Markets
สวัสดีตอนเช้า - 14 ก.ค. 2566

ยังแกว่งในกรอบ รอ Breakout |
|---|
แนวโน้มตลาดวันนี้ |
สถานการณ์การเมืองยังมีความไม่แน่นอน รอโหวตนายกฯ ครั้งที่สอง ในวันพุธหน้า ขณะที่ด้านทางเทคนิค SET แกว่งในกรอบระหว่าง 1479-1520 จุด รอการ breakout จะมีทิศทางชัดขึ้น โดยหากขึ้นทะลุผ่าน 1520 จุด จะเป็นสัญญาณที่ดี โดยมีแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1534 จุด ส่วนกรณีหลุด 1479 จุด เป็นสัญญาณลบ และมีแนวรับถัดไปที่ 1465 จุด |
ประเด็นสำคัญ |
• วานนี้ประชุมสภาโหวตนายกฯ รอบแรก เสียงหนุนคุณพิธาไม่ถึง 376 เสียง รอโหวตใหม่รอบสอง 19 ก.ค. • ม. หอการค้าไทยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย. 66 เพิ่มสูงสุดในรอบ 40 เดือน หนุนจาก ศก. ปรับตัวดีขึ้น ท่องเที่ยวฟื้นชัดเจน แต่ยังกังวลความไม่แน่นอนการจัดตั้ง รบ. และเสถียรภาพการเมือง • กบน. มีแผนตรึงราคาดีเซลไม่เกินลิตรละ 32 บ. ตั้งแต่ 21 ก.ค. ใช้เงินกู้ 5.5 หมื่นลบ. มาอุดหนุน และลดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ หลัง ก. คลังระบุไม่ต่ออายุมาตรการลดภาษีดีเซล คาดได้ข้อสรุปสัปดาห์หน้า • สหรัฐรายงานดัชนี PPI ทั่วไป มิ.ย. +0.1%YoY ต่ำกว่าคาดและต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี ส่วน PPI พื้นฐาน มิ.ย. +2.4%YoY ต่ำกว่าคาด ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานฯ สัปดาห์ที่แล้วลดลงมากกว่าคาด • FedWatch Tool ให้น้ำหนัก 92.4% ที่ Fed จะขึ้น ดบ. 0.25% สู่ 5.25-5.50% ให้น้ำหนัก 7.6% ที่จะคง ดบ. ในการประชุม 25-26 ก.ค. ส่วนการประชุม 30-31 ม.ค. 2567 ให้น้ำหนัก 42.2% ที่จะลด ดบ. 0.25% • IEA ลดการคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกเป็นครั้งแรกในปีนี้ ผลจากแนวโน้ม ศก. ที่แย่ลง โดยเฉพาะกลุ่ม ปท. ร่ำรวยที่ ศก. ย่ำแย่เป็นพิเศษ • Amazon รายงานยอดขาย Prime Day ปีนี้เพิ่มขึ้น 6.1%YoY สูงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท |
กลยุทธ์การลงทุน |
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสได้รับแรงกดดันจาก Beige Book ของเฟดซึ่งคาดว่าจะมีแนวโน้มของกิจกรรมเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว อีกทั้งเงินเฟ้อของสหรัฐและอังกฤษที่ปรับตัวลงค่อนข้างช้า ขณะที่ในประเทศมีประเด็นสำคัญเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีของไทย ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “เน้นตั้งรับ และ Selective Buy” |
ล็อคเป้าลงทุน |
Weekly Portfolio : มอง SET ยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองในไทยและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “เน้นตั้งรับ และ Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้ 1. หุ้นที่คาดผลการดำเนินงาน 2Q66 จะยังเติบโตได้ดี YoY เลือก BBL ADVANC OSP BDMS BEM 2. หุ้นพื้นฐานดีซึ่งคาดยังมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลสูง โดยคาดให้ Div. Yield ปี 2023 มากกว่าปีละ 5% เลือก TISCO LH AP 3. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำซื้อเก็งกำไรหาก SET ปรับลงมาแถว 1450 จุด สำหรับหุ้นที่คาดมีโอกาสฟื้นตัวหลังราคาปรับลงลึกจนซื้อขายด้วย PER และ PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย -1SD เลือก CRC GULF SCGP ขณะที่ช่วงสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนสำหรับ 1) หุ้นกลุ่มอาหาร (TU CPF GFPT BTG) หลังมองมีโอกาสที่ตลาดจะปรับลดคาดดการณ์กำไรลงหลังประกาศงบ 2Q66 ซึ่งคาดภาพรวมอ่อนทั้ง YoY และ QoQ 2) หุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญจากกำลังซื้อภาคเกษตรที่ลดลง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG มีต้นทุนน้ำตาลสูง) กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (CKP) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT) และ 3) หุ้นท่องเที่ยวที่อาจได้รับกระทบเชิงลบจากประเด็นการเมือง |
Daily Focus |
PTTEP ช่วงสั้นได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ 2Q66 คาดกำไรที่ 1.94 หมื่นลบ. จะยังทรงตัว QoQ แต่อ่อนตัวลง YoY เนื่องจากราคาน้ำมันและก๊าซลดลงและปริมาณการขายลดลงเล็กน้อย ส่วน Div. Yield ปี 2566 คาดหวังไว้ที่ 4-5% KCE มองผลประกอบการจะ Bottom Out ใน 1H66 และจะเติบโตใน 2H66 จาก Capacity ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนที่คาดจะลดลง โดยเฉพาะราคาทองแดงในตลาดโลกและค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มลดลง ส่วนราคาหุ้นมองปรับลงสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้วจนปัจจุบันเทรดที่ PER -1SD |
บทวิเคราะห์วันนี้ |
CPF – พรีวิว 2Q66: คาดขาดทุนต่อเนื่อง |
PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม Daily230714_T
แท็ก
สวัสดีตอนเช้าInnovestX ResearchStrategy & InsightsThailandหุ้นหุ้นไทยสรุปตลาดหุ้นกลยุทธ์การลงทุนDaily