Café Invest
Snack

SCREEN Holdings ผู้นำโลกด้านเครื่องล้างเวเฟอร์ที่โรงงานผลิตชิป AI ทุกแห่งต้องใช้งาน

SCREEN Holdings ผู้นำโลกด้านเครื่องล้างเวเฟอร์ที่โรงงานผลิตชิป AI ทุกแห่งต้องใช้งาน

SCREEN Holdings คือผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Production Equipment หรือ SPE) จากญี่ปุ่น ไม่ได้ผลิตชิปเอง แต่ขายเครื่องจักรให้ TSMC, Samsung, Micron และ Intel ใช้ในไลน์ผลิตจริง ผลิตภัณฑ์หลักคือเครื่องล้างเวเฟอร์ (wafer cleaning equipment) ซึ่งต้องทำซ้ำหลังเกือบจะทุก ๆ ขั้นตอนผลิตชิป เพื่อกำจัดฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนระดับนาโนเมตร บริษัทครองอันดับ 1 โลกพร้อมกัน 3 หมวด ได้แก่ แบบ single-wafer , batch-type และ spin scrubber

ประวัติและความเป็นมาของ SCREEN Holdings

SCREEN นับอายุกิจการย้อนไปถึงปี 1868 เมื่อ Saijiro Ishida ช่างแกะแม่พิมพ์ทองแดง เปิดโรงพิมพ์ Ishida Kyokuzan ขึ้นที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาในปี 1934 กิจการประสบความสำเร็จในการผลิตแผ่นสกรีนกระจกสำหรับงานถ่ายทอดภาพเป็นรายแรกของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กลายมาเป็นชื่อและแกนความเชี่ยวชาญของบริษัทในเวลาต่อมา จากนั้นในปี 1943 จึงแยกกิจการออกมาจดทะเบียนเป็นบริษัทอิสระในชื่อ Dainippon Screen Mfg. Co., Ltd. โดยมี Keizo Ishida เป็นผู้บริหาร

บริษัทปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้งและเปลี่ยนชื่อเป็น SCREEN Holdings ในปี 2014 ปัจจุบันสำนักงานใหญ่อยู่ที่เขตราคุไซ เมืองเกียวโต และหุ้นซื้อขายบนกระดาน Prime Market ของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ด้วยรากที่มาจากงานพิมพ์เช่นนี้ SCREEN จึงยังคงมีธุรกิจงานพิมพ์ (Graphic Arts) อยู่เคียงข้างธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ที่ปัจจุบันใหญ่กว่ามากหลายเท่า

ปัจจุบัน SCREEN แบ่งธุรกิจเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ SPE (เครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ กลุ่มใหญ่ที่สุด), GA (เครื่องพิมพ์และแผ่นพิมพ์ สืบทอดจากธุรกิจดั้งเดิม), FT (เครื่องจักรผลิตจอ OLED/LCD และเครื่องเคลือบสาร ซึ่งจะรวมธุรกิจบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง/advanced packaging เข้ามาตั้งแต่ FY2027 (สิ้นสุด มี.ค. 2027)) และ PE (เครื่องตรวจสอบและซ่อมแผงวงจรพิมพ์ PCB เพิ่งเพิ่มระบบซ่อมด้วยเลเซอร์ มีนาคม 2569) นอกจากนี้ SCREEN แตกพาร์หุ้น 1 ต่อ 2 มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 ตัวเลขต่อหุ้นในรายงานจึงคำนวณบนฐานหลังแตกพาร์

ผลิตภัณฑ์จุดแข็งหลักของ SCREEN คือเครื่องล้างเวเฟอร์ ซึ่งต้องทำงานหลังเกือบทุกขั้นตอนผลิตชิป เพราะเวเฟอร์ซิลิคอนผ่านกระบวนการผลิตหลายร้อยขั้นตอนที่ต้องล้างเพื่อกำจัดฝุ่น สารเคมีตกค้าง หรือโลหะปนเปื้อนก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป มิเช่นนั้นชิปจะเสียหาย ความท้าทายนี้สูงขึ้นในงานบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงและ HBM (High Bandwidth Memory หน่วยความจำที่วางเรียงติดชิป GPU สำหรับ AI) ที่ประกบชั้นซิลิคอนถาวรและแก้ไขสิ่งปนเปื้อนภายหลังไม่ได้

โครงสร้างรายได้และธุรกิจหลัก

รายได้ของ SCREEN แบ่งตามกลุ่มธุรกิจหลักตามรายงานประจำปี ดังนี้

1785724671244-c66169ebb0a22bb217486b8e65c2b4c2aa607f08742684684613b32cb5a1c681.png

1. SPE (เครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์)

ราว 80% หรือ 485,344 ล้านเยน (JPY) เป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่ที่สุดของบริษัท ผลิตภัณฑ์หลักคือเครื่องล้างเวเฟอร์ซึ่งครองอันดับ 1 โลกพร้อมกัน 3 หมวดตามข้อมูล Gartner

2. GA (เครื่องพิมพ์และแผ่นพิมพ์)

ราว 10% หรือ 57,347 ล้านเยน (JPY) กลุ่มนี้คือเครื่องทำแผ่นแม่พิมพ์และหมึกสำหรับโรงพิมพ์ ซึ่งใช้แปลงไฟล์งานให้กลายเป็นแม่พิมพ์ก่อนเข้าแท่นพิมพ์จริง สืบทอดจากธุรกิจดั้งเดิมของบริษัทก่อนปรับโครงสร้างเป็นโฮลดิ้งในปี 2557

3. FT (เครื่องจักรผลิตจอ OLED/LCD และเครื่องเคลือบสาร)

ราว 7% หรือ 40,471 ล้านเยน (JPY) กลุ่มนี้คือเครื่องจักรในสายการผลิตจอแสดงผล และเครื่องเคลือบสารลงบนแผ่นวัสดุ จะรวมธุรกิจบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง (advanced packaging) เข้ามาตั้งแต่ FY2027 (สิ้นสุด มี.ค. 2027)

4. PE (เครื่องตรวจสอบและซ่อมแผงวงจรพิมพ์ PCB)

ราว 2% หรือ 14,465 ล้านเยน (JPY) กลุ่มนี้คือเครื่องตรวจหาจุดบกพร่องบนแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ก่อนส่งไปประกอบเป็นอุปกรณ์ เพิ่งเพิ่มระบบซ่อมด้วยเลเซอร์เมื่อเดือนมีนาคม 2569

5. อื่น ๆ (วิจัยบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง ไลฟ์ไซแอนซ์ พลังงานไฮโดรเจน ซอฟต์แวร์)

ราว 1% หรือ 8,118 ล้านเยน (JPY)

ธุรกิจ SPE คิดเป็น 80% ของรายได้รวม แต่สร้างกำไรจากการดำเนินงาน 122,707 ล้านเยน (JPY) มากกว่ากำไรจากการดำเนินงานรวมทั้งบริษัทที่ 122,522 ล้านเยน (JPY) เสียอีก เพราะกำไรของ GA, FT และ PE ถูกหักล้างเกือบหมดด้วยผลขาดทุนกลุ่มอื่นและต้นทุนส่วนกลางที่ยังไม่ปันส่วน ในทางปฏิบัติ SCREEN จึงพึ่งพาธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์กลุ่มเดียวเป็นแหล่งกำไรเกือบทั้งหมด แม้แบ่งโครงสร้างเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ คู่แข่งโดยตรงในธุรกิจเครื่องล้างเวเฟอร์ ได้แก่ Tokyo Electron ผู้ผลิตเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่สุดของญี่ปุ่น, Lam Research และ Applied Materials จากสหรัฐฯ ส่วน Advantest และ KLA ทำธุรกิจคนละขั้นตอน (เครื่องทดสอบชิปและตรวจสอบคุณภาพ) จึงไม่ใช่คู่แข่งตรงในเครื่องล้างเวเฟอร์

1785724700495-ab7dbdb9ab1bd02069d795075fdfe8201ce5606ee6af353052dd148e74536b29.png

เมื่อแบ่งตามภูมิภาค รายได้กระจายอยู่ในจีนราว 38% (ประมาณ 230,000 ล้านเยน) ไต้หวันราว 22% (ประมาณ 133,000 ล้านเยน) ญี่ปุ่นราว 14% (85,639 ล้านเยน) อเมริกาเหนือราว 8% (ประมาณ 48,500 ล้านเยน) เกาหลีใต้ราว 7% (ประมาณ 42,400 ล้านเยน) เอเชียอื่น ๆราว 6% (ประมาณ 36,300 ล้านเยน) และยุโรปราว 4% (ประมาณ 24,200 ล้านเยน)

ตัวเลขรายได้รายภูมิภาคข้างต้น ยกเว้นญี่ปุ่นที่บริษัทเปิดเผยชัดเจน เป็นตัวเลขประมาณการจากสัดส่วนที่ SCREEN เปิดเผยคูณกับรายได้รวม และปัดเศษจึงรวมได้ไม่ครบ 100% พอดี จีนเป็นตลาดใหญ่สุดของ SCREEN ทั้งภาพรวมที่ 38% และธุรกิจ SPE ที่ 40% ของยอดขายกลุ่ม ลดลงจาก 44% ใน FY2025 ท่ามกลางมาตรการควบคุมส่งออกเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์ไปจีนของรัฐบาลญี่ปุ่นที่เข้มงวดขึ้นต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ยอดขายจีนในไตรมาสสุดท้ายของ FY2026 กลับเพิ่มขึ้นทั้งเทียบไตรมาสก่อนและปีก่อน สะท้อนความผันผวนตามนโยบายและรอบลงทุนจีน มากกว่าการถอยตัวต่อเนื่องทางเดียว ไต้หวันเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของ SPE สัดส่วนเพิ่มจาก 21% สู่ 26% ในช่วงเดียวกัน ช่วยชดเชยสัดส่วนจีนที่ลดลงบางส่วน

จุดเด่นของ SCREEN Holdings

  • ครองส่วนแบ่งตลาดโลกอันดับ 1 พร้อมกัน 3 หมวดในกลุ่มเครื่องล้างเวเฟอร์ ตามข้อมูล Gartner ปีปฏิทิน 2568
  • ธุรกิจ SPE สร้างรายได้ 80% และเป็นแหล่งกำไรจากการดำเนินงานเกือบทั้งหมดของบริษัท
  • อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 38.5% ใน FY2026 แม้รายได้รวมลดลง 3.1% ในปีเดียวกัน
  • ตั้งเป้ารายได้เติบโต 19.7% สู่ 725,000 ล้านเยน (JPY) ใน FY2027 (สิ้นสุด มี.ค. 2027) ตามคำแนะนำบริษัท

กลยุทธ์และโอกาสการเติบโต

1. ดีมานด์ DRAM และ HBM จากการลงทุน AI

SCREEN ระบุว่าการลงทุน DRAM และ HBM กำลังขับเคลื่อนความต้องการเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ชัดเจนขึ้นสำหรับ FY2027 บริษัทประเมินตลาดเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์โลก (Wafer Fab Equipment) จะโต 15-20% ในปีปฏิทิน 2569 สู่ 134,000-140,000 ล้านดอลลาร์ และตั้งเป้าโตเร็วกว่าตลาดรวม สะท้อนจากคำแนะนำที่คาดรายได้ SPE เพิ่ม 23.5% สู่ 600,000 ล้านเยน (JPY) ใน FY2027 (สิ้นสุด มี.ค. 2027)

2. บรรจุภัณฑ์ขั้นสูงที่ต้องการความสะอาดระดับสูงขึ้น

SCREEN ระบุว่าการย่อขนาดชิปและบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง (advanced packaging) รวมถึงเทคนิค chiplet integration ที่เชื่อมชิ้นส่วนชิปหลายชิ้น กำลังเพิ่มความต้องการเทคโนโลยีล้างเวเฟอร์ที่แม่นยำสูงขึ้น เพราะการประกบชั้นซิลิคอนแบบถาวรแก้ไขสิ่งปนเปื้อนภายหลังไม่ได้ บริษัทวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีล้างเวเฟอร์สำหรับขั้นตอนซับซ้อนเหล่านี้โดยเฉพาะ

3. กระจายฐานลูกค้าสู่ไต้หวันเพื่อลดความเสี่ยงจากจีน

สัดส่วนรายได้ SPE จากไต้หวันเพิ่มจาก 21% สู่ 26% ใน FY2026 (สิ้นสุด มี.ค. 2026) ขณะจีนลดจาก 44% สู่ 40% ในช่วงเดียวกัน สะท้อนการกระจายฐานลูกค้าออกจากจีนสู่ไต้หวันซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตชิประดับแนวหน้าของโลกหลายแห่ง อาจช่วยลดผลกระทบจากมาตรการควบคุมส่งออกไปจีนที่ยังมีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น

ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

วัฏจักรลงทุนเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์ยังผันผวนแม้ในกระแส AI ธุรกิจ SPE ซึ่งเป็นรายได้หลัก มีรายได้ลดลง 6.5% และกำไรจากการดำเนินงานลดลง 10.4% ใน FY2026 (สิ้นสุด มี.ค. 2026) จากยอดขายเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับโรงงานรับจ้างผลิตชิป (foundry) ที่ลดลง แม้ยอดขายเกี่ยวข้อง DRAM ยังโต

นอกจากนี้ จีนยังเป็นตลาดใหญ่สุดของ SCREEN ทั้งภาพรวมที่ 38% และธุรกิจ SPE ที่ 40% ของยอดขาย แม้ลดลงจากปีก่อน ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นทยอยเพิ่มรายการเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์ที่ห้ามส่งออกไปจีนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 และเพิ่มอีกครั้งเมษายน 2568 หากเข้มงวดขึ้นอีก อาจกระทบยอดขายตลาดใหญ่สุดของบริษัทโดยตรง

ขณะเดียวกัน กำไรจากการดำเนินงานเกือบทั้งหมดมาจาก SPE กลุ่มเดียว ขณะที่ GA, FT และ PE รวมกันแทบไม่เหลือกำไรหลังหักขาดทุนกลุ่มอื่นและต้นทุนส่วนกลาง หากดีมานด์เครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์ชะลอตัว บริษัทจะไม่มีธุรกิจอื่นช่วยพยุงกำไรได้มากนัก

สนใจลงทุนในหุ้น SCREEN Holdings Co., Ltd. (7735.T, SCREEN23) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน

คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน