Starbucks เดินหน้าใช้ AI พัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการภายในองค์กรเอง เช่น ระบบสินค้าคงคลังและระบบซ่อมบำรุง เพื่อทดแทนซอฟต์แวร์สำเร็จรูป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดต้นทุนระยะยาว แม้จะยังไม่สามารถทดแทนระบบหลักได้ทั้งหมดและบางโครงการยังต้องใช้เวลาพัฒนา ซึ่ง INVX มองว่าเป็น Sentiment บวกระยะสั้นต่อ SBUX ซึ่งยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ ขณะเดียวกัน INVX ยังคงมุมมองต่อกลุ่มซอฟต์แวร์เป็น 2 กลุ่ม 1) กลุ่มที่เรามองว่าเสี่ยงสูงและทดแทนได้ง่าย คือ ซอฟต์แวร์เฉพาะงานหรือระบบเสริม เช่น Adobe Figma 2) เป็นกลุ่มที่เรายังมองบวก เนื่องจาก ทดทแทนได้ยาก มีต้นทุนในการย้ายระบบสูง ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น Microsoft, Oracle, Palo Alto Networks, CrowdStrike
Starbucks ใช้ AI ลดพึ่งพาซอฟต์แวร์ภายนอก

Starbucks เร่งพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในองค์กรด้วย AI
Starbucks กำลังเร่งพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในองค์กรด้วย AI เพื่อทดแทนบางระบบที่ปัจจุบันซื้อจากผู้ให้บริการภายนอก โดยบริษัทกำลังสร้างระบบบริหารสินค้าคงคลังที่ใช้แทน Microsoft และระบบบริหารงานซ่อมบำรุงที่ใช้แทน IBM ซึ่งบางโครงการอาจเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2027 หากการทดสอบเป็นไปตามแผน
การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพลิกฟื้นธุรกิจและลดต้นทุนรวม $2bn โดย Starbucks ใช้งบประมาณด้านซอฟต์แวร์สูงถึงประมาณ $400m ต่อปี และมองว่าการพัฒนาระบบเองด้วย AI จะช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นในการพัฒนาระบบให้เหมาะกับกระบวนการทำงานของบริษัทมากกว่าการใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป
เป้าหมายหลักคือการลดต้นทุน
ทีม Enterprise Technology ของ Starbucks ตั้งเป้าลดงบประมาณลงประมาณ $30 ล้าน ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนกันยายนนี้ ประกอบด้วย
- ลดค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ประมาณ $10 ล้าน
- ลดการจ้างบริษัทที่ปรึกษาและผู้รับเหมาภายนอกประมาณ $13 ล้าน
- เพิ่มการใช้บุคลากรภายในองค์กรแทน Outsource
- ขยายศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีไปยังเมือง Nashville และประเทศอินเดีย
แม้ว่าการลดค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์คิดเป็นเพียงประมาณ 2.5% ของงบประมาณซอฟต์แวร์ทั้งหมด แต่สะท้อนแนวโน้มที่องค์กรขนาดใหญ่เริ่มใช้ AI เป็นเครื่องมือในการลดการพึ่งพาผู้ขายซอฟต์แวร์มากขึ้น
ยังไม่ใช่การเลิกใช้ผู้ให้บริการทั้งหมด
แม้ Starbucks จะเดินหน้าพัฒนาระบบเอง แต่บริษัทไม่ได้ยกเลิกการใช้ซอฟต์แวร์จากผู้ให้บริการภายนอกทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น
- ยังใช้บริการจาก Microsoft ในหลายระบบ
- กำลังพัฒนาระบบ Point of Sale เพื่อทดแทน Oracle Simphony แต่ยังไม่แล้วเสร็จ
- ระบบ AI สำหรับตรวจนับสินค้าคงคลังที่เคยทดลองใช้งาน ถูกยกเลิกและกลับไปใช้การนับแบบเดิม เนื่องจากผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
สะท้อนว่าการนำ AI มาใช้ยังต้องอาศัยระยะเวลาในการพัฒนา และไม่ใช่ทุกโครงการที่จะประสบความสำเร็จทันที
มุมมองของ INVX
ประเด็นนี้เป็นบวกต่อ Starbucks ในเชิง Sentiment เพราะช่วยสนับสนุนแผนลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบภายใน แต่ยังจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาพิสูจน์ในการใช้งานจริง
ขณะเดียวกัน เรามองว่าแรงกดดันต่อกลุ่มซอฟต์แวร์ จากการทดแทนของ AI แยกเป็นสองกลุ่มหลัก 1) กลุ่มที่เสี่ยงถูกกดดันมากกว่าคือซอฟต์แวร์เฉพาะงานหรือระบบเสริมที่ลูกค้าองค์กรอาจพัฒนาเองได้ง่ายขึ้น เช่น Adobe, Figma 2) ซอฟต์แวร์ที่เป็นระบบหลักขององค์กร มีต้นทุนย้ายระบบสูง เชื่อมโยงข้อมูลจำนวนมากมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่า ซึ่ง เรามองบวกต่อ Microsoft, Oracle, Palo Alto Networks, CrowdStrike, Zscaler
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

