Café Invest
Markets

SCC: ประกาศกำไรสุทธิ 3Q26 ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด 32% และ 41%

SCC: ประกาศกำไรสุทธิ 3Q26 ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด 32% และ 41%

SCC รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 2,385 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดมาก สาเหตุหลักจากผลขาดทุนของโรงงาน LSP ที่กดดันและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ลดลง ส่งผลให้ Core earnings หดตัวแรง QoQ สำหรับแนวโน้ม 4Q26 คาดว่ากำไรปกติจะอ่อนตัวลงต่อ QoQ จากแผนปิดซ่อมบำรุงโรงงานปิโตรเคมีหลักอย่าง MOC และการพิจารณาหยุดผลิต LSP ยาวจนถึงปีหน้า แต่ YoY ยังคงเพิ่มขึ้นจากฐานต่ำ เรายังคงคำแนะนำ NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมาย 276 บาท จากแนวโน้ม Chemical spread ที่ผ่านจุดสูงสุดของปีไปแล้ว แต่ Upside มาจาก synergy ในการร่วมทุนระหว่าง PTTGC และ SCC

SCC รายงานกำไรสุทธิที่ 2,385 ล้านบาท ใน 3Q26 ต่ำกว่าที่เราคาด 32% และต่ำกว่าตลาดคาด 41% เนื่องจากผลการดำเนินงานของธุรกิจ Chemical ที่แย่กว่าคาด โดยเฉพาะขาดทุนจากโรง LSP ที่มากกว่าคาด

ทั้งนี้หากพิจารณา Core profit ใน 3Q26 อยู่ที่ 1.8 พันลบ. ลดลง 84% QoQ จาก 1.08 หมื่นลบ. ใน 2Q26 โดยมีสาเหตุหลักจากผลขาดทุนของ LSP ที่เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.3 พันลบ. จาก 631 ลบ. ใน 2Q26 ภายหลังการหยุดดำเนินงานชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือนพ.ค. 2026 ส่งผลให้ต้องรับรู้ต้นทุนคงที่เต็มไตรมาส นอกจากนี้ HDPE spread ลดลง 27% QoQ สู่ US$384/ตัน, PP spread ลดลง 14% QoQ สู่ US$377/ตัน และ PVC spread ลดลง 21% QoQ สู่ US$305/ตัน ขณะที่บริษัทรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการกลับมาเดินเครื่องของ ROC และไม่มีเงินปันผลรับจาก Toyota และ Kubota (Thailand) เหมือนใน 2Q26 ส่งผลให้กำไรปกติอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ QoQ

อย่างไรก็ตาม Core profit เพิ่มขึ้น 131% YoY เนื่องจากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อน จาก Chemical spread อยู่ในระดับต่ำมากใน 3Q25 จากภาวะอุปทานล้นตลาด โดย HDPE spread เพิ่มขึ้น 16% YoY และ PP spread เพิ่มขึ้น 27% YoY แม้ว่าผลการดำเนินงานของ LSP ยังคงเป็นปัจจัยกดดันก็ตาม

สำหรับ Outlook เราคาดว่าแนวโน้ม Core earnings ใน 4Q26 ลดลง QoQ จากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของ MOC ซึ่งเป็นโรงงานปิโตรเคมีหลัก เป็นระยะเวลา 30-40 วัน ในช่วงปลาย 4Q26 อย่างไรก็ตาม การกลับมาเดินเครื่องของ ROC ในช่วงปลายเดือนก.ย. 2026 จะช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วน เนื่องจาก ROC เป็นโรง Cracker ที่ค่อนข้างเก่า ประสิทธิภาพการผลิตก็จะไม่ได้เท่า MOC จากการหยุดผลิตของ MOC ผ่านการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) นอกจากนี้ SCC ยังต้องบริหารจัดการการจัดหาวัตถุดิบเพื่อบรรเทาความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของ Naphtha จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับโรงงานปิโตรเคมี LSP ในเวียดนาม บริษัทกำลังพิจารณาหยุดดำเนินงานจนถึงปีหน้า เพื่อกลับมาเริ่มเดินเครื่องพร้อมกับโครงการอีเทนแล้วเสร็จใน 2H27 นอกจากนี้ เราคาดว่าธุรกิจซีเมนต์จะอ่อนตัวลงจากปัจจัยฤดูกาล

SCC จะจัดประชุมนักวิเคราะห์วันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย เราจะ Update อีกครั้งหลังประชุม

เราคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SCC เนื่องจากเราคาดว่า Chemical spread ได้ผ่านจุดสูงสุดของปีไปแล้วใน 2Q26 และมีแนวโน้มกลับสู่ระดับปกติ แม้ว่าอาจจะมี upside จาก synergy ในการร่วมทุนระหว่าง PTTGC และ SCC ราคาเป้าหมายกลางปี 2027 อยู่ที่ 276 บาท อิงวิธี SOTP

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf