Café Invest
Research

SAWAD - 1Q67: กำไรตามคาด; NPL ไหลเข้าน้อยลง - NEUTRAL (ราคาเป้าหมาย 43.00 บาท)

SAWAD - 1Q67: กำไรตามคาด; NPL ไหลเข้าน้อยลง - NEUTRAL (ราคาเป้าหมาย 43.00 บาท)

กำไรสุทธิ 1Q67 ของ SAWAD เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ แต่ต่ำกว่า consensus คาดเล็กน้อย โดยผลประกอบการสะท้อนถึง NPL ไหลเข้าและ credit cost ที่ลดลง การเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัวลง NIM ที่ลดลง และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด เราปรับประมาณการกำไรปี 2567 เพิ่มขึ้น 4% หลังจากปรับสมมติฐาน credit cost ลดลง เรายังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SAWAD และปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 42 บาท สู่ 43 บาท


1Q67: กำไรตามคาด กำไรสุทธิ 1Q67 ของ SAWAD อยู่ในระดับทรงตัว QoQ แต่เพิ่มขึ้น 5% YoY สู่ 1.26 พันลบ. เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ แต่ต่ำกว่า consensus คาด 8%


รายการที่สำคัญใน 1Q67:
1. คุณภาพสินทรัพย์: NPL เพิ่มขึ้น 6% QoQ (+16% ถ้าเรานำยอดตัดหนี้สูญบวกกลับเข้ามา เทียบกับ +31% QoQ ใน 4Q66) โดยอัตราส่วน NPL เพิ่มขึ้น 15 bps QoQ สู่ 3.24% ซึ่งบ่งชี้ถึง NPL เกิดใหม่ที่ลดน้อยลง สินเชื่อ stage 2 เพิ่มขึ้น 17% QoQ credit cost ลดลง 82 bps QoQ สู่ 1.99% ใน 1Q67 LLR coverage เพิ่มขึ้นสู่ 63% จาก 61% ณ 4Q66 เราปรับประมาณการ credit cost ปี 2567 ลดลง 30 bps สู่ 2.15%
2. การเติบโตของสินเชื่อ: +2% QoQ, +53% YoY เทียบกับประมาณการปี 2567 ของเราที่ 19%
3. NIM: -34 bps QoQ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อลดลง 28 bps QoQ และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 19 bps QoQ
4. Non-NII: +7% QoQ, -4% YoY (เนื่องจากไม่มีการรับรู้ค่าบริการจาก FM อีกต่อไป)
5. อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้: +393 bps QoQ (+471 bps YoY) สู่ 53.9% แย่กว่าคาด opex เพิ่มขึ้น 9% QoQ (+40% YoY) ซึ่งอาจจะสะท้อนถึงขาดทุนรถยึดที่มากขึ้น


ปรับประมาณการกำไรปี 2567 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เราปรับประมาณการกำไรปี 2567 เพิ่มขึ้น 4% หลังจากปรับสมมติฐาน credit cost ลดลงเพื่อสะท้อน NPL ไหลเข้าที่ชะลอตัวลง โดยปัจจุบันเราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัว 9% (-1% สำหรับ EPS) ในปี 2567 โดยอิงกับการคาดการณ์ว่าสินเชื่อจะเติบโต 20% credit cost จะลดลงสู่ 2.15% และ NIM จะลดลง 167 bps (ไม่มีรายได้พิเศษจำนวน 250 ลบ.เหมือนในปีก่อน และผลตอบแทนจากสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ลดลงหลังจากมีการคุมเพดานอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไว้ที่ 23% ตั้งแต่เดือนม.ค. 2566)


คงคำแนะนำ NEUTRAL และปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สู่ 43 บาท จาก 42 บาท โดยอิงกับ PBV 1.95 เท่า (ใช้สมมติฐาน ROE ระยะยาวที่ 16% cost of equity ที่ 10.32% และการเติบโตระยะยาวที่ 4%) หรือ PE ปี 2567 ที่ 12 เท่า ทั้งนี้ valuation ของเรารวมเอาความเสี่ยง ESG จากรณีคดีฟ้องร้องศาลและ market conduct เข้ามาด้วย


ปัจจัยเสี่ยง 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและราคารถมือสองที่ลดลง 2) ความเสี่ยงด้าน NIM จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น 3) การแข่งขันที่สูงขึ้นจากธนาคาร 4) ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และ 5) ความเสี่ยง ESG จากคดีฟ้องร้องศาลและ market conduct

ท่าน สามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก SAWAD240516_T