Café Invest
Markets

Defense: งบ 3Q26 ของ RTX, NOC, GE ดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มกำไร FY26

Defense: งบ 3Q26 ของ RTX, NOC, GE ดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มกำไร FY26

ผลประกอบการ 3Q26 ของกลุ่ม Defense (RTX, GE, NOC) ดีกว่าคาดและมีคำสั่งซื้อคงค้างสูงเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งต่อเนื่องถึงปี 2027 และปรับกำไร FY26 ขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังไม่ตอบสนองมากนัก เนื่องจากตลาดกังวลว่าคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ต้องใช้เวลารับรู้รายได้ ขณะที่ต้นทุนผลิตและข้อจำกัดด้านกำลังผลิตยังส่งผลต่อมาร์จิ้น เราจึงมองว่าปัจจัยขับเคลื่อนราคาหุ้นระยะถัดไปจะอยู่ที่การเปลี่ยนคำสั่งซื้อเป็นกำไรและกระแสเงินสด โดยให้น้ำหนัก RTX มากที่สุด จากความชัดเจนของรายได้และความสมดุลของธุรกิจ

1. ภาพรวมผลประกอบการ 3Q26: กำไรดีกว่าคาดทั้ง 3 บริษัท หนุนจากธุรกิจป้องกันประเทศและบริการอากาศยาน

ภาพรวมผลประกอบการ 3Q26 ของ RTX, GE Aerospace และ Northrop Grumman (NOC) มีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าตลาดคาดทั้งหมด โดย RTX และ GE มีรายได้สูงกว่าคาด ขณะที่ NOC มีรายได้ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความต้องการขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และการเร่งเติมคลังอาวุธของสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณกลาโหม ขณะที่ธุรกิจอากาศยานเชิงพาณิชย์ยังได้รับประโยชน์จากการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์และการขยายฝูงบิน ส่งผลให้ทั้งสามบริษัทปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านต้นทุนการผลิต การขาดแคลนชิ้นส่วน และอัตรากำไรธุรกิจบริการที่เริ่มชะลอตัว ยังคงเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มการเติบโตของกำไร

ตารางเปรียบเทียบผลประกอบการ 3Q26 (หน่วย: พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

รายการ

RTX

GE Aerospace

NOC

รายได้

24.97

13.29*

11.12

เติบโต YoY

+11%

+18%

+7%

รายได้เทียบคาด

+3.7%

+3.3%

-0.1%

EPS ($)

2.26

2.25

7.89

EPS เติบโต YoY

+32.9%

+35.5%

+2.9%

EPS สูงกว่าคาด

+26.3%

+11.9%

+10.0%

อัตรากำไรดำเนินงาน

—

22.5%*

11.4%

การเปลี่ยนแปลง YoY

—

+2.2 จุด%

-0.5 จุด%

กระแสเงินสดอิสระ

2.12

2.04*

1.8*

การเติบโตของกระแสเงินสด

-47% YoY

-14% YoY

เกือบ 2 เท่า QoQ

คำสั่งซื้อคงค้าง

340

มากกว่า 170**

109.6

หมายเหตุ: * GE ใช้รายได้ กำไรดำเนินงาน และกระแสเงินสดอิสระที่ปรับปรุงแล้ว ขณะที่ NOC ใช้กระแสเงินสดอิสระที่ปรับปรุงแล้ว **ตัวเลขของ GE เป็นคำสั่งซื้อคงค้างเฉพาะธุรกิจบริการเครื่องยนต์เชิงพาณิชย์

รายละเอียดผลประกอบการรายบริษัท

RTX (RTX US): รายได้และกำไรเติบโตเด่นจากทั้งธุรกิจป้องกันประเทศและอากาศยาน รายได้เพิ่มขึ้น 11% YoY สู่ $24.97 พันล้าน ขณะที่ EPS เพิ่มขึ้น 33% YoY สู่ $2.26 สูงกว่าคาด 26% โดยธุรกิจ Raytheon มีรายได้เติบโต 14% YoY จากความต้องการขีปนาวุธ ส่วน Collins Aerospace และ Pratt & Whitney เติบโตประมาณ 10% YoY จากความต้องการชิ้นส่วนและบริการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตาม EPS ได้รับประโยชน์จากการรับคืนต้นทุนภาษีศุลกากร $0.25 ต่อหุ้น ซึ่งเป็นรายการที่อาจไม่เกิดซ้ำ ขณะที่กระแสเงินสดอิสระลดลง 47% YoY สะท้อนว่าคุณภาพกำไรยังต้องติดตาม

GE Aerospace (GE US): ธุรกิจเครื่องยนต์แข็งแกร่ง แต่การขยายตัวของมาร์จิ้นเริ่มจำกัด รายได้ที่ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 18% YoY สู่ $13.29 พันล้าน และ EPS เพิ่มขึ้น 36% YoY สู่ $2.25 สูงกว่าคาด 12% โดยธุรกิจเครื่องยนต์เชิงพาณิชย์และบริการมีรายได้เติบโต 21% YoY จากยอดขายเครื่องยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น 38% และบริการซ่อมบำรุงที่เติบโต 17% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรของธุรกิจดังกล่าวลดลงเล็กน้อยสู่ 27.9% เนื่องจากยอดขายเครื่องยนต์ใหม่มีมาร์จิ้นต่ำกว่าธุรกิจบริการ ขณะที่กระแสเงินสดอิสระลดลง 14% YoY

NOC (NOC US): กำไรดีกว่าคาดจากการควบคุมต้นทุนและโครงการยุทธศาสตร์ รายได้เพิ่มขึ้น 7% YoY สู่ $11.12 พันล้าน ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่ EPS เพิ่มขึ้น 3% YoY สู่ $7.89 สูงกว่าคาด 10% โดยธุรกิจ Aeronautics Systems และ Defense Systems เติบโต 14% และ 12% YoY ตามลำดับ จากโครงการ F-35, B-21 และ Sentinel ขณะที่อัตรากำไรระดับธุรกิจอยู่ที่ 12.1% สูงกว่าตลาดคาด 11.5% แม้ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินโครงการที่ดีขึ้น

2. แนวโน้ม 4Q26 และ FY27: ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้ แต่การเติบโตปีหน้าขึ้นอยู่กับกำลังผลิตและมาร์จิ้น

ทั้งสามบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ EPS ปี 2026 หลังผลประกอบการแข็งแกร่งกว่าประมาณการเดิม โดย RTX มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรเด่นที่สุด ขณะที่ GE และ NOC ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากคำสั่งซื้อคงค้างจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2027 ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความสามารถในการเปลี่ยนคำสั่งซื้อเป็นรายได้และกระแสเงินสดมากกว่าการเติบโตของยอดคำสั่งซื้อเพียงอย่างเดียว

ตาราง Guidance ปี 2026 และ Outlook ปี 2027

บริษัท

EPS ปี 2026 เดิม ($)

EPS ปี 2026 ใหม่ ($)

แนวโน้ม FY27

RTX

7.10–7.25

7.65–7.75

ขยายการผลิตขีปนาวุธและปรับปรุงมาร์จิ้น

GE

7.65–7.85

8.00–8.10

รายได้บริการเครื่องยนต์เติบโตระดับ 10% ต้นๆ

NOC

28.60–29.10

29.35–29.75

รายได้โต 5–7%; มาร์จิ้นเพิ่ม 0.1–0.2 จุด%

RTX: สำหรับ 4Q26 บริษัทคาดว่าคำสั่งซื้อคงค้างจะสนับสนุนการส่งมอบสินค้าต่อเนื่อง และปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายที่ปรับปรุงแล้วปี 2026 เป็น $97–97.5 พันล้าน จากเดิม $95–96 พันล้าน รวมถึงเพิ่มคาดการณ์กระแสเงินสดอิสระเป็น $9.0–9.2 พันล้าน อย่างไรก็ตาม กำไรไตรมาส 4 อาจได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายลงทุน การวิจัยและพัฒนา และการไม่มีรายได้จากการรับคืนภาษีเหมือน 3Q26 ส่วนปี 2027 คาดธุรกิจป้องกันประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะการขยายการผลิตขีปนาวุธ Tomahawk และ AMRAAM

GE Aerospace: บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ที่ปรับปรุงแล้วปี 2026 เป็นเติบโต 19–20% และ EPS เป็น $8.00–8.10 อย่างไรก็ตาม ประมาณการดังกล่าวสะท้อน EPS สูงสุดใน 4Q26 ที่ประมาณ $1.97 ต่ำกว่าตลาดคาดที่ $2.04 ขณะที่ปี 2027 ผู้บริหารคาดรายได้ธุรกิจบริการเครื่องยนต์เติบโตระดับเลขสองหลักช่วงต้น ชะลอจากระดับกว่า 20% ในปี 2026 โดยมีคำสั่งซื้อคงค้างด้านบริการมากกว่า $170 พันล้านรองรับ แต่ต้องติดตามแรงกดดันจากสัดส่วนยอดขายเครื่องยนต์ใหม่และต้นทุนที่สูงขึ้น

NOC: บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ EPS ปี 2026 แต่คงเป้าหมายรายได้ที่ $43.75–44.25 พันล้าน และกระแสเงินสดอิสระที่ $3.1–3.5 พันล้าน สำหรับปี 2027 ผู้บริหารคาดรายได้เติบโต 5–7% และมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น 0.1–0.2 จุด% จากโครงการ B-21, Sentinel และความต้องการระบบอาวุธที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดอิสระคาดอยู่ที่ $3.3–3.7 พันล้าน โดยมีโอกาสที่อัตราการเติบโตของรายได้จะเร่งตัวเพิ่มเติมในปี 2028

3. มุมมองผู้บริหาร: ความต้องการยังสูง แต่ความท้าทายเปลี่ยนจากการรับคำสั่งซื้อสู่การเพิ่มกำลังผลิต

RTX – Chris Calio: ผู้บริหารระบุว่าความต้องการระบบป้องกันประเทศทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูง โดยบริษัทได้รับคำสั่งซื้อใหม่มากกว่า $81 พันล้านใน 3Q26 ส่งผลให้คำสั่งซื้อคงค้างแตะระดับสูงสุดที่ $340 พันล้าน แบ่งเป็นธุรกิจการบินเชิงพาณิชย์ $176 พันล้าน และป้องกันประเทศ $164 พันล้าน ปัจจุบันบริษัทมุ่งเพิ่มกำลังผลิตขีปนาวุธ พัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และลดต้นทุน เพื่อรองรับคำสั่งซื้อระยะยาว โดยผู้บริหารมองว่าสัญญาขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนขยายกำลังผลิต

GE Aerospace – Larry Culp: ผู้บริหารยังมั่นใจในความต้องการเครื่องยนต์และบริการซ่อมบำรุงระยะยาว โดยจำนวนเครื่องบินที่ต้องจอดรอจากปัญหาเครื่องยนต์ LEAP ลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ตั้งแต่ช่วงกลางปี ขณะที่ระยะเวลาซ่อมเครื่องยนต์ลดลงประมาณ 2 สัปดาห์จากสิ้นปี 2025 บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการเข้าซื้อ Consolidated Precision Products เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการจัดหาชิ้นส่วนสำคัญ

NOC – Kathy Warden: ผู้บริหารมองว่างบประมาณกลาโหมของสหรัฐฯ และพันธมิตรอยู่ในช่วงขาขึ้นระยะหลายปี และมั่นใจว่าคำสั่งซื้อคงค้าง $109.6 พันล้านจะสนับสนุนการเติบโตถึงปี 2027–2028 โดยเฉพาะโครงการเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 ระบบขีปนาวุธ Sentinel และธุรกิจอวกาศด้านความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการควบคุมต้นทุนและบริหารโครงการระยะยาวยังมีความสำคัญต่อการขยายอัตรากำไร

4. มุมมองของ INVX

เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม Defense แต่การเติบโตของคำสั่งซื้อเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันราคาหุ้นในระยะสั้น แม้ RTX และ NOC ได้รับสัญญาขนาดใหญ่ต่อเนื่องและมีคำสั่งซื้อคงค้างสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ราคาหุ้นตอบสนองค่อนข้างจำกัด เนื่องจากตลาดรับรู้ความคาดหวังด้านงบประมาณกลาโหมที่เพิ่มขึ้นไปบางส่วนแล้ว ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่ต้องใช้เวลาหลายปีในการแปลงเป็นรายได้และกำไร อีกทั้งปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน ต้นทุนขยายกำลังผลิต และความเสี่ยงของสัญญาราคาคงที่อาจจำกัดการขยายตัวของมาร์จิ้น นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่ยังสูง ความไม่แน่นอนด้านงบประมาณกลาโหมสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยกดดันมูลค่าหุ้น ส่งผลให้ตลาดให้น้ำหนักกับการเติบโตของกำไรและกระแสเงินสดมากกว่ายอดคำสั่งซื้อเพียงอย่างเดียว

กลยุทธ์การลงทุน: เรามองว่าราคาหุ้นที่ยังตอบสนองจำกัดต่อคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งเริ่มสร้างโอกาสลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยเลือก RTX (RTX US) เป็นหุ้นเด่น จากคำสั่งซื้อคงค้าง $340 พันล้าน ความหลากหลายของรายได้ระหว่างธุรกิจป้องกันประเทศและอากาศยานเชิงพาณิชย์ รวมถึงโอกาสปรับเพิ่มกำไรในปี 2027 หากเร่งส่งมอบและขยายมาร์จิ้นได้สำเร็จ ขณะที่ GE Aerospace (GE US) ยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ควรรอความชัดเจนของการฟื้นตัวของมาร์จิ้นและกำไร 4Q26 ส่วน NOC (NOC US) มีโอกาสเติบโตจากโครงการยุทธศาสตร์ระยะยาว แต่ต้องระวังความเสี่ยงด้านต้นทุนและการดำเนินโครงการ

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน