Café Invest
Markets

SpaceX งบ 3Q26 ดีกว่าคาด จาก AI–Starlink พร้อมเร่งลงทุนครั้งใหญ่และเปิดทางควบรวม Tesla

SpaceX งบ 3Q26 ดีกว่าคาด จาก AI–Starlink พร้อมเร่งลงทุนครั้งใหญ่และเปิดทางควบรวม Tesla

SpaceX รายงานงบ 3Q26 แข็งแกร่งกว่าคาด จากรายได้ที่เติบโต 161% YoY โดยธุรกิจ AI กลายเป็นแหล่งรายได้หลัก ขณะที่ Starlink เตรียมขยายสู่ตลาดโทรศัพท์มือถือและช่วยสร้างกำไรสนับสนุนการลงทุนระยะยาว ด้าน Musk ตั้งเป้าขยายกำลังประมวลผลและรายได้อย่างก้าวกระโดด พร้อมเดินหน้าโครงการ Terafab ร่วมกับ ASML และเปิดทางศึกษาการควบรวม Tesla อย่างไรก็ตาม รายจ่ายลงทุนที่เพิ่มขึ้นและแผนกู้เงินเพิ่มเติมยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ INVX มองผลประกอบการและแนวโน้มรายได้สูงกว่าคาดเป็นปัจจัยสนับสนุน Sentiment ราคาหุ้น SPCX ระยะสั้น และเป็นบวกต่อแนวโน้มการเติบโตระยะยาว

1. SpaceX รายได้เติบโต 161% YoY พลิกทำกำไรสูงกว่าคาดจากธุรกิจ AI และ Starlink

SpaceX (SPCX) รายงานผลประกอบการ 3Q26 แข็งแกร่งกว่าคาด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 161% YoY สู่ $14.58 พันล้าน สูงกว่าตลาดคาดที่ $12.87 พันล้านประมาณ 13.3% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $4.40 พันล้าน เทียบกับขาดทุน $1.1 พันล้านในปีก่อน และสูงกว่าคาดที่ $1.88 พันล้าน ส่วนกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ $2.79 พันล้าน สูงกว่าคาด 24.6% สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจ AI และอินเทอร์เน็ตดาวเทียมที่เริ่มสร้างรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากธุรกิจ Super Intelligence (SI) ซึ่งกลายเป็นแหล่งรายได้ใหญ่ที่สุดของบริษัท ขณะที่ Starlink ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างกำไรเพื่อสนับสนุนการลงทุนระยะยาว ส่งผลให้ SpaceX เริ่มเปลี่ยนจากบริษัทจรวดและดาวเทียมไปสู่บริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI และการสื่อสารระดับโลก อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวมาพร้อมความต้องการเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตารางสรุปผลประกอบการ SpaceX 3Q26

รายการ

3Q26 ($bn)

YoY

QoQ

เทียบคาด

รายได้รวม

14.58

+161%

+87%

+13.3%

รายได้ AI (SI)

7.56

+830%

ประมาณ +195%

+20.0%

รายได้ Starlink / Connectivity

5.25

+69%

+22%

+8.0%

รายได้ Space

1.77

+6%

+84%

+23.8%

กำไรดำเนินงาน

2.79

—

—

+24.6%

กำไรดำเนินงาน AI

0.43

พลิกกำไร

—

ดีกว่าคาด

กำไรดำเนินงาน Connectivity

2.37

—

—

+27.4%

EBITDA ปรับปรุงแล้ว

8.81

+306%

—

+33.7%

กำไรสุทธิ

4.40

พลิกกำไร

พลิกกำไร

+134.0%

กำไรต่อหุ้น (EPS)

$0.35

—

—

+133.3%

รายจ่ายลงทุน (CapEx)

19.59

ประมาณ +184%

—

ใกล้เคียงคาด

2. ธุรกิจ AI เติบโต 830% YoY กลายเป็นเครื่องยนต์หลักของ SpaceX

ธุรกิจ Super Intelligence รายงานรายได้ $7.56 พันล้าน เพิ่มขึ้นประมาณ 830% YoY และสูงกว่าคาดที่ $6.30 พันล้าน โดยได้รับแรงหนุนจากการให้เช่ากำลังประมวลผล AI แก่ลูกค้ารายใหญ่ เช่น Anthropic และ Google รวมถึงการขยายการใช้งาน Grok และการเข้าซื้อ Cursor มูลค่า $60 พันล้าน ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จากลูกค้าองค์กร โดยธุรกิจ AI พลิกมีกำไรจากการดำเนินงาน $431 ล้าน จากขาดทุน $1.7 พันล้านในปีก่อน สะท้อนว่าการเพิ่มกำลังประมวลผลเริ่มสร้างผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ได้จริง

ปัจจุบัน SpaceX มีกำลังประมวลผล AI ที่ติดตั้งแล้ว 1.7 กิกะวัตต์ (GW) ณ สิ้น 3Q26 และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 2.5–3 GW ภายในสิ้นปี 2026 โดยบริษัทระบุว่าความต้องการเช่ากำลังประมวลผลยังสูงกว่ากำลังให้บริการ และโครงการใหม่มีระยะเวลาคืนทุนต่ำกว่า 1 ปีภายใต้ราคาเช่าปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรักษาระดับราคาเช่าและการใช้กำลังประมวลผลอย่างต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถทำกำไรในระยะยาว

ตารางรายได้แยกตามธุรกิจ 3Q26

ธุรกิจ

รายได้

YoY

เทียบคาด

AI / Super Intelligence

$7.56bn

+830%

+20.0%

Connectivity / Starlink

$5.25bn

+69%

+8.0%

Space / จรวดและอวกาศ

$1.77bn

+6%

+23.8%

รวม

$14.58bn

+161%

+13.3%

3. Starlink เตรียมยกระดับเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ แข่งขันกับ AT&T และ Verizon

ธุรกิจ Connectivity ซึ่งรวม Starlink มีรายได้ $5.25 พันล้าน เพิ่มขึ้น 69% YoY สูงกว่าคาดที่ $4.86 พันล้าน และมีกำไรจากการดำเนินงาน $2.37 พันล้าน โดยผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมเพิ่มขึ้นเป็น 13.6 ล้านราย แม้ต่ำกว่าคาดที่ 14.2 ล้านราย แต่รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้น 5% QoQ เป็น $69 ต่อเดือน ขณะที่รายได้จากลูกค้าองค์กรและภาครัฐเติบโต 91% YoY สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพาผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว

SpaceX เตรียมขยาย Starlink Mobile จากบริการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเต็มรูปแบบ โดยได้เข้าซื้อสิทธิใช้คลื่นความถี่เพิ่มเติม และตั้งเป้าปล่อยดาวเทียม Mobile V2 ในปี 2027 ก่อนเริ่มให้บริการรูปแบบใหม่ต้นปี 2028 ซึ่งมีโอกาสแข่งขันกับ AT&T, Verizon และ T-Mobile โดยตรง ปัจจุบัน Starlink Mobile มีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 22 ล้านราย และผู้บริหารมองว่าธุรกิจสื่อสารอาจสร้างรายได้หลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปีในระยะยาว แต่ยังต้องลงทุนโครงข่ายภาคพื้นดินและขยายดาวเทียมอีกมากก่อนบรรลุเป้าหมาย

4. Elon Musk ตั้งเป้ารายได้ต่อปี $500 พันล้าน–$1 ล้านล้านในปี 2027 พร้อมเร่งขยาย AI

Elon Musk เปิดเผยเป้าหมายเชิงรุกว่า SpaceX อาจมีอัตรารายได้ต่อปีคำนวณจากรายได้รายเดือน (ARR) อยู่ที่ $500 พันล้าน–$1 ล้านล้าน ณ สิ้นปี 2027 เทียบกับเป้าหมาย $100 พันล้าน ณ สิ้นปี 2026 โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายกำลังประมวลผล AI ซึ่ง Musk คาดว่าจะเพิ่มได้อีกอย่างน้อย 10 GW ในปี 2027 ส่งผลให้กำลังประมวลผลรวมอาจแตะ 13 GW และมีโอกาสสูงกว่า 20 GW ในกรณีที่การขยายโครงสร้างพื้นฐานเร็วกว่าคาด นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมติดตั้งระบบ AI รุ่น Vera Rubin ของ Nvidia เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการฝึกโมเดลและให้บริการลูกค้าองค์กร

ด้านแนวโน้มระยะสั้น ฝ่ายบริหารคาดรายได้ 1Q27 ที่ $33–37 พันล้าน สูงกว่าตลาดคาดเดิมที่ $23.4 พันล้านอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อสัญญาให้เช่ากำลังประมวลผลและการเปิดใช้งานศูนย์ข้อมูลใหม่ อย่างไรก็ตาม เป้าหมาย ARR ของ Musk ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ปัจจุบัน และเป็นเพียงเป้าหมายของผู้บริหาร ไม่ใช่รายได้ที่ได้รับการยืนยันแล้ว จึงมีความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน อุปกรณ์ และความสามารถในการก่อสร้างให้ทันกำหนด

5. SpaceX เตรียมกู้เงินเพิ่มเติม รองรับการลงทุน AI–ดาวเทียม และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

แม้ผลประกอบการพลิกมีกำไร แต่ SpaceX ยังคงใช้เงินลงทุนสูง โดยรายจ่ายลงทุน 3Q26 อยู่ที่ $19.59 พันล้าน เพิ่มขึ้นจาก $6.9 พันล้านในปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจ AI ประมาณ $16.44 พันล้าน ขณะที่บริษัทคาดว่ารายจ่ายลงทุนใน 4Q26 จะเพิ่มขึ้นเป็น $35–40 พันล้าน สะท้อนการเร่งซื้อชิป AI ขยายศูนย์ข้อมูล และพัฒนาดาวเทียมรุ่นใหม่ โดยนักวิเคราะห์บางรายประเมินว่ารายจ่ายลงทุนทั้งปี 2028 อาจสูงถึง $195 พันล้าน

เพื่อรองรับแผนดังกล่าว SpaceX เตรียมระดมทุนผ่านการกู้ยืมเพิ่มเติม หลังเคยออกหุ้นกู้มูลค่า $25 พันล้าน โดยมีรายงานว่าบริษัทกำลังหารือวงเงินกู้สูงสุดประมาณ $40 พันล้านสำหรับจัดซื้อชิป Nvidia อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่าบริษัทต้องการรักษาอันดับเครดิตระดับลงทุนและใช้กระแสเงินสดจาก Starlink รวมถึงธุรกิจ AI ที่เริ่มสร้างผลตอบแทนมาช่วยสนับสนุนเงินลงทุน เรามองว่าความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่การเติบโตของหนี้และกระแสเงินสดอิสระที่ยังติดลบ ซึ่งอาจกดดันมูลค่าหุ้นหากรายได้จาก AI ขยายตัวช้ากว่าแผน

6. SpaceX และ Tesla ตั้งคณะกรรมการศึกษาการควบรวมกิจการ เปิดทางสร้างระบบนิเวศ AI ครบวงจร

Elon Musk ยืนยันว่า SpaceX และ Tesla (TSLA) ได้จัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการ โดยมองว่าการรวมธุรกิจจะสร้างประโยชน์จากการพัฒนา AI การออกแบบชิป หุ่นยนต์ ระบบพลังงาน และเทคโนโลยีอวกาศร่วมกัน ซึ่งอาจทำให้บริษัทใหม่มีความสามารถครอบคลุมตั้งแต่การผลิตชิปและกำลังประมวลผล ไปจนถึงการนำ AI ไปใช้กับรถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ Optimus และศูนย์ข้อมูลบนอวกาศ ทั้งนี้ SpaceX มีมูลค่าตลาดประมาณ $2 ล้านล้าน ขณะที่ Tesla มีมูลค่าประมาณ $1.5 ล้านล้าน

อย่างไรก็ตาม Musk ย้ำว่าการควบรวมยังไม่มีข้อสรุป และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น โดย Tesla จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 50% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขที่ค่อนข้างสูง เรามองว่าข่าวดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของหุ้น SPCX และ TSLA ในระยะสั้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนด้านมูลค่าการแลกหุ้น โครงสร้างเงินทุน ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และโอกาสเกิดการลดสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม

7. โครงการ Terafab คืบหน้า หลัง ASML เร่งส่งมอบเครื่องจักร ตั้งเป้าผลิตชิปปี 2028

SpaceX และ Tesla เดินหน้าพัฒนาโครงการ Terafab เพื่อสร้างกำลังผลิตชิป AI ของตนเอง ลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอกอย่าง TSMC โดย Musk เปิดเผยว่า ASML และผู้ผลิตเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์รายสำคัญได้เร่งส่งมอบอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าว และบริษัทตั้งเป้าเริ่มผลิตชิปในระดับอุตสาหกรรมช่วง 3Q–4Q28 สะท้อนความพยายามสร้างระบบการผลิตชิปที่เชื่อมโยงกับธุรกิจ AI ศูนย์ข้อมูล หุ่นยนต์ และอวกาศของ Musk ในระยะยาว

เรามองว่า Terafab เป็นปัจจัยบวกต่อผู้ผลิตเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะ ASML และ Applied Materials (AMAT) ซึ่งมีโอกาสได้รับคำสั่งซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมหากโครงการเดินหน้าตามแผน ขณะที่ TSMC อาจเผชิญความเสี่ยงด้านการแข่งขันในระยะยาว แต่ผลกระทบระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจากการสร้างโรงงานชิปขั้นสูงต้องใช้เทคโนโลยี เงินลงทุน และระยะเวลาในการเพิ่มผลผลิตสูงมาก โดยความคืบหน้าของการส่งมอบอุปกรณ์ยังไม่เท่ากับการยืนยันว่าโครงการจะผลิตชิปขั้นสูงได้สำเร็จตามกำหนด

8. Starship เป็นกุญแจสำคัญต่อการขยาย Starlink และศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศ

SpaceX เตรียมเร่งการปล่อย Starship เป็นรายสัปดาห์ใน 1H27 และอาจเพิ่มเป็นสัปดาห์ละสองครั้งใน 2H27 โดยตั้งเป้าทดสอบการนำจรวดและตัวยานกลับมาใช้ใหม่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มจำนวนดาวเทียมที่ส่งขึ้นสู่วงโคจรได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ Musk คาดว่าความสามารถในการรับส่งข้อมูลของ Starlink อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 100 เท่าภายใน 3 ปี ขณะที่ SpaceX วางแผนพัฒนาเครือข่ายดาวเทียมสำหรับรองรับความต้องการสื่อสารจาก AI หุ่นยนต์ และยานยนต์อัตโนมัติในอนาคต

นอกจากนี้ Musk ยังผลักดันแนวคิดศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศ เพื่อขยายกำลังประมวลผลในระยะยาว โดย Starship จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการขนส่งดาวเทียมและอุปกรณ์ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และมีความท้าทายด้านต้นทุนการปล่อยดาวเทียม การจัดการพลังงาน ความร้อน และการบำรุงรักษา จึงยังไม่ควรนำรายได้จากศูนย์ข้อมูลในอวกาศมาเป็นปัจจัยหลักในการประเมินมูลค่าหุ้นปัจจุบัน

ตารางสรุปประเด็นสำคัญ SpaceX: AI, Starlink, Tesla และ Terafab

ประเด็น

สาระสำคัญ

1. AI Growth

รายได้ AI $7.56 พันล้าน (+830% YoY) สูงกว่าคาด 20% จาก Anthropic, Google, Grok และ Cursor พร้อมพลิกมีกำไรดำเนินงาน

2. Starlink Mobile

รายได้ $5.25 พันล้าน (+69% YoY) ผู้ใช้บรอดแบนด์ 13.6 ล้านราย ตั้งเป้าเป็นผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ แข่งขันกับ AT&T และ Verizon ในปี 2028

3. Musk Guidance

ตั้งเป้า ARR สิ้นปี 2027 ที่ $500 พันล้าน–$1 ล้านล้าน และกำลังประมวลผล AI อย่างน้อย 13 GW เทียบกับ 1.7 GW ปัจจุบัน

4. More Borrowing

ลงทุน 3Q26 $19.6 พันล้าน และคาด 4Q26 $35–40 พันล้าน พร้อมพิจารณากู้เงินเพิ่มเพื่อขยาย AI

5. SPCX–TSLA Merger

ตั้งคณะกรรมการศึกษาควบรวม SpaceX–Tesla เพื่อเชื่อมโยง AI หุ่นยนต์ พลังงาน และอวกาศ ยังไม่มีข้อตกลง

6. Terafab (ASML)

ASML เร่งส่งมอบเครื่องจักรสำหรับโรงงานชิป AI ของ SpaceX–Tesla ตั้งเป้าเริ่มผลิต 3Q–4Q28

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองผลประกอบการ SpaceX 3Q26 เป็นบวกต่อแนวโน้มการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะธุรกิจ AI ที่เริ่มสร้างกำไรและ Starlink ที่มีกระแสรายได้ประจำแข็งแกร่ง
  • ขณะที่แนวโน้มรายได้ 1Q27 สูงกว่าคาดเป็นปัจจัยสนับสนุนราคา Sentiment หุ้น SPCX ระยะสั้น
  • อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในการลงทุนค่อนข้างสูง ด้วยระดับมูลค่าตลาดราว $2 ล้านล้าน เนื่องจากบริษัทมีแผนใช้เงินลงทุนและกู้ยืมเพิ่มเติมจำนวนมาก ขณะที่เป้าหมายรายได้ของ Musk สูงกว่าผลประกอบการปัจจุบันหลายเท่า จึงควรติดตามกระแสเงินสด ความคืบหน้าของกำลังประมวลผล และผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นหลัก
  • ในเชิงกลยุทธ์ เรามองบวกต่อหุ้นในห่วงโซ่อุปทาน AI ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว โดยเฉพาะ NVDA และ AVGO จากความต้องการชิป AI, ASML, AMAT และ LRCX จากโครงการ Terafab รวมถึง VRT และ ETN จากความต้องการระบบไฟฟ้าและระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล
  • ขณะที่ TSLA มีปัจจัยเก็งกำไรจากความคืบหน้าการควบรวม แต่ยังไม่ควรประเมินว่าธุรกรรมจะเกิดขึ้นแน่นอน

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน