Markets
สวัสดีตอนเช้า - 19 ก.ค. 2566

Upside ดูจำกัด ติดตามโหวตนายกฯ |
|---|
แนวโน้มตลาดวันนี้ |
คาด SET ในระยะสั้นยังมี upside จำกัด โดยมีแนวต้าน 1545 และ 1555 จุด ตามลำดับ เนื่องจากสัญญาณเทคนิคระยะสั้นเข้าสู่ภาวะ overbought และความไม่แน่นอนทางการเมืองกระตุ้นแรงขายลดความเสี่ยง เพื่อประเมินสถานการณ์สำหรับการโหวตนายกฯ ในวันนี้ ด้านแนวรับอยู่ที่ 1526 และ 1518 จุด ตามลำดับ |
ประเด็นสำคัญ |
• วันนี้จับตาโหวตนายกฯ รอบสอง ด้าน ปธ. สภาฯ ระบุยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเสนอชื่อคุณพิธาเป็นนายกฯ เป็นญัตติซ้ำหรือไม่ ต้องฟังเสียงของสมาชิกอีกครั้ง • กบน. เห็นชอบตรึงราคาดีเซล 32 บา./ลิตร เริ่ม 21 ก.ค. ใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ ช่วยบรรเทาผลกระทบ ปชช. หลังมาตรการลดภาษีฯ สิ้นสุด 20 ก.ค. • กขค. อนุญาตให้ควบรวมธุรกิจ BCP และ ESSO มองว่าจำเป็นตามควรทางธุรกิจ ตลาดลดการแข่งขันแต่ไม่ถึงขั้นทำ ศก. เสียหาย โดยตั้ง 6 เงื่อนไข เช่น ห้าม ก. คลัง-ประกันสังคมฯ ถือหุ้น BCP เพิ่มใน 5 ปี คุมปริมาณซื้อน้ำมันดิบต่อรายจากคู่ค้าไม่เกิน 50% ใน 5 ปี รักษาสัญญาคู่ค้า ESSO จนครบกำหนด • สหรัฐรายงานยอดค้าปลีก มิ.ย. เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาด ขณะที่ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวม มิ.ย. ลดลงต่อเนื่องจากเดือน พ.ค. สร้างความคาดหวังว่า Fed ใกล้ยุติวงจรขาขึ้น • ผลประกอบการ 2Q66 ของหุ้นกลุ่มธนาคารสหรัฐ อาทิ Bank of America และ Morgan Stanley ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด • HP เตรียมย้ายฐานการผลิต PC และ Notebook จากจีนมาไทย ส่วน Laptop เชิงพาณิชย์จะย้ายไปเม็กซิโก กระจายความเสี่ยงจากจีน • การส่งออกน้ำมันของรัสเซียในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงสู่ 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน • จีนเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 11 ข้อ โดยเน้นไปที่การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ |
กลยุทธ์การลงทุน |
ช่วงสั้นมอง SET ยังถูกกดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศเป็นหลัก โดยยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในระดับหนึ่ง และคาดหวังนโยบายการเงินอาจไม่ตึงตัวมากขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” |
ล็อคเป้าลงทุน |
Weekly Portfolio : มอง SET ยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้ 1. หุ้นที่คาดผลการดำเนินงาน 2Q66 จะยังเติบโตได้ดี YoY เลือก BBL ADVANC OSP BDMS BEM 2. หุ้นพื้นฐานดีซึ่งคาดยังมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลสูง โดยคาดให้ Div. Yield ปี 2023 มากกว่าปีละ 5% เลือก TISCO LH PTT 3. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำหุ้นเก็งกำไร หากประเด็นการเมืองในไทยเปลี่ยนแปลง เลือก GULF GPSC CPALL SIRI SC 4. หาก SET ปรับลงมาแถว 1450 จุด มองเป็นโอกาสซื้อหุ้นที่ราคาปรับลงลึกจนซื้อขายด้วย PER และ PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย -1SD เลือก CRC SCGP OR ขณะที่ช่วงสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนสำหรับ 1) หุ้นกลุ่มอาหาร (TU CPF GFPT BTG) หลังมองมีโอกาสที่ตลาดจะปรับลดคาดการณ์กำไรลงหลังประกาศงบ 2Q66 ซึ่งคาดภาพรวมอ่อนทั้ง YoY และ QoQ 2) หุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญจากกำลังซื้อภาคเกษตรที่ลดลง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG มีต้นทุนน้ำตาลสูง) กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (CKP) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT) และ 3) หุ้นท่องเที่ยวที่อาจได้รับกระทบเชิงลบจากประเด็นการเมือง |
Daily Focus |
BBL 2Q66 คาดกำไรเติบโต 56%YoY และ 8%QoQ ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งสุดในกลุ่มธนาคาร แรงหนุนจากการตั้งสำรองที่ลดลงและ NIM ที่กว้างขึ้น อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ OSP แม้กำไรปกติ 2Q66 จะลดลง YoY แต่จะเพิ่มขึ้น QoQ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากขึ้นใน 2H66 โดยได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งจากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นและต้นทุนสินค้าขายโดยเฉลี่ยที่ลดลง และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น |
บทวิเคราะห์วันนี้ |
กลุ่มปิโตรเคมี – ส่วนต่างราคาแคบลง WoW อย่างต่อเนื่อง OSP – ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2566 SIRI – พรีวิว 2Q66: คาดกำไรเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ |
PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม Daily230719_T
แท็ก
สวัสดีตอนเช้าInnovestX ResearchStrategy & InsightsThailandหุ้นหุ้นไทยสรุปตลาดหุ้นกลยุทธ์การลงทุนDaily