SK Hynix เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E แบบ 12 ชั้นให้ลูกค้ารายใหญ่ ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาผู้นำตลาดหน่วยความจำ AI โดยชิปรุ่นใหม่ทำความเร็วได้ 16Gbps ต่อขา ประหยัดพลังงานขึ้นกว่า 20% และลดแรงต้านความร้อนลง 17% ด้านผลประกอบการยังแข็งแรงมากจากกระแส AI โดยรายได้และกำไรทำสถิติสูงสุด พร้อมอัตรากำไรจากการดำเนินงาน 72% ภาพรวมเป็นบวกต่อ SK Hynix และกลุ่ม HBM แต่ต้องติดตามการแข่งขันจาก Samsung และ Micron รวมถึงความเสี่ยงหลังราคาหุ้นขึ้นแรงแล้ว
SK Hynix ส่งตัวอย่าง HBM4E หนุนมุมมองบวกต่อ Supply Chain

1) ประเด็นหลัก: SK Hynix เดินหน้า HBM รุ่นถัดไป
- SK Hynix เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E แบบ 12 ชั้น ให้ลูกค้ารายใหญ่ทดสอบแล้ว โดยเป็นหน่วยความจำรุ่นถัดไปสำหรับงาน AI ที่ต้องใช้การรับส่งข้อมูลจำนวนมาก บริษัทระบุว่าจะทำงานใกล้ชิดกับพันธมิตรเพื่อให้เข้าสู่การผลิตจำนวนมากได้ตามแผน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความเป็นผู้นำตลาด HBM
2) จุดเด่นด้านเทคโนโลยี: เร็วขึ้น ประหยัดไฟขึ้น และจัดการความร้อนได้ดีขึ้น
- HBM4E รุ่นใหม่นี้ทำความเร็วได้สูงสุด 16Gbps ต่อขา และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้นมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า จุดสำคัญคือใช้เทคโนโลยีบรรจุชิปขั้นสูง Advanced MR-MUF ซึ่งช่วยลดแรงต้านความร้อนลง 17% ทำให้ชิปทำงานได้เสถียรขึ้น เหมาะกับศูนย์ข้อมูล AI ที่ใช้พลังงานสูงและต้องการความน่าเชื่อถือสูง
3) ตลาดตอบรับเชิงบวก เพราะ SK Hynix ยังเป็นผู้เล่นหลักของ Nvidia
- หุ้น SK Hynix ปรับขึ้นถึงราว 4.6% ทำระดับสูงสุดใหม่ หลังข่าวส่งตัวอย่าง HBM4E ให้ลูกค้ารายใหญ่ โดยบริษัทเป็นซัพพลายเออร์ HBM หลักของ Nvidia ซึ่งเป็นหัวใจของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะเดียวกันหุ้น SK Hynix เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าในปี 2026 และมีน้ำหนักในดัชนี Kospi มากกว่า 26% ทำให้การเคลื่อนไหวของหุ้นมีผลต่อตลาดเกาหลีอย่างมาก
4) ผลประกอบการสะท้อนว่า AI ยังหนุนกำไรแรง
- แรงหนุนจาก HBM และความต้องการชิป AI ทำให้ SK Hynix ทำรายได้ไตรมาสล่าสุดสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 52.58 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 198% YoY และ 60% QoQ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 37.6 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นราว 5 เท่า YoY และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 72% สะท้อนว่ารอบขาขึ้นของหน่วยความจำ AI ยังทำกำไรสูงมาก
5) การแข่งขันเริ่มเข้มข้นขึ้น
- แม้ SK Hynix ยังนำในตลาด HBM โดยเฉพาะการเป็นซัพพลายเออร์หลักของ Nvidia แต่คู่แข่งอย่าง Samsung Electronics และ Micron ก็กำลังเร่งพัฒนาสินค้า HBM ระดับสูงเช่นกัน โดย Samsung เริ่มส่งตัวอย่างชิป AI memory ระดับบนเช่นกัน ทำให้การแข่งขันรอบถัดไปจะอยู่ที่ความเร็ว การประหยัดพลังงาน ความสามารถในการผลิตจำนวนมาก และการได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้า AI รายใหญ่
ตาราง: HBM4E ต่างจาก HBM รุ่นก่อนหน้าอย่างไร
ประเด็น | HBM3E / รุ่นที่ใช้กันมากใน AI ปัจจุบัน | HBM4 | HBM4E รุ่นใหม่ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|---|---|
สถานะสินค้า | เริ่มเข้าสู่การผลิตจำนวนมากตั้งแต่ปี 2024 และถูกใช้ในชิป AI รุ่นปัจจุบันจำนวนมาก เช่น GPU สำหรับศูนย์ข้อมูล | เป็นรุ่นถัดไปที่เพิ่มโครงสร้างใหม่ โดยมาตรฐาน HBM4 เพิ่มหน้ากว้างการรับส่งข้อมูลเป็น 2,048-bit จาก HBM3E ที่ 1,024-bit | เป็นรุ่นต่อยอดจาก HBM4 โดย SK Hynix เริ่มส่งตัวอย่าง 12-layer HBM4E ให้ลูกค้ารายใหญ่ทดสอบแล้ว | HBM4E คือสินค้าที่เตรียมใช้กับชิป AI รุ่นถัดไป หลัง HBM3E เริ่มกลายเป็นรุ่นหลักในตลาดปัจจุบัน |
ความเร็วต่อขา | โดยทั่วไป HBM3E อยู่ระดับมากกว่า 9.2Gbps ต่อขา และให้แบนด์วิดท์มากกว่า 1.2TB/s ต่อ stack | มาตรฐาน HBM4 เพิ่มหน้ากว้างเป็น 2,048-bit ทำให้รองรับแบนด์วิดท์สูงขึ้นมาก โดย JEDEC HBM4 อยู่ราว 2TB/s ต่อ stack | SK Hynix ระบุว่า HBM4E ทำความเร็วได้สูงสุด 16Gbps ต่อขา | จุดต่างสำคัญคือ HBM4E เพิ่มทั้งความเร็วต่อขาและใช้โครงสร้าง HBM4 ที่กว้างขึ้น ทำให้ส่งข้อมูลเข้า GPU/AI accelerator ได้มากขึ้น เหมาะกับโมเดล AI ขนาดใหญ่ |
แบนด์วิดท์โดยประมาณ | มากกว่า 1.2TB/s ต่อ stack ใน HBM3E 8/12-high ของ Micron | Samsung ระบุว่า HBM4 ทำแบนด์วิดท์ได้สูงสุดราว 3.3TB/s ต่อ stack ขณะที่มาตรฐาน JEDEC อยู่ราว 2TB/s | หากคิดจากความเร็ว 16Gbps และหน้ากว้าง 2,048-bit ของสถาปัตยกรรม HBM4 จะได้แบนด์วิดท์เชิงทฤษฎีราว 4.1TB/s ต่อ stack | แบนด์วิดท์ที่สูงขึ้นช่วยลด “คอขวดหน่วยความจำ” ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของงาน AI เพราะ GPU เร็วขึ้นมาก แต่ต้องรอข้อมูลจากหน่วยความจำให้ทัน |
จำนวนชั้น / ความจุ | HBM3E มีทั้ง 8-layer และ 12-layer เช่น 24GB / 36GB ต่อ stack ในหลายผลิตภัณฑ์ | HBM4 รองรับ stack ที่สูงขึ้น และมาตรฐานใหม่รองรับความจุได้มากขึ้น | SK Hynix ระบุ HBM4E ที่ส่งตัวอย่างเป็น 12-layer | จำนวนชั้นมากขึ้นช่วยเพิ่มความจุต่อ stack ทำให้ GPU ใส่ข้อมูลโมเดล AI ได้มากขึ้น ลดการดึงข้อมูลออกไปนอกชิปที่ช้ากว่า |
การใช้พลังงาน | HBM3E ถูกออกแบบให้ประหยัดไฟกว่าหน่วยความจำรุ่นเก่า แต่ศูนย์ข้อมูล AI ยังเผชิญต้นทุนไฟสูง | HBM4 เน้นเพิ่มแบนด์วิดท์ต่อวัตต์ หรือส่งข้อมูลได้มากขึ้นต่อพลังงานที่ใช้ | SK Hynix ระบุว่า HBM4E มีประสิทธิภาพพลังงานดีขึ้นมากกว่า 20% จากรุ่นก่อนหน้า | สำคัญมากกับศูนย์ข้อมูล AI เพราะช่วยลดค่าไฟและลดความร้อน โดยเฉพาะระบบที่ใช้ GPU จำนวนมากต่อ rack |
การจัดการความร้อน | HBM3E ใช้การวางชิปซ้อนกัน ทำให้ความร้อนเป็นข้อจำกัดเมื่อเพิ่มจำนวนชั้น | HBM4 ต้องจัดการความร้อนและไฟฟ้าหนักขึ้น เพราะหน้ากว้างและความเร็วสูงขึ้น | SK Hynix ใช้ Advanced MR-MUF ช่วยลดแรงต้านความร้อนลง 17% และเพิ่มเสถียรภาพ | ทำให้เหมาะกับงาน AI ที่ต้องรันต่อเนื่อง เช่น ฝึกโมเดลขนาดใหญ่ รันบริการ AI เชิงพาณิชย์ และศูนย์ข้อมูลความหนาแน่นสูง |
งานหลักที่ใช้ | ใช้กับ GPU / AI accelerator รุ่นปัจจุบัน เช่นงานฝึกโมเดล AI, inference, HPC | เตรียมใช้กับ GPU/AI accelerator รุ่นถัดไปที่ต้องการข้อมูลมากขึ้น | ใช้สำหรับแพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งความเร็ว ความจุ และประหยัดไฟ | ใช้ในงานที่ต้องส่งข้อมูลมหาศาลเข้าโปรเซสเซอร์ เช่น AI training, inference ขนาดใหญ่, ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และระบบคลาวด์ AI |
ลูกค้า / ผู้ใช้หลัก | ผู้ผลิต GPU และชิป AI เช่น Nvidia, AMD, hyperscaler และผู้ให้บริการคลาวด์ | ผู้ผลิตชิป AI รุ่นถัดไป | SK Hynix ส่งตัวอย่างให้ “ลูกค้ารายใหญ่” และ Reuters ระบุว่า SK Hynix เป็นซัพพลายเออร์ HBM หลักของ Nvidia | หากผ่านการรับรองจากลูกค้าหลัก จะช่วยล็อกคำสั่งซื้อใน AI cycle ถัดไป และรักษาความเป็นผู้นำของ SK Hynix |
การแข่งขัน | SK Hynix, Samsung, Micron แข่งกันใน HBM3E | HBM4 เป็นสนามแข่งใหม่ของทั้ง 3 ราย | Samsung ก็เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E เช่นกัน ขณะที่ Micron มีข้อมูล HBM3E/HBM4 ที่แข็งแรง | การแข่งขันจะวัดกันที่ “ผ่านรับรองลูกค้าก่อน ผลิตได้จริงก่อน และ yield ดีพอ” ไม่ใช่แค่สเปกบนกระดาษ |
มุมมองของ InnovestX
- ประเด็นนี้เป็นบวกต่อ SK Hynix และห่วงโซ่หน่วยความจำ AI เพราะยืนยันว่าความต้องการ HBM ยังแข็งแรง และบริษัทกำลังรักษาระยะห่างจากคู่แข่งด้วยสินค้า HBM4E รุ่นใหม่ นอกจากนี้ Supplier ของ SK Hynix ที่น่าจะได้ประโยชน์จากการเร่งผลิต HBM4E คือ
- 1) เครื่องจักรผลิตชิป Lam Research, Applied Materials, KLA, Onto Innovation, ASML Holding จาก ความต้องการเครื่องจักรและระบบตรวจสอบคุณภาพเพิ่มฃ
- 2) อุปกรณ์/กระบวนการหลังการผลิต DISCO, FormFactor, TES, Jusung Engineering, Eugene Technology, D.I Corp จาก HBM ต้องผ่านการตัดเวเฟอร์ ทดสอบ และประกอบที่ซับซ้อนขึ้น
- 3) แผงวงจร/วัสดุบรรจุชิป SIMTECH, Daeduck Electronics, Ibiden, Shinko Electric, Amkor จาก HBM4E ใช้การบรรจุชิปหลายชั้นและเชื่อมต่อกับชิป AI จึงหนุนความต้องการวัสดุและแผงวงจรขั้นสูง

