Sanrio เปิดตัว “Sanrio Games” เพื่อขยายรายได้จากคาแรกเตอร์ (เช่น Hello Kitty) สู่ตลาดเกม ลงแพลตฟอร์ม Nintendo Switch และ Switch 2 รวมราว 10 เกมใน 3 ปี เริ่มเปิดตัวเกมแรกช่วงปลายปีนี้ สะท้อนกลยุทธ์ monetize IP เพิ่มเติมนอกเหนือจากสินค้าและลิขสิทธิ์ เรามองว่าแม้ระยะสั้นกำไรอาจถูกกดดันจากต้นทุนลงทุน แต่ระยะยาวเป็น optionality ต่อการเติบโตต่อกลุ่ม IP/Content owners อย่าง SANRIO23 จากการ unlock มูลค่า IP ผ่านเกม ในอีกด้านหนึ่งหนุน ecosystem เกม/คอนโซล อย่าง NINTENDO23
Markets
Sanrio รุกตลาดเกมลง Switch สร้าง Growth ใหม่ในระยะยาว

Sanrio รุกตลาดเกมลง Switch สร้าง Growth ใหม่ในระยะยาว
- Sanrio เปิดตัว “Sanrio Games” เพื่อขยายรายได้จากคาแรกเตอร์ (เช่น Hello Kitty) สู่ตลาดเกมโลก โดยเตรียมพัฒนาเกมแนว party ลงแพลตฟอร์ม Nintendo Switch และ Switch 2 รวมราว 10 เกมใน 3 ปี เริ่มเปิดตัวเกมแรกช่วงปลายปีนี้ สะท้อนกลยุทธ์ monetize IP เพิ่มเติมนอกเหนือจากสินค้าและลิขสิทธิ์
- บริษัทตั้งงบลงทุนรวมราว ¥10bn โดยต้นทุนพัฒนาเกมอยู่ที่ ¥2bn ต่อโปรเจกต์ ทำให้ธุรกิจเกมช่วงแรกคาด “ขาดทุน” และ contribution ต่อกำไรยังจำกัด อย่างไรก็ดี หากมีเกมที่ประสบความสำเร็จ (hit title) จะเป็น upside สำคัญในระยะกลาง-ยาว ขณะที่บริษัทยังเดินหน้าขยาย IP ไปสู่ภาพยนตร์ (Hello Kitty เตรียมเข้า Hollywood ปี 2028)
- ภาพรวมสะท้อนเทรนด์บริษัทญี่ปุ่นหันมาต่อยอด IP สู่เกมและสื่อ interactive มากขึ้น คล้าย Bandai Namco และ Nintendo ที่ใช้ ecosystem ของคาแรกเตอร์สร้างรายได้หลายช่องทาง โดยก่อนหน้านี้ Sanrio ยังปรับเพิ่ม guidance กำไรทั้งปี +7% บ่งชี้ demand หลักยังแข็งแรง
- เรามองว่าแม้ระยะสั้นกำไรอาจถูกกดดันจากต้นทุนลงทุน แต่ระยะยาวเป็น optionality ต่อการเติบโตต่อกลุ่ม IP/Content owners อย่าง SANRIO23 จากการ unlock มูลค่า IP ผ่านเกม ในอีกด้านหนึ่งหนุน ecosystem เกม/คอนโซล อย่าง NINTENDO23

