Café Invest
Research

บทวิเคราะห์รายบริษัท : SIRI

บทวิเคราะห์รายบริษัท : SIRI

เรายังคง tactical call สำหรับ SIRI ไว้ที่ NEUTRAL เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2565 จะเติบโตสูงถึง 106% YoY สู่ 4.15 พันลบ. โดยได้รับการสนับสนุนจากยอดโอนกรรมสิทธิ์และอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งจากโครงการแนวราบระดับลักชัวรี่ สำหรับแผนธุรกิจปี 2566 SIRI ตั้งเปิดตัวโครงการใหม่และกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ยอดขายจะทำจุดสูงอันดับสอง ความกังวลของเรา คือ กระแสเงินสด และสถานะทางการเงิน เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนตึงตัว และกำไรปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตต่ำ ราคาเป้าหมายปี 2566 อยู่ที่ 1.93 บาท/หุ้น อ้างอิง PE 7.1 เท่า

เรายังคง tactical call สำหรับ SIRI ไว้ที่ NEUTRAL เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2565 จะเติบโตสูงถึง 106% YoY สู่ 4.15 พันลบ. โดยได้รับการสนับสนุนจากยอดโอนกรรมสิทธิ์และอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งจากโครงการแนวราบระดับลักชัวรี่ สำหรับแผนธุรกิจปี 2566 SIRI ตั้งเปิดตัวโครงการใหม่และกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ยอดขายจะทำจุดสูงอันดับสอง ความกังวลของเรา คือ กระแสเงินสด และสถานะทางการเงิน เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนตึงตัว และกำไรปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตต่ำ ราคาเป้าหมายปี 2566 อยู่ที่ 1.93 บาท/หุ้น อ้างอิง PE 7.1 เท่า

ปี 2566: ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 22% YoY และเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ SIRI ตั้งเป้ายอดขายปี 2566 ไว้ที่ 4.7 หมื่นลบ. (+22% YoY) แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 62% (มูลค่าเพิ่มขึ้น 2% YoY) และคอนโด 38% (มูลค่าเพิ่มขึ้น 80% YoY) บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 7.5 หมื่นลบ. (+46% YoY) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแบ่งเป็นโครงการแนวราบ 30 โครงการ มูลค่าเพิ่มขึ้น 52% YoY และคอนโด 22 โครงการ มูลค่าเพิ่มขึ้น 151% YoY ในด้านทำเลที่ตั้ง ทำเลยุทธศาสตร์ยังคงเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล และต่างจังหวัด เช่น หัวหิน ภูเก็ต ชลบุรี และหาดใหญ่ โครงการใหม่ 28% จะอยู่ในกลุ่มราคาเข้าถึงได้ (affordable) 26% จะอยู่ในกลุ่มราคาระดับกลาง และ 46% จะอยู่ในกลุ่มราคาระดับพรีเมียม โดยบริษัทจะเปิดตัวแบรนด์ใหม่สำหรับโครงการแนวราบระดับลักชัวรี่และคอนโด นอกจากนี้ SIRI ยังวางแผนขยายตลาดลูกค้าต่างชาติ โดยตั้งเป้ายอดขายจากลูกค้าต่างชาติเติบโต 54% YoY สู่ 1.2 หมื่นลบ.

ปรับประมาณการปี 2565 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจาก SIRI จะรับรู้รายได้จำนวนมากจาก backlog ใน 4Q65 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากโครงการ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา และโครงการแนวราบอื่นๆ เพราะเป็นช่วงสุดท้ายในการผ่อนคลายมาตรการ LTV เราจึงปรับประมาณการรายได้ปี 2565 เพิ่มขึ้น 4% สู่ 3.5 หมื่นลบ. (+20.2% YoY) และประเมินรายได้ 4Q65 ที่ 1.35 หมื่นลบ. (+91% YoY และ +56% QoQ) การโอนกรรมสิทธิ์โครงการ JV ในปี 2565 แข็งแกร่งและเร็วกว่าคาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากโครงการ บุราสิริ ใน 4Q65 เราจึงประเมินว่าส่วนแบ่งกำไรจาก JV ใน 4Q65 จะทำจุดสูงสุดของปี 2565 ที่ 288 ลบ. (+174% YoY และ +88% QoQ) ดังนั้นกำไรสุทธิปี 2565 น่าจะแตะระดับ 4.15 พันลบ. (+106% YoY) โดยกำไรสุทธิ 4Q65 จะอยู่ที่ 1.66 พันลบ. (+358% YoY และ +31% QoQ)

กำไรสุทธิปี 2566 จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ backlog อยู่ที่ 1.88 หมื่นลบ. โดย 85% เป็นของ SIRI เอง และ 15% เป็นของ JV โดย 71% จะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2566 และที่เหลือจะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2567-2568 ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการรายได้ปี 2566 เพิ่มขึ้น 12% สู่ 3.98 หมื่นลบ. (+15.7% YoY) โดย backlog รองรับรายได้ที่คาดการณ์ไว้แล้ว 28% และปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 17% สู่ 4.4 พันลบ. (+6% YoY)

ปัจจัยเสี่ยงและความกังวล อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับสูงที่ราว 2 เท่าในปี 2565 และคาดว่าจะสูงต่อเนื่องในปี 2566 และเนื่องจาก SIRI วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.5 หมื่นลบ. ในปี 2566 ดังนั้นเราจะติดตามดูกระแสเงินสดและสถานะทางการเงินของบริษัท

คง tactical call “NEUTRAL” ด้วยราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 1.93 บาท เรายังคง tactical call สำหรับ SIRI ไว้ที่ NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 1.93 บาท (เพิ่มขึ้นจาก 1.68 บาท) อ้างอิง PE 7.1 เท่า (+0.25SD)