Café Invest
Markets

SK Hynix–Intel หารือผลิตชิปหน่วยความจำในสหรัฐฯ ท่ามกลางความต้องการจาก AI เร่งตัว

SK Hynix–Intel หารือผลิตชิปหน่วยความจำในสหรัฐฯ ท่ามกลางความต้องการจาก AI เร่งตัว

SK Hynix กำลังพิจารณาความร่วมมือกับ Intel เพื่อผลิตชิปหน่วยความจำในสหรัฐฯ โดยอาจเช่าพื้นที่โรงงาน Ohio หรือจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับผู้ให้บริการคลาวด์ แต่ยังไม่มีข้อตกลงที่ยืนยันแล้ว ปัจจัยหนุนหลักคือความต้องการ HBM และ DRAM จาก AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Intel มีโอกาสได้ประโยชน์จากการเพิ่มการใช้กำลังการผลิตโรงงาน ส่วนความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ต้นทุนการผลิตในสหรัฐฯ และการอนุมัติจากรัฐบาลเกาหลีใต้

1. SK Hynix อาจร่วมมือกับ Intel เพื่อผลิตชิปหน่วยความจำในสหรัฐฯ

SK Hynix ระบุว่ากำลังพิจารณาหลายทางเลือกเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระดับโลก หลังมีรายงานว่าบริษัทอาจร่วมมือกับ Intel เพื่อผลิตชิปหน่วยความจำในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม บริษัทชี้ชัดว่ายังไม่มีการตัดสินใจหรือข้อตกลงใดที่เสร็จสิ้นแล้ว

แนวทางที่มีการพูดถึงมี 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) SK Hynix เช่าพื้นที่บางส่วนของโรงงาน Intel ในรัฐโอไฮโอ หรือ 2) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Intel และผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่ต้องการล็อกปริมาณชิปหน่วยความจำไว้ล่วงหน้า

2. แรงผลักดันหลักมาจากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำสำหรับ AI

ความต้องการหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างมากตามการลงทุนในศูนย์ข้อมูลและ AI โดย SK Hynix เป็นผู้นำด้าน HBM ซึ่งเป็นหน่วยความจำสำคัญสำหรับชิปประมวลผล AI นอกจากนี้บริษัทยังผลิต DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ พีซี และสมาร์ตโฟน รวมถึง NAND สำหรับจัดเก็บข้อมูล

รายงานระบุว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ต้องการสร้างความมั่นคงด้านอุปทานหน่วยความจำ จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อาจเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริงจะช่วยให้ SK Hynix เพิ่มกำลังผลิตใกล้ลูกค้ารายใหญ่ในสหรัฐฯ มากขึ้น

3. Intel มีแรงจูงใจสูง เพราะช่วยใช้ประโยชน์จากโรงงาน Ohio

สำหรับ Intel ความร่วมมือดังกล่าวอาจช่วยลดภาระของโครงการโรงงานในรัฐโอไฮโอ ซึ่งเดิมประกาศลงทุนสูงสุดถึง $100bn แต่การก่อสร้างล่าช้า โดยโรงงานสองแห่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2030 และ 2031 จากเดิมที่ตั้งเป้าเริ่มผลิตในปี 2025

หาก SK Hynix เข้ามาเช่าพื้นที่หรือร่วมลงทุน จะช่วยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตของ Intel และเพิ่มความชัดเจนต่อบทบาทของโรงงานในสหรัฐฯ ขณะที่ Intel เองเคยอยู่ในธุรกิจหน่วยความจำมาก่อน ก่อนขายธุรกิจ NAND ให้กับ SK Hynix ในปี 2020

4. ความเสี่ยงหลักคือการอนุมัติจากรัฐบาลเกาหลีใต้

อุปสรรคสำคัญคือเทคโนโลยี HBM และ DRAM ขั้นสูงถือเป็นเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ของเกาหลีใต้ หากมีการย้ายหรือผลิตเทคโนโลยีสำคัญในต่างประเทศ อาจต้องผ่านการพิจารณาภายใต้กฎหมายคุ้มครองเทคโนโลยีอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้

นอกจากนี้รัฐบาลเกาหลีใต้ยังต้องการให้ SK Hynix และ Samsung เร่งลงทุนในฐานการผลิตภายในประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ ก็กดดันให้ผู้ผลิตชิปเอเชียเพิ่มกำลังผลิตในอเมริกา ทำให้ SK Hynix ต้องรักษาสมดุลระหว่างนโยบายของทั้งสองประเทศ

5. การผลิตในสหรัฐฯ มีต้นทุนสูงกว่า แต่มีข้อดีเชิงยุทธศาสตร์

ต้นทุนการผลิตชิปในสหรัฐฯ สูงกว่าเกาหลีใต้จากค่าแรง ค่าก่อสร้าง และห่วงโซ่อุปทานที่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเอเชีย อย่างไรก็ดี SK Hynix มีแรงจูงใจที่จะเพิ่มฐานการผลิตในสหรัฐฯ เพื่ออยู่ใกล้ลูกค้าศูนย์ข้อมูล ลดความเสี่ยงด้านการค้า และตอบรับแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ

ปัจจุบัน SK Hynix มีโครงการโรงงานบรรจุชิปในรัฐอินเดียนา แต่ยังไม่มีฐานผลิตเวเฟอร์หน่วยความจำในสหรัฐฯ ดังนั้นหากดีลกับ Intel เกิดขึ้นจริง จะถือเป็นก้าวสำคัญในการกระจายฐานการผลิตของบริษัท

6. ผลต่อ Micron ยังจำกัดในระยะสั้น แต่การแข่งขันระยะยาวสูงขึ้น

หาก SK Hynix เริ่มผลิตหน่วยความจำในสหรัฐฯ จะเพิ่มคู่แข่งโดยตรงกับ Micron ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นความต้องการหน่วยความจำยังสูงกว่ากำลังผลิตอย่างมาก จึงยังไม่ใช่แรงกดดันเชิงลบต่อ Micron อย่างมีนัยสำคัญ

ระยะยาวการแข่งขันด้านกำลังผลิตในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ Micron เองมีแผนลงทุนในสหรัฐฯ สูงถึง $250bn ภายในปี 2035 ขณะที่ SK Hynix และ Intel อาจใช้ฐานผลิต Ohio เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการขยายกำลังผลิต

สรุปโครงสร้างดีลที่เป็นไปได้

รูปแบบ

รายละเอียด

ผลต่อ SK Hynix

ผลต่อ Intel

เช่าพื้นที่โรงงาน Ohio

SK Hynix ใช้พื้นที่บางส่วนของโรงงาน Intel

เข้าสหรัฐฯ ได้เร็วขึ้น ลดเงินลงทุนเริ่มต้น

เพิ่มการใช้กำลังการผลิต

บริษัทร่วมทุน

SK Hynix + Intel + ผู้ให้บริการคลาวด์

กระจายความเสี่ยงและล็อกลูกค้า

ลดภาระเงินลงทุน

ลงทุนฐานผลิตใหม่

SK Hynix สร้างฐานผลิตเอง

ควบคุมเทคโนโลยีได้มากกว่า

ประโยชน์ต่อ Intel จำกัด

ยังไม่เกิดดีล

คงฐานผลิตหลักในเอเชีย

หลีกเลี่ยงต้นทุนสูง

โรงงาน Ohio ยังมีความไม่แน่นอน

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองว่าประเด็นนี้หากเกิดขึ้นจริง เป็นบวกต่อ Intel มากกว่าในระยะสั้น เพราะช่วยเพิ่มโอกาสใช้ประโยชน์จากโรงงาน Ohio ที่ล่าช้าและลดภาระเงินลงทุน
  • ขณะที่สำหรับ SK Hynix เป็นบวกเชิงยุทธศาสตร์ในระยะกลาง เพราะช่วยเพิ่มกำลังผลิตใกล้ลูกค้า AI รายใหญ่และกระจายฐานการผลิตนอกเอเชีย แต่ต้องแลกกับต้นทุนที่สูงขึ้นและความเสี่ยงด้านการอนุมัติจากรัฐบาลเกาหลีใต้
  • ส่วน Micron ยังไม่ได้รับผลกระทบมากในระยะสั้น เนื่องจากตลาดหน่วยความจำยังอยู่ในภาวะอุปสงค์มากกว่าอุปทาน

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน