SPALI – พรีวิว 1Q66: คาดกำไรลดลงทั้ง YoY และ QoQ – NEUTRAL (ราคาเป้าหมาย 28.40 บาท)

เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q66 ของ SPALI ที่ 1.05 พันลบ. (ลดลง 10.5% YoY และ 51.4% QoQ) ต่ำที่สุดในรอบ 8 ไตรมาส และเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำจุดต่ำสุดใหม่สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผลิตภัณฑ์และการรับรู้รายได้จากโครงการที่ให้มาร์จิ้นต่ำในภูเก็ตและออสเตรเลีย ขณะที่กำไร 2Q66 น่าจะลดลง YoY จากฐานสูง แต่จะเพิ่มขึ้น QoQ จากการรับรู้รายได้ backlog คอนโด เรายังคงคำแนะนำ tactical call สำหรับ SPALI ไว้ที่ NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมาย 28.40 บาท อ้างอิง PE เฉลี่ย 7 เท่า
คาดกำไรสุทธิ 1Q66 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ สู่ 1.05 พันลบ. (-10.5% YoY และ -51.4% QoQ) โดยคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 5.86 พันลบ. (+7.1% YoY แต่ -39.5% QoQ) แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากโครงการแนวราบ 70% และคอนโด 30% เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ 34.7% จากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผลิตภัณฑ์และการรับรู้รายได้จากโครงการที่ให้มาร์จิ้นต่ำในภูเก็ต (จัดโปรโมชั่นราคา) และออสเตรเลีย (ต่ำเป็นปกติ) ค่าใช้จ่าย SG&A จะเพิ่มขึ้นสู่ 13.5% ของยอดขาย เทียบกับ 13.1% ใน 1Q65 และ 12.9% ใน 4Q65 โดยมีสาเหตุมาจากการปรับอัตราค่าธรรมเนียมการโอนเพิ่มขึ้นสู่ 1% สำหรับที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 3 ล้านบาทต่อหน่วย (ยังต่ำกว่าอัตราปกติที่ 2%) ในปีนี้ กำไร 1Q66 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
ยอดขาย 1Q66 น่าประทับใจ SPALI รายงานยอดขาย 1Q66 จำนวน 9 พันลบ. (+2% YoY และ +22% QoQ) แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการแนวราบ 71% และคอนโด 29% มูลค่ายอดขายโครงการแนวราบทำสถิติสูงสุด และเติบโตอย่างมีนัยสำคัญที่ 34% QoQ และ 2% YoY โดยได้รับการสนับสนุนจากยอดขายในต่างจังหวัดที่เติบโต 17% ในขณะที่ยอดขายคอนโดเพิ่มขึ้น 2% YoY และทรงตัว QoQ ยอดขาย 1Q66 คิดเป็นสัดส่วน 25% ของเป้ายอดขายปี 2566 ของบริษัทที่ 3.6 หมื่นลบ. (+11% YoY) เราเชื่อว่า SPALI จะทำยอดขายได้ตามเป้าที่บริษัทวางไว้หากเปิดตัวโครงการทุกโครงการตามแผนที่วางไว้
กำไรจะลดลงเล็กน้อยในปี 2566 ปัจจุบัน SPALI มี backlog มูลค่า 2.02 หมื่นลบ. โดย 76% จะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2566, 21% ในปี 2567 และ 3% ในปี 2568 ทั้งนี้ในปี 2566 SPALI จะเริ่มโอนคอนโด 2 โครงการ: ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร-ราชพฤกษ์ (Q2, มูลค่าโครงการ 1.46 พันลบ.) และ ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน (Q3, มูลค่าโครงการ 2.3 พันลบ.) เรายังคงประมาณการรายได้ปี 2566 ไว้ที่ 3.56 หมื่นลบ. (+3.2%) โดย backlog รองรับรายได้ที่คาดการณ์ไว้แล้ว 60% และคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 8 พันลบ. (-2.1%) เราคาดการณ์ถึงกำไรที่แข็งแกร่งใน 2Q66 (-YoY แต่ +QoQ) และ 3Q66 โดยได้รับการสนับสนุนจากรายได้จากคอนโด
ปัจจัยเสี่ยงและความกังวล เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับขึ้นในปี 2566 ดังนั้นอัตราการปฏิเสธสินเชื่อจึงน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ backlog คอนโดในปี 2567-2568 ก็อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตา คือ การเติบโตของยอดขายโครงการแนวราบที่จะช่วยสนับสนุนให้รายได้รวมเติบโต
Tactical call “NEUTRAL” ด้วยราคาเป้าหมาย 28.40 บาท เนื่องจากอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากมากขึ้นจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในปี 2566 และกำไรของ SPALI จะลดลงเล็กน้อย ดังนั้นเราจึงคงคำแนะนำ tactical call สำหรับ SPALI ไว้ที่ NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมาย 28.40 บาท อ้างอิง PE เฉลี่ย (16 ปี) ที่ 7 เท่า SPALI ประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.75 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.3% และอัตราการจ่ายเงินปันผล 35% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 พ.ค.
PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม SPALI230424_T
