Café Invest
Markets

SpaceX รุกตลาดมือถือสหรัฐฯ ท้าทาย 3 ค่ายโทรคมนาคมใหญ่

SpaceX รุกตลาดมือถือสหรัฐฯ ท้าทาย 3 ค่ายโทรคมนาคมใหญ่

SpaceX เตรียมขยายธุรกิจ Starlink Mobile สู่การเป็นผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ในสหรัฐฯ หลังตกลงซื้อคลื่นความถี่ 800 MHz ซึ่งช่วยแก้ข้อจำกัดด้านการรับสัญญาณภายในอาคาร ประกอบกับได้รับอนุมัติแผนดาวเทียมรุ่นใหม่ 15,000 ดวง ส่งผลให้หุ้น AT&T, Verizon และ T-Mobile ปรับลดลงราว 6–7% โดย INVX มองว่ากลุ่มโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมอย่าง AMT, CCI, SBAC, MTZ และ DY มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว ขณะที่หุ้นผู้ให้บริการมือถือรายเดิมยังเผชิญความเสี่ยงด้านการแข่งขันในระยะยาว สำหรับ SPCX มองเป็นบวกระยะยาวจากโอกาสขยายสู่ตลาดมือถือ

1. SpaceX ซื้อคลื่นความถี่ เตรียมขยาย Starlink สู่ธุรกิจมือถือเต็มรูปแบบ

SpaceX ของ Elon Musk ประกาศข้อตกลงซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ต่ำย่าน 800 MHz ขนาดสูงสุด 14 MHz แบบคู่ จาก Grain Management ครอบคลุมประชากรเกือบทั้งหมดของสหรัฐฯ เพื่อขยายบริการ Starlink Mobile จากการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือโดยตรง แข่งขันกับ AT&T, Verizon และ T-Mobile โดยข้อตกลงดังกล่าวยังต้องได้รับอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมสหรัฐฯ (FCC) และยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าธุรกรรม

2. คลื่นความถี่ใหม่ช่วยแก้ข้อจำกัดการใช้งานโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม

การซื้อคลื่น 800 MHz ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ Starlink สามารถส่งสัญญาณทะลุผ่านผนังและให้บริการภายในอาคารได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมในปัจจุบัน ขณะที่โทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่รองรับคลื่นดังกล่าวอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่

นอกจากนี้ SpaceX ยังอยู่ระหว่างซื้อคลื่นความถี่กลางประมาณ 65 MHz จาก EchoStar ซึ่งมีความสามารถรองรับปริมาณข้อมูลสูงกว่า แต่ครอบคลุมพื้นที่ได้จำกัดกว่า การผสานคลื่นทั้งสองประเภทจะช่วยให้บริษัทสามารถให้บริการได้ทั้งในอาคาร พื้นที่เมือง และพื้นที่ห่างไกล พร้อมลดการพึ่งพาเครือข่ายของผู้ให้บริการรายเดิม

3. FCC อนุมัติดาวเทียมรุ่นใหม่ 15,000 ดวง เพิ่มศักยภาพเครือข่าย

FCC อนุมัติแผนของ SpaceX ในการส่งดาวเทียม Starlink Mobile รุ่นที่ 2 จำนวน 15,000 ดวง ซึ่งออกแบบมาสำหรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือโดยตรง โดยบริษัทระบุว่าดาวเทียมรุ่นใหม่จะรองรับปริมาณข้อมูลได้มากกว่ารุ่นปัจจุบันกว่า 100 เท่า

SpaceX มีแผนผสานโครงข่ายดาวเทียมกับเสาสัญญาณภาคพื้นดิน เพื่อให้บริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตได้อย่างต่อเนื่องทั้งในอาคาร นอกอาคาร และพื้นที่ไม่มีสัญญาณมือถือ อย่างไรก็ตาม การได้รับอนุมัติแผนดาวเทียมไม่ได้หมายความว่าการใช้คลื่น 800 MHz ผ่านดาวเทียมได้รับอนุญาตแล้ว ซึ่งยังต้องผ่านขั้นตอนกำกับดูแลเพิ่มเติม

4. หุ้นโทรคมนาคมสหรัฐฯ ถูกขาย หลัง SpaceX เพิ่มความเสี่ยงการแข่งขัน

การประกาศดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อหุ้นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของสหรัฐฯ โดยในการซื้อขายนอกเวลาทำการวันที่ 8 ต.ค. หุ้น AT&T ลดลงราว 7.3%, T-Mobile ลดลง 6.6% และ Verizon ลดลง 6.6% เนื่องจากตลาดกังวลว่า SpaceX อาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดและกดดันราคาค่าบริการในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันยังมีข้อจำกัด เนื่องจากผู้ให้บริการรายเดิมถือครองคลื่นความถี่มากกว่า SpaceX อย่างมีนัยสำคัญ และมีเครือข่ายภาคพื้นดินที่ครอบคลุมอยู่แล้ว ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่ผู้ให้บริการมือถือเต็มรูปแบบยังต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมและใช้เวลาในการขยายโครงข่าย

5. การขยายเครือข่ายเปิดโอกาสให้หุ้นโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม

การขยายธุรกิจมือถือของ SpaceX จะเพิ่มความต้องการก่อสร้างและปรับปรุงโครงข่ายภาคพื้นดิน ส่งผลบวกต่อผู้รับเหมาโครงสร้างพื้นฐานสื่อสารอย่าง MasTec (MTZ US) และ Dycom (DY US) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเครือข่ายไร้สายประมาณ 10% และ 4–8% ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน หุ้นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานเสาสัญญาณปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ได้แก่ American Tower (AMT US) +2.6%, Crown Castle (CCI US) +4.1% และ SBA Communications (SBAC US) +4.3% สะท้อนความคาดหวังว่าการเข้ามาของผู้ให้บริการรายใหม่อาจเพิ่มความต้องการเช่าและใช้งานโครงสร้างพื้นฐานเดิม

ตารางเปรียบเทียบผลกระทบต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มธุรกิจ

หุ้น

ผลกระทบ

ประเด็นสำคัญ

ผู้ให้บริการมือถือ

AT&T (T US)

เชิงลบ

เสี่ยงสูญเสียส่วนแบ่งตลาดและแรงกดดันค่าบริการ

ผู้ให้บริการมือถือ

Verizon (VZ US)

เชิงลบ

เผชิญการแข่งขันด้านความครอบคลุมเครือข่าย

ผู้ให้บริการมือถือ

T-Mobile (TMUS US)

เชิงลบ

SpaceX อาจเปลี่ยนจากพันธมิตรเป็นคู่แข่งโดยตรง

เจ้าของเสาสัญญาณ

American Tower (AMT US)

เชิงบวก

โอกาสเพิ่มความต้องการเช่าโครงสร้างพื้นฐาน

เจ้าของเสาสัญญาณ

Crown Castle (CCI US)

เชิงบวก

รับประโยชน์จากการขยายเครือข่ายภาคพื้นดิน

เจ้าของเสาสัญญาณ

SBA Communications (SBAC US)

เชิงบวก

โอกาสเพิ่มรายได้จากการเช่าเสาสัญญาณ

ผู้รับเหมาเครือข่าย

MasTec (MTZ US)

เชิงบวก

โอกาสรับงานก่อสร้างเครือข่ายใหม่

ผู้รับเหมาเครือข่าย

Dycom (DY US)

เชิงบวก

โอกาสรับงานติดตั้งและขยายระบบสื่อสาร

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองว่าการเข้าสู่ตลาดมือถือของ SpaceX เป็นปัจจัยลบต่อแนวโน้มการแข่งขันระยะยาวของ AT&T (T US), Verizon (VZ US) และ T-Mobile (TMUS US) เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงด้านส่วนแบ่งตลาดและอำนาจกำหนดราคาค่าบริการ แม้ผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะสั้นยังจำกัดจากข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและความจำเป็นในการลงทุนโครงข่ายเพิ่มเติม
  • ในทางกลับกัน เรามองบวกต่อผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม โดยเฉพาะ American Tower (AMT US), Crown Castle (CCI US) และ SBA Communications (SBAC US) รวมถึงผู้รับเหมาอย่าง MasTec (MTZ US) และ Dycom (DY US) ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนขยายเครือข่ายของ SpaceX โดยความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอาจเกิดขึ้นก่อนที่การแข่งขันด้านราคาค่าบริการจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ให้บริการรายเดิม อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามขนาดและรูปแบบการลงทุนจริงของ SpaceX
  • สำหรับ SpaceX (SPCX US) เรามีมุมมองเป็นบวก นระยะกลางถึงยาว เนื่องจากการเข้าซื้อคลื่น 800 MHz ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยาย Starlink จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียมสู่ตลาดโทรศัพท์มือถือสหรัฐฯ ซึ่งช่วยเพิ่มแหล่งรายได้และโอกาสขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะการขายแพ็กเกจมือถือควบคู่กับอินเทอร์เน็ต Starlink ให้ลูกค้าเดิม ช่วยเพิ่มรายได้ต่อลูกค้าและลดการพึ่งพาธุรกิจเดิม ขณะที่การผสานเครือข่ายดาวเทียมกับเสาสัญญาณภาคพื้นดินอาจสร้างความได้เปรียบด้านความครอบคลุมของบริการและสนับสนุนการเติบโตระยะยาว
  • อย่างไรก็ตาม เรามองว่าผลบวกต่อรายได้และกำไรต่อ SPCX ยังต้องใช้เวลา เนื่องจาก SpaceX ต้องลงทุนเพิ่มเติมทั้งการซื้อคลื่นความถี่ การขยายเสาสัญญาณ และการหาลูกค้าใหม่ ขณะที่ตลาดมือถือสหรัฐฯ มีการแข่งขันสูงและผู้ให้บริการเดิมมีโครงข่ายครอบคลุมอยู่แล้ว อีกทั้ง SpaceX ยังมีภาระลงทุนสูงในธุรกิจดาวเทียมและโครงสร้างพื้นฐาน AI จึงต้องติดตามผลตอบแทนจากการลงทุนและกระแสเงินสดอย่างใกล้ชิด โดยปัจจัยบวกถัดไป ได้แก่ การได้รับอนุมัติจาก FCC การทำสัญญาเช่าเสาสัญญาณ การเปิดตัวแพ็กเกจมือถือ และการประมูลคลื่นเพิ่มเติมในปี 2027 ซึ่งจะช่วยประเมินว่า Starlink Mobile สามารถสร้างรายได้ใหม่ได้เร็วเพียงใด

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน