SPALI รายงานกำไรสุทธิ 3Q67 ที่ 1.99 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% YoY และ 24.4% QoQ แต่ต่ำกว่าคาดการณ์ 5% เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น กำไรเติบโตจากรายได้ที่แข็งแกร่งและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี คาดว่ากำไรสุทธิ 4Q67 จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ และกำไรสุทธิปี 2567 จะทรงตัวที่ 6 พันล้านบาท คงคำแนะนำ NEUTRAL ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 20 บาท/หุ้น
SPALI - 3Q67: กำไรสุทธิโตแรง YoY และ QoQ

SPALI รายงานกำไรสุทธิ 3Q67 ที่ 1.99 พันลบ. (+67% YoY และ +24.4% QoQ) ต่ำกว่าที่ INVX คาด 5% จากดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น กำไรที่เติบโตได้รับการสนับสนุนจากรายได้ที่แข็งแกร่งจากการส่งมอบ backlog และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี สำหรับ 4Q67 เราประเมินว่ากำไรสุทธิจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ และคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2567 ที่ 6 พันลบ. (ทรงตัว YoY) backlog และ secured revenue ค่อนข้างต่ำในปี 2568 แต่ด้วยแรงหนุนจากโครงการลงทุนใหม่ในออสเตรเลีย เราจึงคาดว่ากำไรปี 2568 จะเติบโต 5% เรายังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SPALI โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 20 บาท/หุ้น อ้างอิง PE 6.2 เท่า (-0.25 S.D. จาก PE เฉลี่ย 18 ปี)
กำไรสุทธิ 3Q67 โตแรง 67% YoY และ 24.4% QoQ…แต่ต่ำกว่า INVX คาด 5% SPALI รายงานกำไรสุทธิ 3Q67 ที่ 1.99 พันลบ. (+67% YoY และ +24.4% QoQ) ต่ำกว่าที่ INVX คาด 5% จากดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น รายได้อยู่ที่ 9.8 พันลบ. (+37.3% YoY และ +23.8% QoQ) โดย 55% เป็นรายได้จากโครงการแนวราบ และ 45% เป็นรายได้จากคอนโดซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก backlog ที่โครงการ ศุภาลัย ไอคอน สาทร และการเริ่มโอนคอนโดใหม่ คือ ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีภาษีเจริญ (มูลค่าโครงการ 1.1 พันลบ. ขายได้แล้ว 96% และมีอัตราการโอนที่ 83%) อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 39.6% ปรับตัวดีขึ้น YoY และ QoQ โดยได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นคอนโดที่สูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจาก JV อยู่ที่ 39 ลบ. เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 908% YoY แต่ลดลง 83.5% QoQ ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 46.8% YoY และ 26.7% QoQ จากหนี้สินที่เพิ่มขึ้นใน 3Q67 โดยมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ดังนั้นกำไรสุทธิ 9M67 จึงอยู่ที่ 4.2 พันลบ. (+5.8% YoY)
คงประมาณการปี 2567 และปี 2568 ปัจจุบัน SPALI มี backlog มูลค่า 1.32 หมื่นลบ. (แนวราบ 42% และคอนโด 58%) โดย 60% จะรับรู้เป็นรายได้ใน 4Q67 และส่วนที่เหลืออีก 40% จะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2568-2569 ดังนั้นเราจึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ไว้ที่ 6 พันลบ. ทรงตัว YoY โดยคาดว่ากำไร 4Q67 จะลดลง YoY และ QoQ ทั้งนี้ตั้งแต่ 4Q67 เป็นต้นไป SPALI จะต้องเติม backlog ด้วยการขยายฐานยอดขายโครงการแนวราบ และเร่งเปิดตัวคอนโดใหม่เพิ่ม โดยอาคาร low-rise จะช่วยเติม backlog ปี 2569 ในขณะที่อาคาร high-rise จะช่วยเติม backlog ปี 2570 เป็นต้นไป backlog ระดับต่ำในปี 2568 สามารถ secured revenue เพียง 8% ของประมาณการรายได้ของเราที่ 3.08 หมื่นลบ. (-3.7%) ในขณะที่เราประเมินกำไรสุทธิที่รวมโครงการลงทุนใหม่ในประเทศออสเตรเลียได้ที่ 6.3 พันลบ. (+5.1%)
ปัจจัยเสี่ยงและความกังวล การจัดการสินค้าคงเหลือ: เนื่องจากปี 2567 จะเป็นปีที่ SPALI เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.0 หมื่นลบ. การบริหารจัดการยูนิตที่ยังขายไม่ได้และสินค้าคงเหลือในปี 2568 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนกำไรและกระแสเงินสด ปัจจุบัน SPALI ได้นำยูนิตที่ยังขายไม่ได้บางส่วน (105 ยูนิต) ในโครงการ ศุภาลัย ไอคอน สาทร มาปล่อยเช่าระยะยาว
ความเสี่ยงด้าน ESG แม้ SPALI ได้มีการขออนุญาต EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ก่อนการพัฒนาโครงการ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีกรณีคดีฟ้องร้องเกิดขึ้นในคอนโดบางโครงการ ซึ่งเราประเมินว่าเป็นความเสี่ยง ESG ในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม (มีผลกระทบต่อชุมชนบริเวณใกล้เคียง) และธรรมาภิบาล

