เราคาดว่ากำไร 3Q67 จะลดลง 59% QoQ และ 54% YoY เพราะได้รับผลกระทบจากยอดขายที่อ่อนตัวลงใน 3Q67 ซึ่งได้รับผลกระทบจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม E&E และยานยนต์ที่ยังคงชะลอตัวลง สถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือของประเทศไทย และการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกระทบการส่งออกในสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวใน 4Q67 จากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ เราคาดว่ากำไรจะทำจุดต่ำสุดใน 3Q67 จากนั้นจะฟื้นตัวใน 4Q67 และจะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนในปี 2568 เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ SCGP โดยปรับมาใช้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 38 บาท อ้างอิง PE 25.9 เท่า หรือระดับ -1SD ของ PE mean
SCGP - พรีวิว 3Q67: คาดกำไรสะดุดลงระยะสั้น

คาดกำไรปกติ 3Q67 ชะลอตัวลง QoQ และ YoY เราคาดว่า SCGP จะรายงานกำไรสุทธิ 548 ลบ. ใน 3Q67 โดยคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับดีลซื้อหุ้น Fajar เพิ่มเติมประมาณ 50 ลบ. ขณะที่ คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 598 ลบ. ใน 3Q67 ลดลง 54.3% YoY และ 59.5% QoQ เพราะได้รับผลกระทบจากยอดขายที่อ่อนตัวลงใน 3Q67 จากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือของประเทศไทย ปริมาณความต้องการผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E) และกลุ่มยานยนต์ที่ยังคงชะลอตัวลง โดยเฉพาะจีน และการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกระทบการส่งออกในสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ ซึ่งเห็นได้ตัวเลขการนำเข้ากระดาษบรรจุภัณฑ์ในจีนในเดือนส.ค. 2567 ที่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิด COVID อยู่ประมาณ 20% ทำให้ปรับราคาขายขึ้นให้ครอบคลุมราคาวัตถุดิบ (กระดาษรีไซเคิล) ที่เพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างยาก นอกจากนี้สายธุรกิจเยื่อและกระดาษยังได้รับผลกระทบจากราคาเยื่อกระดาษใยสั้นและราคากระดาษเขียนที่ลดลงจากปริมาณความต้องการในจีนที่ชะลอตัวลง ขณะที่ราคา dissolving pulp ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี แต่จะได้ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากใน 3Q67
แนวโน้ม 4Q67 เราคาดว่าความต้องการผลิตภัณฑ์จะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก buying season เพื่อรองรับช่วงเทศกาลปีใหม่ และอาจจะมีแนวโน้มความต้องการเชิงบวกจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตในประเทศไทย ขณะที่ต้นทุน RPC เริ่มเห็นสัญญาณลดลง ทำให้คาดว่ามาร์จิ้นจะฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากทางการจีนมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทาง SCGP ยังไม่เห็นผลกระทบเชิงบวกในระยะสั้น แต่คาดว่าผลบวกจะเกิดขึ้นใน 3-6 เดือนข้างหน้า หรือคาดว่าจะอยู่ช่วงปี 2568
ปรับประมาณการกำไรปี 2567-2568 เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567 ลดลง 26% และปี 2568 ลดลง 9% เพื่อสะท้อนสถานการณ์ที่ความต้องการผลิตภัณฑ์ชะลอตัวลงและการปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17% เป็น 16% เรายังคงคาดว่าผลการดำเนินงานของ SCGP จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2567 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของจีนจะช่วยสนับสนุนให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์กระดาษโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น
กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำ เราแนะนำให้รอโอกาสเข้าซื้อสะสมหุ้น SCGP ในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจากผลประกอบการ 3Q67 ที่อ่อนแอ เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM ในระยะกลางถึงระยะยาว เนื่องจากเราคาดว่ากำไรปกติปี 2568 จะได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของจีน เราปรับมาใช้ราคาเป้าหมายปี 2568 ซึ่งได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 38 บาท/หุ้น (จาก 40 บาท/หุ้น) อ้างอิงระดับ -1SD ของ PE เฉลี่ย 3 ปี
ความเสี่ยงที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวช้าต่อเนื่อง และความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ต้นทุนถ่านหินเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการพลังงาน ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ยังอยู่ระดับสูง (E)

