมธุรกิจรถไร้คนขับรับส่งผู้โดยสารเริ่มเห็นความต่างชัดเจนระหว่าง Waymo และ Tesla โดย Waymo กำลังเดินหน้าจากบริการทดลองสู่ธุรกิจจริงมากขึ้น ผ่านการออกแพ็กเกจสมาชิกรายเดือน Waymo Premier ราคา $29.99-30 ต่อเดือน สำหรับผู้ใช้บ่อยใน San Francisco, Los Angeles และ Phoenix พร้อมสิทธิรับรถเร็วขึ้น คืนเงินเป็นเครดิต 10% และยกเลิกฟรีสูงสุด 5 ครั้งต่อเดือน
ขณะที่ Tesla ยังเผชิญช่องว่างระหว่าง “คำมั่นของ Elon Musk” กับการใช้งานจริง โดยแม้เคยระบุว่าจะให้บริการรถไร้คนขับครอบคลุมประชากรสหรัฐราวครึ่งหนึ่งภายในสิ้นปี 2025 แต่ล่าสุดมีรถ Robotaxi เพียง 59 คัน และให้บริการจำกัดใน 3 เมืองของรัฐ Texas เท่านั้น อีกทั้งยังมีปัญหาคิวรอนาน จุดรับ-ส่งไม่แม่น และบางเที่ยวต้องมีเจ้าหน้าที่นั่งกำกับ
สรุปจาก Timeline: Musk สื่อสารเป้าหมาย Robotaxi อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2016 และยกระดับความคาดหวังมากขึ้นในปี 2025-2026
ช่วงเวลา | คำพูด / เป้าหมายที่ Elon Musk เคยสื่อสาร | ความหมายเชิงธุรกิจ |
|---|---|---|
ก.ค. 2016 | “เราอยู่ห่างจากรถขับเองเต็มรูปแบบไม่ถึง 2 ปี” | เริ่มสร้างความคาดหวังว่า Tesla จะเข้าสู่ยุครถขับเองได้เร็วมาก |
เม.ย. 2019 | “ผมมั่นใจมากว่าจะมี Robotaxi ของ Tesla ในปีหน้า” | วางภาพว่า Robotaxi จะเป็นธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในระยะสั้น |
มี.ค. 2025 | Tesla แบบขับเองโดยไม่มีคนคุมจะเริ่มรับผู้โดยสารใน Austin เดือน มิ.ย. และขยายไปหลายเมืองในสหรัฐภายในสิ้นปี | ยกระดับความคาดหวังจากการทดลอง เป็นการให้บริการจริงในหลายเมือง |
พ.ค. 2025 | “เราน่าจะมี Robotaxi ถึง 1,000 คันภายในไม่กี่เดือน” | ชี้ว่าบริษัทคาดว่าจะขยายจำนวนรถอย่างรวดเร็ว |
ก.ค. 2025 | “เราน่าจะมีบริการเรียกรถขับเองครอบคลุมประชากรราวครึ่งหนึ่งของสหรัฐภายในสิ้นปี” | เป็นเป้าหมายใหญ่ที่สุด สื่อว่าบริการจะขยายเป็นวงกว้างในระดับประเทศ |
ต.ค. 2025 | Musk คาดว่าจะมี Robotaxi 1,000 คันใน San Francisco Bay Area และมากกว่า 500 คันในเขต Austin ภายในสิ้นปี | ตั้งเป้าการขยายทั้งจำนวนรถและพื้นที่ให้บริการในเมืองหลัก |
ต.ค. 2025 | “เราคาดว่าจะให้บริการ Robotaxi ในราว 8-10 เขตเมืองภายในสิ้นปี” | สะท้อนแผนขยายเชิงพาณิชย์จากเมืองเดียวไปหลายเมือง |
ม.ค. 2026 | Tesla ประกาศแผนขยาย Robotaxi ไปยัง Phoenix, Miami, Orlando, Tampa และ Las Vegas ในครึ่งแรกของปี 2026 | แสดงแผนขยายต่อเนื่อง แต่ยังต้องพิสูจน์การใช้งานจริงและการอนุมัติในแต่ละพื้นที่ |
2) Waymo กำลังเปลี่ยนจาก “เทคโนโลยี” เป็น “โมเดลธุรกิจ”
- Waymo Premier สะท้อนว่าบริษัทเริ่มเน้นสร้างรายได้จากผู้ใช้ประจำ ไม่ใช่แค่พิสูจน์ว่าเทคโนโลยีขับเองทำงานได้
- จุดขายหลักคือความสะดวกและความสม่ำเสมอ เช่น ได้รับรถเร็วขึ้น ได้เครดิตคืน 10% และได้สิทธิทดลองบริการในเมืองใหม่ก่อน
- โปรแกรมนี้ยังเป็นแบบเชิญเท่านั้น และเริ่มจากเมืองที่ Waymo มีฐานผู้ใช้แข็งแรงที่สุด ได้แก่ San Francisco, Los Angeles และ Phoenix
- Waymo ยังขยายขนาดเร็วขึ้น โดยจำนวนเที่ยวโดยสารแบบจ่ายเงินต่อสัปดาห์เพิ่มเป็นราว 500,000 เที่ยว ใน 10 เมืองของสหรัฐ ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี
3) Tesla ยังอยู่ช่วงพิสูจน์ความพร้อมจริง
- Tesla มี Robotaxi เพียง 59 คัน เทียบกับเป้าหมายที่ Musk เคยพูดถึงระดับหลายร้อยถึงพันคันในหลายเมือง
- บริการยังมีข้อจำกัดด้านประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น รอนาน บางช่วงเรียกรถไม่ได้ รับ-ส่งผิดจุด และบางเที่ยวต้องมีคนคอยดูแลด้านความปลอดภัย
- Musk ยอมรับว่าธุรกิจ Robotaxi ยังไม่ทำกำไรจนกว่าจะถึงอย่างน้อยปี 2027
- ใน California รถที่ Tesla เรียกว่า Robotaxi ยังเป็นบริการที่มีคนขับคุมอยู่ ไม่ใช่บริการไร้คนขับเต็มรูปแบบเหมือนใน Texas
4) การแข่งขันกำลังวัดกันที่ “ขนาดบริการจริง” มากกว่าคำประกาศ
- Waymo มีความได้เปรียบด้านขนาดและความพร้อมเชิงปฏิบัติการ โดยใน Texas มีรถอัตโนมัติจดทะเบียนมากกว่า 600 คัน หรือราว 10 เท่าของจำนวนรถ Robotaxi ทั้งหมดของ Tesla
- Tesla ยังต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลังบ้าน เช่น ศูนย์ล้างรถ ชาร์จไฟ และตรวจสภาพรถ เพื่อให้สามารถให้บริการเชิงพาณิชย์ได้จริงในหลายเมือง
- จุดต่างสำคัญคือ Waymo เดินแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่เริ่มหารายได้จากลูกค้าประจำ ขณะที่ Tesla ยังขายภาพการเติบโตในอนาคตมากกว่าผลลัพธ์ปัจจุบัน
มุมมองของ INVX
- ประเด็นนี้เป็นบวกต่อ Alphabet/Waymo เพราะแสดงให้เห็นว่า Waymo เข้าใกล้โมเดลธุรกิจจริงมากขึ้น และเริ่มสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้าประจำผ่านระบบสมาชิก
- ขณะที่เป็นความเสี่ยงต่อ Tesla เพราะมูลค่าหุ้นจำนวนมากยังผูกกับความคาดหวัง Robotaxi แต่การใช้งานจริงยังเล็กและช้ากว่าที่เคยสื่อสารไว้มาก

