Samsung เปิดตัวโทรศัพท์จอพับ Galaxy Z รุ่นใหม่ 3 รุ่น โดยปรับรูปแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ทั้งการดูสื่อ การทำงาน และการพกพา พร้อมชิงความได้เปรียบก่อน Apple คาดว่าจะเปิดตัว iPhone จอพับในเดือนกันยายน อย่างไรก็ดี ราคาขายที่เพิ่มขึ้น 5–8% ท่ามกลางกำลังซื้อที่อาจชะลอตัว ทำให้ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนยังมีความเสี่ยง ขณะที่จุดเด่นสำคัญของรอบนี้อยู่ที่การนำ AI มาช่วยทำงานแทนผู้ใช้ และการขยายระบบนิเวศไปสู่นาฬิกาและแว่นตาอัจฉริยะ
Samsung เปิดตัวโทรศัพท์จอพับ Galaxy Z รุ่นใหม่ 3 รุ่น พร้อมขยายระบบนิเวศ AI

1. Samsung ปรับกลุ่มโทรศัพท์จอพับครั้งใหญ่
- Samsung เปิดตัวโทรศัพท์จอพับพร้อมกัน 3 รุ่น ได้แก่ Galaxy Z Flip 8 ราคา $1,200, Galaxy Z Fold 8 ราคา $1,900 และ Galaxy Z Fold 8 Ultra ราคา $2,100 โดยเพิ่มรุ่น Fold 8 เข้ามาเป็นทางเลือกหลักสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ขณะที่รุ่น Ultra เน้นผู้ใช้ที่ต้องการกล้อง ประสิทธิภาพ และการทำงานหลายอย่างพร้อมกันในระดับสูง
- สินค้าทั้งหมดเริ่มเปิดให้สั่งจองตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม และมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 7 สิงหาคม ส่งผลให้ Samsung มีเวลาเข้าสู่ตลาดก่อน Apple ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัว iPhone จอพับรุ่นแรกในเดือนกันยายน
2. Fold 8 เปลี่ยนรูปทรงเพื่อเน้นความบันเทิง
- Galaxy Z Fold 8 เปลี่ยนมาใช้รูปทรงที่สั้นและกว้างขึ้น โดยหน้าจอภายในขนาด 7.6 นิ้วมีสัดส่วน 4:3 ทำให้เหมาะกับการรับชมวิดีโอ อ่านหนังสือ เล่นเกม และอ่านเอกสารมากกว่าโทรศัพท์จอพับรุ่นก่อน
- การออกแบบใหม่นี้ช่วยให้ถือใช้งานมือเดียวได้สะดวกขึ้น และทำให้วิดีโอแสดงผลเต็มพื้นที่มากขึ้น อย่างไรก็ดี รุ่นดังกล่าวมีกล้องหลังเพียง 2 ตัว จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพหรือการซูมระยะไกล
3. รุ่น Ultra รักษาจุดเด่นด้านประสิทธิภาพ
- Galaxy Z Fold 8 Ultra ยังคงรูปทรงแบบเดิมที่เหมาะกับการเปิดแอปพลิเคชันสองหน้าต่างพร้อมกัน แต่ปรับปรุงแบตเตอรี่เป็น 5,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง พร้อมเพิ่มกำลังชาร์จผ่านสายเป็น 45 วัตต์ และชาร์จไร้สายเป็น 20 วัตต์
- รุ่น Ultra ยังให้กล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องมุมกว้างและกล้องซูม จึงเป็นรุ่นที่เน้นการใช้งานระดับสูงมากกว่า Fold 8 รุ่นปกติ อย่างไรก็ดี ราคาเริ่มต้นที่มากกว่า $2,000 อาจจำกัดตลาดให้อยู่ในกลุ่มผู้ใช้ระดับบน
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติหลัก
รายการ | Galaxy Z Flip 8 | Galaxy Z Fold 8 | Galaxy Z Fold 8 Ultra |
|---|---|---|---|
แนวคิดสินค้า | โทรศัพท์พับขนาดเล็ก | โทรศัพท์ + แท็บเล็ต | รุ่นเรือธงสำหรับผู้ใช้หนัก |
หน้าจอด้านนอก | 4.1 นิ้ว | 5.5 นิ้ว | 6.5 นิ้ว |
หน้าจอเมื่อกางออก | 6.9 นิ้ว | 7.6 นิ้ว | 8.0 นิ้ว |
น้ำหนัก | 180 กรัม | 201 กรัม | 215 กรัม |
ชิปประมวลผล | Exynos 2600 | Snapdragon 8 Elite Gen 5 | Snapdragon 8 Elite Gen 5 |
กล้องหลัง | 50MP + 12MP | 50MP + 50MP | 200MP + 50MP + 10MP |
แบตเตอรี่ | 4,300 mAh | 4,800 mAh | 5,000 mAh |
จุดขายหลัก | พกพาและดีไซน์ | การทำงานหลายอย่าง | ประสิทธิภาพและกล้อง |
4. แก้ปัญหารอยพับ แต่ยังตามหลังคู่แข่งจีนบางราย
- Samsung ใช้ชั้นวัสดุโลหะผสมไทเทเนียมทั้งด้านบนและด้านล่างของหน้าจอ เพื่อช่วยลดความชัดเจนของรอยพับและเพิ่มความแข็งแรง แม้รอยพับจะลดลงจากรุ่นก่อน แต่ยังสามารถสังเกตเห็นได้เมื่อมองจากด้านข้าง
- ประเด็นนี้สะท้อนว่า Samsung ยังคงต้องพัฒนาเทคโนโลยีหน้าจอเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ผลิตจีนบางราย เช่น Oppo สามารถลดรอยพับได้ดีกว่า อย่างไรก็ดี ประสบการณ์ที่สะสมจากการผลิตโทรศัพท์จอพับต่อเนื่องถึง 8 รุ่นยังเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ
5. ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตามต้นทุนชิ้นส่วน
- โทรศัพท์ Galaxy Z รุ่นใหม่มีราคาสูงขึ้นประมาณ 5–8% หรือเพิ่มขึ้น $100–200 จากรุ่นก่อน แม้ปริมาณหน่วยความจำจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าการขึ้นราคาน่าจะมาจากต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนที่สูงขึ้น
- ราคาขายที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยชดเชยต้นทุนต่อเครื่อง แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงต่ออุปสงค์ โดยเฉพาะ Galaxy Z Flip 8 ซึ่งมีราคาเริ่มต้นสูงถึง $1,200 และต้องแข่งขันกับโทรศัพท์จอพับจาก Motorola และผู้ผลิตจีนที่มีราคาต่ำกว่า
- ตลาดคาดว่ายอดส่งมอบสมาร์ตโฟนรวมของ Samsung ในปีนี้อาจลดลง 3% YoY เหลือประมาณ 232 ล้านเครื่อง เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการเปลี่ยนเครื่อง
6. AI กลายเป็นจุดขายสำคัญของโทรศัพท์รุ่นใหม่
- โทรศัพท์จอพับรุ่นใหม่รองรับ Gemini ซึ่งสามารถทำงานเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันมากกว่า 40 รายการ เช่น การซื้อสินค้า จองร้านอาหาร วางแผนการเดินทาง และซื้อตั๋วกิจกรรม โดยระบบจะขอให้ผู้ใช้ยืนยันก่อนทำรายการขั้นสุดท้าย
- นอกจากนี้ ยังมีความสามารถติดตามบุคคลในวิดีโอและปรับภาพให้เหมาะกับการเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการสร้างเครื่องมือขนาดเล็กบนหน้าจอหลักตามคำสั่งของผู้ใช้ สะท้อนว่า Samsung พยายามเปลี่ยน AI จากเครื่องมือให้ข้อมูลไปสู่ระบบที่สามารถลงมือทำงานแทนผู้ใช้
7. ขยายระบบนิเวศสู่นาฬิกาและแว่นตาอัจฉริยะ
- Samsung เปิดตัว Galaxy Watch 9 และ Galaxy Watch Ultra 2 ซึ่งเปลี่ยนมาใช้ชิปของ Qualcomm พร้อมเพิ่มแบตเตอรี่ ความสว่างของหน้าจอ และระบบติดตามสุขภาพ โดยรุ่น Ultra 2 มีความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 35% จากรุ่นแรก
- ขณะเดียวกัน บริษัทยังเปิดเผยแว่นตาอัจฉริยะที่พัฒนาร่วมกับ Google, Gentle Monster และ Warby Parker โดยรุ่นแรกจะเน้นการใช้งานผ่านเสียงและกล้อง สามารถรับคำสั่ง แปลภาษา สรุปข้อความ ช่วยนำทาง และให้ข้อมูลจากสิ่งที่ผู้ใช้กำลังมองเห็นได้
- การขยายไปสู่อุปกรณ์สวมใส่สะท้อนว่า Samsung ต้องการสร้างช่องทางใหม่ในการเข้าถึง AI นอกเหนือจากหน้าจอโทรศัพท์ และเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ในระบบ Galaxy
ตาราง Read Across Supply Chain Samsung Galaxy Z Series
กลุ่มธุรกิจ | บริษัทที่เกี่ยวข้อง | บทบาทใน Galaxy Z Series | ผลกระทบ |
|---|---|---|---|
หน้าจอพับ (Flexible OLED) | Samsung Display, BOE | ผลิตหน้าจอ OLED แบบพับได้และเทคโนโลยีจอพับ | บวกมากที่สุด จากการเพิ่มสัดส่วนโทรศัพท์จอพับ แต่การแข่งขันด้านราคากดดันมาร์จิ้น |
หน่วยความจำ DRAM / NAND | Samsung Electronics, SK Hynix, Micron | รองรับ AI บนอุปกรณ์ หน่วยความจำเครื่อง และการทำงานหลายแอป | บวกจากความต้องการความจุสูงขึ้น แต่ปริมาณต่อเครื่องยังไม่มากพอเมื่อเทียบกับตลาด AI Data Center |
ชิปประมวลผลมือถือ | Qualcomm | Snapdragon สำหรับ Galaxy Z รุ่นใหม่และอุปกรณ์ AI | บวกจากการเพิ่มฟังก์ชัน AI และการใช้ชิประดับสูง แต่ขึ้นกับจำนวนเครื่องขาย |
กล้องและเซนเซอร์ภาพ | Samsung Electro-Mechanics, Sony | โมดูลกล้องและเซนเซอร์ | บวกจากรุ่น Ultra ที่เพิ่มความสามารถกล้อง แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักของรอบนี้ |
ชิ้นส่วนประกอบ/วัสดุ | Samsung Electro-Mechanics, KH Vatec, ผู้ผลิตบานพับ | บานพับ วัสดุโครงสร้าง แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนเฉพาะ | บวกจากการพัฒนาโทรศัพท์จอพับ แต่ตลาดยังเล็ก |
มุมมองของ InnovestX
- การเปิดตัวครั้งนี้เป็นบวกต่อภาพลักษณ์ด้านนวัตกรรมของ Samsung และช่วยให้บริษัทมีสินค้าครอบคลุมผู้ใช้โทรศัพท์จอพับหลายระดับก่อน Apple เข้าสู่ตลาด ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความสนใจและขยายตลาดจอพับโดยรวม
- อย่างไรก็ดี ผลบวกต่อกำไรจากธุรกิจสมาร์ตโฟนอาจยังจำกัด เนื่องจากต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้น ราคาขายเพิ่มขึ้น และยอดส่งมอบมีแนวโน้มลดลง ในระดับบริษัท การเติบโตของธุรกิจหน่วยความจำจึงยังมีบทบาทสำคัญกว่าความสำเร็จของโทรศัพท์จอพับในระยะสั้น
- ส่วน Qualcomm และ Google มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการที่ Samsung ใช้ชิปและบริการ AI ของทั้งสองบริษัทในอุปกรณ์หลายประเภทมากขึ้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

