Snowflake รายงานงบ 1Q27 เติบโตอย่างแข็งแกร่งเกินคาด โดยได้แรงหนุนหลักจากการใช้งานคลาวด์และระบบจัดเก็บข้อมูลของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเปิดตัวบริการ AI ใหม่ๆ นอกจากนี้บริษัทยังได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะยาวมูลค่ามหาศาลกับ Amazon AWS ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดจนส่งผลให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างแรง พร้อมทั้งมีการปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ของทั้งปีนี้ขึ้นตามความต้องการใช้งานที่หนาแน่น
SNOW งบดีกว่าคาดและปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตขึ้น

1) สรุปภาพรวม
Snowflake รายงานงบ 1Q27 เติบโตอย่างแข็งแกร่งเกินคาด โดยได้แรงหนุนหลักจากการใช้งานคลาวด์และระบบจัดเก็บข้อมูลของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเปิดตัวบริการ AI ใหม่ๆ นอกจากนี้บริษัทยังได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะยาวมูลค่ามหาศาลกับ Amazon AWS ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดจนส่งผลให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างแรง พร้อมทั้งมีการปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ของทั้งปีนี้ขึ้นตามความต้องการใช้งานที่หนาแน่น
2) ผลประกอบการเทียบกับที่คาดการณ์
- ผลการดำเนินงาน: ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (Beat)
- เหตุผล: รายได้รวมและรายได้จากการให้บริการซอฟต์แวร์หลักเติบโตสูงกว่าที่คาดไว้ รวมถึงปริมาณงานในมือหรือมูลค่าสัญญาที่ลูกค้าเซ็นสัญญาล่วงหน้าแต่ยังไม่ได้ส่งมอบ (RPO) พุ่งสูงขึ้นอย่างมากจากสัญญาระดับองค์กรขนาดใหญ่
3) รายละเอียดผลประกอบการ (รายได้, อัตรากำไร, กำไร)
- รายได้รวม: อยู่ที่ 39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต +33%YoY และเติบโตขึ้นประมาณ +4.5%YoY
- รายได้จากผลิตภัณฑ์หลัก: อยู่ที่ 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต +34% YoY
- อัตรากำไรขั้นต้น: ทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 75% (ใกล้เคียงกับปีก่อน)
- อัตรากำไรจากการดำเนินงาน: อยู่ที่ประมาณ 5% ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
- กำไรสุทธิ: มีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 39 ดอลลาร์ดีกว่าที่คาดที่ 0.32 ดอลลาร์
4) วิเคราะห์งบดุลและงบกระแสเงินสด
- กระแสเงินสดอิสระ: มีความแข็งแกร่งมาก โดยอยู่ที่ประมาณ 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าธุรกิจหลักสามารถสร้างเงินสดได้จริงและมีประสิทธิภาพสูง
- ค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุน (CAPEX): ยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจของ Snowflake เป็นการเช่าใช้ระบบคลาวด์จากผู้ให้บริการรายอื่น (เช่น AWS, Azure) จึงไม่ต้องลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลของตัวเองในมูลค่าสูง
- หนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม: อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและแข็งแกร่งมาก เนื่องจากบริษัทมีปริมาณเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นในมือรวมกันหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ และแทบไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย
- ข้อผิดสังเกต: ค่าใช้จ่ายในการจ่ายผลตอบแทนพนักงานด้วยหุ้นยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรตามเกณฑ์บัญชีปกติยังคงติดลบ แม้ว่ากระแสเงินสดจะบวกก็ตาม
5) รายการพิเศษหรือรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
- มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการเข้าซื้อกิจการสตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ เช่น บริษัท Natoma และการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการประมวลผลขนาดใหญ่ ซึ่งจัดเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ
6) ปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจและตลาดหลัก
- ยอดสัญญาล่วงหน้าที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (RPO): พุ่งแตะ 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต +38% YoY) แสดงถึงความต้องการใช้งานในอนาคตที่ยังหนาแน่น
- อัตราการรักษาฐานรายได้จากลูกค้าเดิม: อยู่ที่ 126% แม้จะชะลอตัวลงเล็กน้อยตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่สะท้อนว่าลูกค้าเดิมยังคงซื้อบริการและใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- จำนวนลูกค้ารายใหญ่: กลุ่มลูกค้าที่สร้างรายได้ให้บริษัทมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ตลาดและภูมิภาคหลัก: ตลาดอเมริกาเหนือยังคงเป็นรายได้หลักและเติบโตดี ขณะที่ตลาดในแถบยุโรปและเอเชียแปซิฟิกเริ่มมีการขยายตัวและเปิดรับการใช้คลาวด์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลมากขึ้น
7) แนวโน้มและคาดการณ์อนาคต
- ตัวเลขคาดการณ์: บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้จากการให้บริการผลิตภัณฑ์หลักของทั้งปีงบประมาณ 2027 ขึ้นเป็น เติบโตประมาณ +31% YoY (จากเดิมคาดไว้ต่ำกว่านี้)
- สมมติฐานสำคัญ : คาดการณ์ว่าลูกค้าระดับองค์กรจะเดินหน้าเปิดใช้งานระบบ AI และสัญญามูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์ร่วมกับ Amazon AWS จะเริ่มส่งผลดีและทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามปริมาณการใช้งานจริง
พัฒนาการเชิงบวกของธุรกิจเพิ่มเติม
ดีลใหญ่มูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์กับ Amazon (AWS)
Snowflake ได้ประกาศลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะเวลา 5 ปีกับ Amazon Web Services (AWS) คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสัญญาโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทที่เคยทำมา
- ความสำคัญของดีล: Snowflake จะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้จ่ายกับบริการคลาวด์และชิปประมวลผล AWS Graviton (ซึ่งเป็นซีพียูสถาปัตยกรรม Arm ของ Amazon) ตลอดจนการใช้งานอินสแตนซ์กลุ่ม GPU เพื่อประมวลผลและฝึกฝนโมเดล AI
- ความสำคัญเชิงกลยุทธ์: การย้ายเวิร์กโหลดมาอยู่บนชิป Arm อย่าง Graviton ช่วยให้ Snowflake ได้เปรียบเรื่องประสิทธิภาพต่อวัตต์และลดต้นทุนโดยรวมในยุคที่ AI ใช้พลังงานสูง อีกทั้งความร่วมมือนี้ยังช่วยให้ลูกค้าร่วมของทั้งสองบริษัทสามารถรันโมเดลระดับโลก (เช่น Anthropic และ OpenAI บน AWS) ตรงเข้าสู่ฐานข้อมูลที่มีการควบคุมความปลอดภัยของ Snowflake ได้โดยตรง
จุดเปลี่ยนผ่านสู่ Agentic Enterprise และการเข้าซื้อกิจการ Natoma
โมเดลรายได้ของ Snowflake เป็นแบบคิดตามปริมาณการใช้งานจริง ซึ่งได้ประโยชน์โดยตรงจากการที่ระบบ AI เอเจนต์ทำงานอัตโนมัติ เนื่องจากเอเจนต์เหล่านี้สามารถวิเคราะห์และดึงข้อมูลได้เร็วกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว ส่งผลให้เกิดการบริโภคข้อมูลบนแพลตฟอร์มสูงขึ้น
ตัวเลขความสำเร็จด้าน AI ล่าสุด:
- มีบัญชีผู้ใช้งานที่เปิดใช้ฟีเจอร์ AI ของบริษัทแล้วกว่า 13,600 บัญชี (เพิ่มขึ้นถึง 30% จากไตรมาสก่อน)
- จำนวนลูกค้าที่ใช้งานเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดผ่าน AI (AI-assisted coding tool) เติบโตขึ้น 1 เท่าตัวภายในไตรมาสเดียว แตะระดับ 7,100 ราย
การเข้าซื้อกิจการ Natoma เพื่อควบคุมความปลอดภัยของ AI Agent
- นอกจากนี้ Snowflake ได้ประกาศลงนามเข้าซื้อกิจการ Natoma แพลตฟอร์มผู้เชี่ยวชาญด้าน Model Context Protocol สำหรับ AI เอเจนต์ระดับองค์กร (ไม่เปิดเผยราคาสิ้นสุด)
- การควบรวมครั้งนี้จะช่วยให้ Snowflake สามารถสร้างระบบยืนยันตัวตนและการควบคุมสิทธิ์ ให้แก่ AI เอเจนต์ได้ หมายความว่าองค์กรธุรกิจจะไม่เพียงแต่ควบคุมแค่ว่าใครเข้าถึงข้อมูลได้บ้างแต่จะสามารถควบคุมและตรวจสอบได้ว่า AI เอเจนต์ตัวนั้นๆ มีสิทธิ์ทำภารกิจหรือสั่งการอะไรข้ามระบบแอปพลิเคชัน (เช่น Salesforce, Jira, Slack) ได้บ้าง เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยทางข้อมูลสูงสุด
8) มุมมองของผู้บริหาร
- ผู้บริหารเน้นย้ำว่า ข้อมูลคือสิ่งสำคัญสำหรับ AI และองค์กรต่างๆ ไม่สามารถสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพได้หากไม่มีการจัดระเบียบข้อมูลที่ดี ซึ่ง Snowflake เป็นผู้นำในด้านนี้
- ผลิตภัณฑ์กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ใหม่ เช่น Cortex (ระบบบริการโมเดลภาษาขนาดใหญ่) และ Snowflake Intelligence ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าที่ต้องการสร้างระบบอัตโนมัติภายในองค์กร
9) อุตสาหกรรมและคู่แข่ง
- ความต้องการของตลาด : สะท้อนชัดเจนว่าความต้องการลงทุนในโครงสร้างข้อมูลเพื่อรองรับ AI ยังคงแข็งแกร่งมาก ไม่ได้ชะลอตัวลงตามที่ตลาดเคยกลัวในก่อนหน้านี้
- อำนาจในการต่อรองราคา : Snowflake ยังคงรักษาอำนาจในการตั้งราคาได้ดี เนื่องจากโครงสร้างราคาเป็นไปตามปริมาณการใช้งานจริง ซึ่งลูกค้าที่ใช้งานคุ้มค่าจะยินดีจ่ายเพิ่ม
- ส่งสัญญาณบวกต่อ: ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Amazon AWS, Microsoft Azure, Google Cloud) เนื่องจากยิ่งลูกค้าใช้ Snowflake มากขึ้น เท่ากับปริมาณการประมวลผลบนคลาวด์เหล่านั้นก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
10) ความเสี่ยงที่ควรระวังและความกังวลของผู้บริหาร
- รูปแบบรายได้ตามการใช้งานจริง : มีความผันผวนสูง หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงกระทันหัน ลูกค้าอาจลดปริมาณการประมวลผลข้อมูลลง ซึ่งจะทำให้รายได้ของ Snowflake ลดลงเร็วกว่าบริษัทซอฟต์แวร์ที่เก็บค่าบริการรายเดือนแบบคงที่
- การแข่งขันที่รุนแรง: คู่แข่งโดยตรงอย่าง Databricks รวมถึงบริการดั้งเดิมของผู้ให้บริการคลาวด์เอง มีการออกผลิตภัณฑ์มาแข่งขันตัดราคาอย่างต่อเนื่อง
- การควบคุมค่าใช้จ่ายภายใน: อัตราการทำกำไรที่แท้จริงอาจถูกกดดัน หากบริษัทไม่สามารถควบคุมงบประมาณในการจ้างงานและการแจกหุ้นให้พนักงานได้ดีพอ
11) บทสรุปและนัยยะสำคัญ
ผลประกอบการรอบนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า Snowflake ไม่ได้เป็นแค่ระบบฝากไฟล์หรือจัดเก็บข้อมูลธรรมดา แต่กำลังยกระดับขึ้นเป็นรากฐานสำคัญของระบบปัญญาประดิษฐ์ในระดับองค์กร รวมถึงมีการขยายสัญญากับ AWS และยอดจองล่วงหน้าที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นสัญญาณยืนยันว่า บริษัทสามารถเปลี่ยนกระแสความนิยมใน AI ให้กลายเป็นรายได้และกระแสเงินสดที่จับต้องได้จริง ซึ่งช่วยลดความคลางแคลงใจของนักลงทุนในระยะสั้นลงได้เป็นอย่างดี
มุมมองของ InnovestX
- ระยะสั้น มองงบได้แรงหนุนเต็มที่จากการเปลี่ยนผ่านสู่โซลูชัน AI-driven (เช่น Cortex และ Snowflake Intelligence) ซึ่งคาดจะช่วยรักษา Momentum การเติบโตให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง ด้วยภาพนี้ทำให้มองบวกต่อ SNOW และเชื่อว่าแนวโน้มการเติบโตที่ดีจะยังเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้นได้

