การเติบโตในระยะยาวของ SPALI จะได้รับแรงหนุนจากพอร์ตโครงการในออสเตรเลีย (25 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน AUD$1 พันล้าน) ซึ่งคาดว่ายอดขายในปี 2026 จะสูงกว่าเป้าที่บริษัทตั้งไว้ และโมเมนตัมการเติบโตจะต่อเนื่องไปถึงปี 2027 ซึ่งเราคาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 14.8% YoY สู่ระดับ 5 พันลบ. โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจในออสเตรเลียที่ 26% กำไรระยะสั้นใน 2H26 จะได้รับแรงหนุนจากการโอน backlog มูลค่า 6.6 พันลบ. นำโดยคอนโดที่สร้างเสร็จ 2 โครงการ และการปรับเพิ่มประมาณการส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจในออสเตรเลียเป็น 1.2 พันลบ. (+69% YoY) ส่งผลให้เราคาดว่ากำไรใน 2H26F จะเติบโตทั้ง YoY และ HoH เราปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับ SPALI จาก NEUTRAL เป็น OUTPERFORM พร้อมกับปรับราคาเป้าหมายกลางปี 2027 เพิ่มขึ้นจาก 16.30 บาท เป็น 19 บาท อิง PE ที่ 8 เท่า
SPALI – ได้รับแรงหนุนจากโครงการในออสเตรเลีย

โครงการในออสเตรเลีย…เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว SPALI เริ่มเข้าไปลงทุนในออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2014 และได้เพิ่มเงินลงทุนเป็นสองเท่าในปี 2023 ปัจจุบัน SPALI มีโครงการในออสเตรเลียจำนวน 25 โครงการ ครอบคลุม 4 รัฐ และ 6 เมือง คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมประมาณ 2.0 แสนลบ. และเงินลงทุนรวมราว AUD$1 พันล้าน โดย SPALI ถือหุ้น 49.9% ในบริษัทร่วมทุน (SSRCP HoldCo Pty Ltd) ปัจจุบันโครงสร้างโครงการทั้ง 25 โครงการแบ่งเป็นโครงการที่รับรู้รายได้โดยตรงจำนวน 4 โครงการ และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจำนวน 21 โครงการ โดยมีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 50% สำหรับปี 2026 SPALI ตั้งเป้ายอดขายในออสเตรเลียที่ AUD$680 ล้าน (ประมาณ 1.5 หมื่นลบ.) เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยใน 1H26 บริษัทสามารถทำยอดขายได้แล้วคิดเป็น 62% ของเป้าหมายทั้งปี แม้เราคาดว่าโมเมนตัมยอดขายใน 2H26 จะชะลอลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล แต่คาดว่ายอดขายทั้งปีจะยังสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ นอกจากนี้ แนวโน้มปี 2027 ยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นผลจากการย้ายถิ่นฐานสุทธิและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในออสเตรเลีย
Backlog แข็งแกร่งใน 2H26 ยอด presales ใน 1H26 ของ SPALI คิดเป็น 43% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 3.0 หมื่นลบ. (+14%) โดยใน 2H26 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 2.2 หมื่นลบ. ซึ่งจะช่วยเร่งการเติบโตของยอด presales ขณะที่ backlog ปัจจุบันอยู่ที่ 1.54 หมื่นลบ. โดยคาดว่าประมาณ 43% หรือ 6.6 พันลบ. จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ใน 2H26 และส่วนที่เหลือจะรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028 ใน 3Q26 การรับรู้รายได้จาก backlog จะได้รับแรงหนุนจากคอนโดมิเนียมใหม่ที่ก่อสร้างเสร็จ 2 โครงการ ได้แก่ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ มูลค่า 4.6 พันลบ. (มียอดขายรอโอน 54%) และ ศุภาลัย คราม เขาเต่า มูลค่า 480 ลบ. (มียอดขายรอโอน 37%)
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในออสเตรเลีย เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 เพิ่มขึ้น 5% เพื่อสะท้อนการปรับส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจในออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 8% สู่ระดับสูงสุดใหม่ที่ 1.2 พันลบ. (+69% YoY) ขณะที่คาดว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 2.51 หมื่นลบ. (+4.2% YoY) โดยมีรายได้ที่รองรับแล้ว (secured revenue) คิดเป็น 69% ของประมาณการรายได้ทั้งปี ผลประกอบการใน 2H26 จะได้รับแรงหนุนจากการโอน backlog โครงการคอนโด รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจากการรับรู้รายได้ของ backlog คอนโดใหม่ ขณะเดียวกัน ยอดขายในออสเตรเลียที่แข็งแกร่งตั้งแต่ปี 2025 ช่วยสนับสนุนการโอนกรรมสิทธิ์ ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรทำระดับสูงสุดใหม่ใน 2Q26 เราคาดว่าจะมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรอย่างต่อเนื่องใน 2H26 สำหรับปี 2027 ทั้งรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากออสเตรเลียจะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2027 เพิ่มขึ้น 2% โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 14.8% YoY สู่ระดับ 5 พันลบ. โดยได้รับหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจในออสเตรเลียที่ 26%
การขายหุ้นซื้อคืน SPALI อยู่ระหว่างการขายหุ้นซื้อคืนที่ได้ดำเนินการซื้อสะสมไว้ในปี 2025 โดยมีกำหนดระยะเวลาขายหุ้นซื้อคืนตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. 2026 ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2027 หุ้นดังกล่าวคิดเป็น 3.41% ของทุนชำระแล้วทั้งหมด หรือจำนวน 66.599 ล้านหุ้น โดยมีต้นทุนเฉลี่ยในการซื้อคืนที่ 14.38 บาท/หุ้น ณ วันที่ 21 ก.ย. 2026 หุ้นซื้อคืนที่ยังไม่ได้จำหน่ายคงเหลืออยู่ที่ 51 ล้านหุ้น
ความเสี่ยง การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือและการแข่งขัน SET ESG Rating ปี 2025 อยู่ที่ AA คดีฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องกับคอนโดบางแห่ง (ประเด็นด้าน ESG) การบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (E)

