ผลทดลองล่าสุดของ Roche, GSK และ BioNTech สะท้อนความก้าวหน้าของยามะเร็งปอดรุ่นใหม่ โดย GSK และ Roche แสดงผลลดความเสี่ยงเสียชีวิต 54% ใน SCLC ขณะที่ BioNTech สามารถยืดระยะเวลารอดชีวิตใน NSCLC จาก 10 เดือนเป็น 18.5 เดือน จุดเด่นของยารุ่นใหม่คือประสิทธิผลที่ดีขึ้นและมีโอกาสลดการพึ่งพาเคมีบำบัด ซึ่งเป็นบวกต่อมูลค่าท่อพัฒนายาของทั้งสามบริษัท แต่การแข่งขันจะขึ้นอยู่กับความปลอดภัย ความเร็วในการอนุมัติ และการยืนยันผลในการทดลองระดับโลก
ยามะเร็งปอดรุ่นใหม่ให้ผลเด่น หนุน Roche, GSK และ BioNTech

ยามะเร็งปอดรุ่นใหม่ให้ผลเด่น หนุน Roche, GSK และ BioNTech
1. Roche ได้แรงหนุนจาก Tam-Peli หลังผลทดลองระยะที่ 3 เป็นบวก
· Roche รายงานผลการทดลองระยะที่ 3 ของ Tam-Peli สำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็กที่กลับมาเป็นซ้ำในจีน โดยยาสามารถ ลดความเสี่ยงเสียชีวิตได้ 54% และลดความเสี่ยงโรคลุกลามได้ 71% เมื่อเทียบกับยาเคมีบำบัด topotecan ขณะที่อัตราการตอบสนองต่อการรักษาอยู่ที่ 59.1% เทียบกับ 9.7%
· ผลดังกล่าวสะท้อนว่า Tam-Peli มีศักยภาพในโรคที่ยังมีทางเลือกการรักษาจำกัด และช่วยยืนยันแนวทางการใช้ยาที่จับเป้าหมาย B7-H3 อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังมองว่าเป็นเพียง ปัจจัยบวกระดับเล็กต่อ Roche เนื่องจากข้อมูลมาจากการทดลองในจีน ขณะที่โครงการพัฒนานอกจีนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
2. GSK มีข้อมูล Ris-Rez ที่แข็งแกร่งกว่าในด้านระยะเวลารอดชีวิต
· GSK และ Hansoh รายงานผลการทดลองระยะที่ 3 ของ Ris-Rez ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็กที่กลับมาเป็นซ้ำ โดยลดความเสี่ยงเสียชีวิตได้ 54% เช่นเดียวกับ Tam-Peli แต่มีระยะเวลารอดชีวิตมัธยฐานอยู่ที่ 18.5 เดือน เทียบกับ 10.3 เดือน ของ topotecan
· ในเชิงตัวเลข Ris-Rez ดูดีกว่า Tam-Peli ซึ่งมีระยะเวลารอดชีวิตมัธยฐานราว 13.3 เดือน แต่ยังไม่ควรเปรียบเทียบตรงๆ เนื่องจากลักษณะผู้ป่วย ระยะเวลาติดตาม และขนาดยาที่ใช้แตกต่างกัน ขณะที่ Tam-Peli มีแนวโน้มได้เปรียบด้านความทนต่อยาและผลข้างเคียง
3. การแข่งขันในกลุ่ม B7-H3 รุนแรงขึ้น โดย Merck มีโอกาสเข้าสู่ตลาดก่อน
· ตลาดยามะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็กกำลังมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นระหว่าง GSK, Roche และ Merck/Daiichi Sankyo โดยยาของ Merck คือ ifinatamab deruxtecan มีโอกาสได้รับอนุมัติก่อน จากกำหนดพิจารณาของ FDA ในเดือน ต.ค. 2026
· อย่างไรก็ดี ข้อมูลระยะที่ 2 ของ Merck มีอัตราการตอบสนองราว 48% ต่ำกว่า Ris-Rez และ Tam-Peli ที่อยู่ใกล้ 58-59% หากผลระยะที่ 3 ในอนาคตยังเป็นไปในทิศทางเดียวกัน GSK หรือ Roche อาจมีโอกาสแย่งส่วนแบ่งตลาดได้ แม้จะเข้าสู่ตลาดภายหลัง
4. BioNTech เปิดอีกโอกาสในมะเร็งปอดชนิด NSCLC ด้วย Gotistobart
· BioNTech และ OncoC4 รายงานผลของ gotistobart ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็กชนิด squamous ที่โรคลุกลามหลังได้รับภูมิคุ้มกันบำบัดและเคมีบำบัด โดยผู้ป่วยมีระยะเวลารอดชีวิตมัธยฐาน 18.5 เดือน เทียบกับ 10 เดือน ของ docetaxel หรือเกือบเพิ่มขึ้นเท่าตัว
· จุดเด่นของ gotistobart คือมีศักยภาพเป็นทางเลือกที่ ไม่ต้องใช้เคมีบำบัด ซึ่งอาจเปลี่ยนแนวทางการรักษาได้หากผลได้รับการยืนยันในส่วนหลักของการทดลองระยะที่ 3 ขณะที่ Bloomberg Intelligence ประเมินยอดขายสูงสุดก่อนปรับความเสี่ยงไว้ราว $1.6bn และมองว่ามีโอกาสเข้าสู่ตลาดได้ราวปี 2028
5. ผลทดลองรอบนี้สะท้อนการแข่งขันด้านมะเร็งปอดกำลังเร่งตัว
· ภาพรวมข้อมูลจาก Roche, GSK และ BioNTech สะท้อนว่าการพัฒนายามะเร็งปอดกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีทางเลือกใหม่หลายรูปแบบ ทั้งยาที่จับเป้าหมาย B7-H3 และยาภูมิคุ้มกันรุ่นใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันคือ ยืดอายุผู้ป่วย ลดการพึ่งพาเคมีบำบัด และเพิ่มคุณภาพการรักษา
· แรงตอบรับของตลาดจึงเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มยา โดย Roche, GSK และ BioNTech ต่างปรับขึ้นหลังเปิดเผยข้อมูล ขณะเดียวกันการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นหมายความว่าในระยะถัดไป นักลงทุนต้องพิจารณาไม่เพียงประสิทธิผลของยา แต่รวมถึงความปลอดภัย ความเร็วในการได้รับอนุมัติ และความสามารถในการขยายไปยังมะเร็งชนิดอื่นด้วย
มุมมอง InnovestX
· เรามองข้อมูลรอบนี้เป็น บวกต่อ Roche, GSK และ BioNTech แต่ระดับของผลบวกแตกต่างกัน โดย GSK มีข้อมูลระยะที่ 3 ที่เด่นที่สุดใน SCLC ในปัจจุบัน ขณะที่ Roche มีจุดแข็งด้านความทนต่อยาแต่ยังต้องเร่งการทดลองระดับโลก ส่วน BioNTech มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจาก gotistobart สูงกว่าในเชิงการเปลี่ยนผ่านบริษัทสู่ธุรกิจมะเร็ง หากผลการทดลองส่วนหลักยืนยันประโยชน์ด้านการรอดชีวิตได้
· สำหรับการแข่งขันใน SCLC เรามองว่า Merck ได้เปรียบด้านเวลาเข้าสู่ตลาด ขณะที่ GSK และ Roche มีโอกาสได้เปรียบด้านประสิทธิผลในระยะยาว ส่วน BioNTech อยู่ในตลาด NSCLC ที่แตกต่างออกไปและมีโอกาสสร้างทางเลือกแบบไม่ใช้เคมีบำบัด จึงควรติดตามผลทดลองระยะที่ 3 และการยื่นขออนุมัติเป็นปัจจัยสำคัญถัดไป
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

