SpaceX รายงานผลประกอบการดีกว่าคาดและขาดทุนน้อยกว่าคาด ช่วยจำกัดแรงกดดันต่อความเชื่อมั่น แม้ xAI ยังใช้เงินลงทุนสูงและตามหลังคู่แข่งด้านผลิตภัณฑ์ แต่การนำกำลังประมวลผลส่วนเกินไปปล่อยเช่า Cloud ช่วยสร้างรายได้และลดความเสี่ยงจากเงินลงทุน จึงเหมาะกับการเก็งกำไรเป็นรอบมากกว่าถือเป็นหุ้นหลักในช่วงนี้
SpaceX 2Q26: รายได้และผลขาดทุนดีกว่าคาด แต่ xAI ใช้เงินลงทุนสูงกดดันความเชื่อมั่น

SpaceX 2Q26: รายได้และผลขาดทุนดีกว่าคาด แต่ xAI ใช้เงินลงทุนสูงกดดันความเชื่อมั่น
1) ผลประกอบการ 2Q26
SpaceX รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกหลังเข้าตลาดโดยรวม ดีกว่าคาด ทั้งรายได้ กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายแบบปรับปรุงแล้ว รวมถึงผลขาดทุนต่อหุ้น ขณะที่รายได้ทั้งสามธุรกิจสูงกว่าคาด โดยเฉพาะธุรกิจ AI ซึ่งได้แรงหนุนจากสัญญาให้เช่ากำลังประมวลผล อย่างไรก็ตาม หุ้นอ่อนตัวหลังประกาศงบ เนื่องจากตลาดกังวลเงินลงทุนของ xAI และศูนย์ข้อมูลที่อยู่ในระดับสูงมาก
ตารางสรุปผลประกอบการ
รายการ | 2Q26 | เติบโต YoY | เทียบตลาดคาด | ประเมิน |
|---|---|---|---|---|
รายได้รวม | 7.81 พันล้านดอลลาร์ | +92% | สูงกว่าคาด 6.81–6.93 พันล้านดอลลาร์ | ดีกว่าคาดชัดเจน |
กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายแบบปรับปรุงแล้ว | 3.5 พันล้านดอลลาร์ | — | สูงกว่าคาด 2.0 พันล้านดอลลาร์ | ดีกว่าคาดมาก |
ขาดทุนสุทธิ | 541 ล้านดอลลาร์ | ลดลง | — | ผลขาดทุนอยู่ในระดับควบคุมได้ |
ขาดทุนต่อหุ้น | 0.09 ดอลลาร์ | — | ดีกว่าคาดว่าจะขาดทุน 0.24 ดอลลาร์ | ดีกว่าคาด |
ค่าใช้จ่ายรวม | 7.96 พันล้านดอลลาร์ | — | — | สูงจากการลงทุน AI และ Starship |
ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา | 3.55 พันล้านดอลลาร์ | +81.2% | ต่ำกว่าคาด 4.39 พันล้านดอลลาร์ | ลงทุนสูง แต่ต่ำกว่าที่ตลาดกังวล |
เงินลงทุน | 18.37 พันล้านดอลลาร์ | เพิ่มขึ้นมาก | ใกล้เคียงคาด 18.58 พันล้านดอลลาร์ | สูงมากและเป็นประเด็นหลัก |
เงินสดและหลักทรัพย์ระยะสั้น | 100 พันล้านดอลลาร์ | — | — | ฐานะการเงินแข็งแกร่ง |
งานในมือ | 47.5 พันล้านดอลลาร์ | — | — | ช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ |
สัญญาบริการ Cloud ที่ลงนามแล้ว | 14.1 พันล้านดอลลาร์ | — | — | สนับสนุนรายได้ AI ระยะถัดไป |
รายได้รวมสูงกว่าคาดประมาณ 13–15% ขณะที่ผลขาดทุนต่อหุ้นน้อยกว่าคาดอย่างชัดเจน และกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายแบบปรับปรุงแล้วสูงกว่าคาด 75% จึงถือเป็นผลประกอบการที่มีคุณภาพดีกว่าที่ตัวเลขขาดทุนสุทธิสะท้อน
ผลประกอบการแยกตามธุรกิจ
ธุรกิจ | รายได้ 2Q26 | YoY | ผลการดำเนินงาน | เทียบตลาดคาด | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|---|---|---|---|
Connectivity | 4.29 พันล้านดอลลาร์ | +66% | กำไรจากการดำเนินงาน 1.66 พันล้านดอลลาร์ | รายได้สูงกว่าคาด 3.88 พันล้านดอลลาร์ | Starlink เป็นธุรกิจหลักและธุรกิจเดียวที่มีกำไรจากการดำเนินงาน |
AI | 2.56 พันล้านดอลลาร์ | +247% | ขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.26 พันล้านดอลลาร์ | รายได้สูงกว่าคาด 2.08 พันล้านดอลลาร์ และขาดทุนน้อยกว่าคาด 2.39 พันล้านดอลลาร์ | รายได้จาก Cloud และการให้เช่ากำลังประมวลผลเพิ่มขึ้น |
Space | 962 ล้านดอลลาร์ | +29% | ขาดทุนจากการดำเนินงาน 542 ล้านดอลลาร์ | รายได้สูงกว่าคาด 874 ล้านดอลลาร์ | จำนวนภารกิจและส่วนผสมลูกค้าดีขึ้น แต่ Starship ยังใช้เงินสูง |
Connectivity ยังคงเป็นเสาหลักของบริษัท คิดเป็นประมาณ 55% ของรายได้รวม ขณะที่ AI เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 33% และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่เร็วที่สุด แม้ยังขาดทุนจากการดำเนินงาน ส่วน Space คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12% และยังถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายพัฒนา Starship
2) แรงสนับสนุนมาจากอะไร
2.1 Starlink เติบโตจากจำนวนสมาชิกและลูกค้าองค์กร
- จำนวนสมาชิก Starlink เพิ่มเป็น 12 ล้านราย เพิ่มขึ้นเท่าตัว YoY และเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านรายจากไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ทรงตัวที่ 66 ดอลลาร์ สะท้อนว่าการเติบโตมาจากจำนวนลูกค้าเป็นหลัก ไม่ได้พึ่งพาการขึ้นราคา
- Starlink ขยายบริการไปแล้ว 167 ประเทศ และมีโอกาสเพิ่มรายได้จากกลุ่มองค์กร ภาครัฐ สายการบิน เรือเดินทะเล รวมถึงบริการ Direct-to-Cell โดยธุรกิจการบินมีส่วนแบ่งประมาณ 10% ขณะที่ตลาดทางทะเลยังมีพื้นที่เติบโตสูง
2.2 รายได้ AI เติบโตจากการปล่อยเช่ากำลังประมวลผล
- แม้ xAI ยังตามหลังผู้พัฒนาแบบจำลองชั้นนำในด้านคุณภาพและการใช้งานเชิงพาณิชย์ แต่ SpaceX สามารถลดความเสี่ยงจากการลงทุนศูนย์ข้อมูลด้วยการนำกำลังประมวลผลส่วนเกินไปให้ลูกค้าภายนอกเช่า
- รายได้ AI เพิ่มขึ้น 247% YoY และ 213% QoQ สู่ 2.56 พันล้านดอลลาร์ จากสัญญา Cloud ใหม่ รวมถึงรายได้จาก Grok และ X โดยบริษัทลงนามสัญญาบริการ Cloud แล้ว 14.1 พันล้านดอลลาร์ และมีข้อตกลงกับ Google และ Anthropic
2.3 การใช้กำลังประมวลผลส่วนเกินช่วยลดผลขาดทุนของ xAI
- ธุรกิจ AI ขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.26 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าคาดว่าจะขาดทุน 2.39 พันล้านดอลลาร์อย่างมาก ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายแบบปรับปรุงแล้วของธุรกิจ AI พลิกเป็นบวก 1.1 พันล้านดอลลาร์
- ผู้บริหารระบุว่าสัญญาให้บริการ Hosting ใหม่มีอัตรากำไรส่วนเพิ่มสูง เพราะเป็นการสร้างรายได้จากกำลังประมวลผลที่มีอยู่แล้ว ทำให้เงินลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของ Grok เพียงช่องทางเดียว
2.4 ธุรกิจปล่อยจรวดและภาครัฐยังมีแรงส่ง
- รายได้ Space เพิ่มขึ้น 29% YoY และ 55% QoQ จากการปล่อยจรวดให้ลูกค้ารายใหญ่และส่วนผสมลูกค้าที่ดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับคำสั่งซื้อปล่อยจรวด 1.6 พันล้านดอลลาร์จากกองทัพอวกาศสหรัฐฯ และสัญญาด้านดาวเทียมความมั่นคงประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์
2.5 Starship มีความคืบหน้าด้านเทคนิค
- Starship ผ่านการทดสอบที่สามารถนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรและเดินทางกลับได้โดยไม่เกิดความเสียหายรุนแรง ขณะที่ Elon Musk ระบุว่าปัญหาเกราะกันความร้อนมีแนวโน้มได้รับการแก้ไขแล้ว
- หาก Starship สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยลดต้นทุนต่อกิโลกรัมในการส่งสิ่งของสู่วงโคจร เพิ่มความเร็วในการติดตั้งดาวเทียม Starlink V3 และเปิดทางสู่ศูนย์ข้อมูลในอวกาศ
3) แนวโน้มและประเด็นจาก Earnings Call
บริษัทไม่ได้ให้ Guidance รายได้และกำไรแบบรายไตรมาสอย่างเป็นทางการ แต่ให้เป้าหมายเชิงธุรกิจและเงินลงทุนหลายรายการ ซึ่งสะท้อนว่าการเติบโตจะเร่งขึ้นพร้อมกับความต้องการเงินทุนที่ยังสูง
3.1 เป้าหมายสำคัญจากผู้บริหาร
ประเด็น | แนวโน้มจากผู้บริหาร | มุมมอง |
|---|---|---|
กำลังประมวลผลปลายปี 2026 | มากกว่า 2 กิกะวัตต์ จาก 1.4 กิกะวัตต์ใน 2Q26 | รายได้ Cloud มีโอกาสเร่งขึ้น |
กำลังประมวลผลปลายปี 2027 | อาจเข้าใกล้ 10 กิกะวัตต์มากกว่า 5 กิกะวัตต์ | สะท้อนแผนลงทุนที่เร่งตัวมาก |
รายได้ประจำต่อปีจาก Compute | มากกว่า 100 พันล้านดอลลาร์ภายในเดือนธันวาคม | เป้าหมายสูงและต้องติดตามความสามารถในการทำได้จริง |
เงินลงทุน 3Q–4Q26 | ใกล้เคียง 18.4 พันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส | กระแสเงินสดจะถูกกดดันต่อเนื่อง |
จำนวนเที่ยวบินปี 2027 | ตั้งเป้ามากกว่า 365 เที่ยว หรือประมาณวันละหนึ่งเที่ยว | สูงกว่าประมาณการปี 2026 ที่ 156 เที่ยวมาก |
Starlink Mobile | ต้องการเป็นผู้ให้บริการไร้สายเต็มรูปแบบภายในปลายปี 2027 | โอกาสสูง แต่กำหนดการค่อนข้างท้าทาย |
Starlink V3 | ต้องมีอย่างน้อยราว 1,000 ดวง คาดถึงระดับดังกล่าวราว 2Q27 | ช่วยเพิ่มความจุเครือข่ายและ Direct-to-Cell |
ผู้บริหารคาดว่าเงินลงทุนในสองไตรมาสที่เหลือของปีจะใกล้เคียงกับ 2Q26 แต่ให้เหตุผลว่าเงินลงทุนด้าน AI มีระยะคืนทุนต่ำกว่าหนึ่งปีจากการนำกำลังประมวลผลไปสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามว่าระยะคืนทุนดังกล่าวสามารถรักษาได้หรือไม่เมื่ออุปทาน Cloud AI เพิ่มขึ้น
3.2 จุดเน้นจาก Earnings Call
ผู้บริหารมองว่า SpaceX กำลังเปลี่ยนจากบริษัทจรวดและดาวเทียมไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รวม การเชื่อมต่อ การประมวลผล AI และการขนส่งสู่อวกาศ เข้าด้วยกัน โดย Starship เป็นแกนกลางที่เชื่อมธุรกิจทั้งสาม
อย่างไรก็ตาม ตลาดให้น้ำหนักกับการเปลี่ยนเงินลงทุนให้เป็นรายได้และกระแสเงินสดมากกว่าวิสัยทัศน์ระยะยาว จึงเกิดแรงขายหลังงบ แม้รายได้และผลขาดทุนดีกว่าคาด
4) Data Center และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
4.1 เงินลงทุนส่วนใหญ่ใช้กับ xAI และโครงสร้างพื้นฐาน AI
เงินลงทุนรวมเพิ่มจาก 10.1 พันล้านดอลลาร์ใน 1Q26 เป็น 18.37 พันล้านดอลลาร์ใน 2Q26 โดยประมาณ 15.8 พันล้านดอลลาร์ หรือ 86% ของทั้งหมด ใช้กับโครงสร้างพื้นฐาน AI ส่วนที่เหลือใช้กับ Starship ฐานปล่อยจรวด การผลิตดาวเทียม และสถานีภาคพื้นดิน
รายการ | 2Q26 | สัดส่วนเงินลงทุนรวม | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|---|---|
เงินลงทุนรวม | 18.37 พันล้านดอลลาร์ | 100% | เพิ่มจาก 10.1 พันล้านดอลลาร์ใน 1Q26 |
โครงสร้างพื้นฐาน AI | 15.8 พันล้านดอลลาร์ | ประมาณ 86% | GPU, ศูนย์ข้อมูล ระบบไฟฟ้าและเครือข่าย |
Starship/ดาวเทียม/ภาคพื้นดิน | ประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์ | ประมาณ 14% | สนับสนุนการปล่อยจรวดและ Starlink รุ่นใหม่ |
กำลังประมวลผล | 1.4 กิกะวัตต์ | — | เพิ่มจาก 1.0 กิกะวัตต์ใน 1Q26 และ 0.4 กิกะวัตต์ปีก่อน |
เป้าหมายปลายปี | มากกว่า 2 กิกะวัตต์ | — | ต้องลงทุนต่อเนื่องใน 2H26 |
4.2 xAI ลงทุนสูง แต่ผลตอบแทนจากแบบจำลองยังไม่ชัดเจน
ความกังวลหลักคือ xAI ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แต่คุณภาพของแบบจำลอง ระบบนิเวศนักพัฒนา และฐานลูกค้ายังตามหลัง OpenAI, Anthropic และ Google การลงทุนจึงยังไม่ได้แปลเป็นความได้เปรียบด้านผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การให้เช่ากำลังประมวลผลเปลี่ยน xAI จากการเดิมพันที่ขึ้นอยู่กับ Grok เพียงอย่างเดียว ไปเป็นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน Cloud ด้วย หากโมเดลของ xAI ไม่สามารถแข่งขันได้ บริษัทก็ยังสามารถสร้างรายได้จาก GPU และศูนย์ข้อมูลผ่านลูกค้าภายนอก
4.3 ข้อดีของโมเดลให้เช่า Cloud
การนำกำลังประมวลผลไปให้ Google, Anthropic และลูกค้ารายอื่นเช่ามีข้อดีสำคัญ ได้แก่
- เพิ่มอัตราการใช้ GPU และลดกำลังประมวลผลว่าง
- สร้างรายได้ระหว่างที่ Grok ยังอยู่ในช่วงพัฒนา
- ลดระยะคืนทุนของศูนย์ข้อมูล
- กระจายรายได้ออกจากสมาชิก X และบริการ AI ของบริษัท
- ใช้เงินลงทุนเป็นฐานสร้างธุรกิจ Cloud ระยะยาว
แต่ธุรกิจนี้มีความซับซ้อนมากกว่าการมี GPU จำนวนมาก เพราะต้องมีซอฟต์แวร์ Cloud ระบบจัดสรรทรัพยากร การสนับสนุนลูกค้า ความปลอดภัยและทีมขายระดับองค์กร ซึ่งคู่แข่งอย่าง AWS, Azure และ Google Cloud มีประสบการณ์สะสมมานาน
4.4 ความเกี่ยวข้องกับ Nvidia
- SpaceX ระบุว่าจะใช้สถาปัตยกรรม Nvidia เป็นหลัก โดยมองว่า Vera Rubin เป็นระบบ AI ที่ดีที่สุด และมีแผนสร้างกำลังประมวลผลใหม่บน Nvidia ทั้งศูนย์ข้อมูลภาคพื้นดินและระบบ Starmind AI ในอวกาศ
- ดังนั้น เงินลงทุนของ SpaceX เป็นบวกโดยตรงต่อ Nvidia รวมถึงห่วงโซ่ HBM, Advanced Packaging, Networking, Optical Interconnect, Power และ Cooling
5) Read Across the Board
บริษัท/กลุ่ม | ผลกระทบ | เหตุผล |
|---|---|---|
Nvidia | บวกมาก | SpaceX เลือกใช้ Nvidia เป็นหลักและขยายกำลังประมวลผลจาก 1.4 กิกะวัตต์เป็นมากกว่า 2 กิกะวัตต์ |
Broadcom และ Marvell | บวก | ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องใช้ Networking, Switching, Optical DSP และ Custom Silicon |
SK Hynix, Micron, Samsung Electronics | บวก | การเพิ่ม GPU AI หนุนความต้องการ HBM |
TSMC | บวก | ได้ประโยชน์จากการผลิต GPU และชิปเครือข่ายขั้นสูง |
Coherent, Lumentum, Fabrinet และ Corning | บวก | การขยาย Cluster หนุน Optical Transceiver, Laser และใยแก้วนำแสง |
Vertiv, Eaton, Schneider Electric และ GE Vernova | บวก | ศูนย์ข้อมูลต้องใช้ระบบไฟฟ้า Cooling และโครงข่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น |
CoreWeave และ Nebius | ลบเชิงการแข่งขัน | SpaceX เพิ่มกำลังประมวลผลเพื่อขาย Cloud และอาจกดดันราคาเช่า GPU |
AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud | ผสม | ความต้องการ Cloud AI ยังแข็งแกร่ง แต่มีผู้ให้บริการรายใหม่เพิ่มขึ้น |
OpenAI, Anthropic และ Google | บวกด้านการจัดหา | มีแหล่งกำลังประมวลผลเพิ่มเติมและอำนาจต่อรองสูงขึ้น |
Rocket Lab และผู้ให้บริการปล่อยจรวดรายอื่น | ลบเชิงแข่งขัน | Starship อาจลดต้นทุนการส่งสิ่งของสู่วงโคจรและเพิ่มความได้เปรียบของ SpaceX |
Amazon Project Kuiper และ OneWeb | ลบเชิงแข่งขัน | Starlink มีขนาดสมาชิกและจำนวนดาวเทียมเหนือกว่า |
ผู้ให้บริการโทรคมนาคม | ผสม | Starlink Direct-to-Cell เปิดโอกาสเป็นพันธมิตร แต่ระยะยาวอาจแข่งขันกับเครือข่ายมือถือโดยตรง |
ภาพรวมอุตสาหกรรม
- ผลประกอบการ SpaceX ยืนยันว่าการลงทุน AI Infrastructure ยังแข็งแกร่ง และอุปสงค์ไม่ได้มาจาก Hyperscaler แบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ขยายไปยังบริษัทที่มีข้อมูล แพลตฟอร์ม และเงินทุนจำนวนมาก
- ในอีกด้านหนึ่ง การที่ SpaceX และ Meta นำกำลังประมวลผลส่วนเกินออกมาให้เช่า อาจเพิ่มอุปทานในตลาด GPU Cloud และกดดันผู้ให้บริการที่มีธุรกิจเช่ากำลังประมวลผลเพียงอย่างเดียว เช่น CoreWeave และ Nebius โดยเฉพาะเมื่อสัญญาเช่าระยะยาวเริ่มหมดอายุหรืออุปทาน GPU คลายตัว
6) ความเสี่ยง
- เงินลงทุนสูงกว่ากระแสเงินสดจากธุรกิจ: เงินลงทุน 4 พันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาสสูงกว่ารายได้รวมมาก แม้บริษัทมีเงินสดสูง แต่หากดำเนินต่อเนื่องหลายปีจะเพิ่มความเสี่ยงด้านผลตอบแทนจากเงินลงทุน
- xAI ตามหลังคู่แข่ง: Grok ยังต้องพิสูจน์คุณภาพ ความน่าเชื่อถือ ระบบนิเวศ และการใช้งานเชิงพาณิชย์เมื่อเทียบกับ OpenAI, Anthropic และ Google
- เป้าหมายรายได้ Compute สูงมาก: เป้าหมายรายได้ประจำต่อปีมากกว่า 100 พันล้านดอลลาร์ภายในเดือนธันวาคมมีความทะเยอทะยานสูง และขึ้นอยู่กับการเริ่มรับรู้รายได้จากสัญญาขนาดใหญ่
- ราคาเช่า GPU อาจลดลง: การขยายกำลังผลิตของ Hyperscaler, Meta, SpaceX และ Neocloud อาจทำให้กำลังประมวลผลล้นตลาดและลดระยะคืนทุน
- การพึ่งพา Nvidia: การเลือกใช้ Nvidia เป็นหลักลดความเสี่ยงด้าน Software แต่เพิ่มการพึ่งพาผู้จัดหารายเดียว ทั้งด้านราคา กำลังผลิต และกำหนดส่งมอบ
- Starship ยังมีความเสี่ยงทางเทคนิค: แม้การทดสอบล่าสุดดีขึ้น แต่การนำกลับมาใช้ซ้ำอย่างรวดเร็วและการปล่อยระดับวันละครั้งยังไม่ผ่านการพิสูจน์
- Starlink อาจเริ่มชะลอในบางตลาด: จำนวนสมาชิกต่ำกว่าคาดเล็กน้อย และการขยายไปยังพื้นที่ใหม่อาจมีต้นทุนการขายและข้อจำกัดด้านกฎระเบียบสูงขึ้น
- การแข่งขันด้านโทรคมนาคม: เป้าหมายเป็นผู้ให้บริการมือถือเต็มรูปแบบต้องอาศัยคลื่นความถี่ อุปกรณ์ที่รองรับ ระบบเรียกเก็บเงิน บริการลูกค้าและเครือข่ายภาคพื้นดิน
- การประเมินมูลค่าสูงและความผันผวนหลัง IPO: ราคาหุ้นสะท้อนโอกาสจาก AI, Starlink และ Starship ไว้สูง ขณะที่หุ้นจำนวนมากเริ่มพ้นระยะห้ามขาย อาจเพิ่มแรงขายระยะสั้น
- ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลและการจัดสรรเงินทุน: โครงสร้างธุรกิจรวม SpaceX, Starlink และ xAI ทำให้มีความเสี่ยงว่ากระแสเงินสดจากธุรกิจที่ทำกำไรจะถูกนำไปสนับสนุนโครงการที่มีผลตอบแทนไม่แน่นอน
7) มุมมอง InnovestX
- เรามองว่าผลประกอบการ 2Q26 ดีกว่าคาด ทั้งรายได้ กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายแบบปรับปรุงแล้ว และผลขาดทุนต่อหุ้น โดยเฉพาะธุรกิจ AI ที่รายได้สูงกว่าคาดและขาดทุนน้อยกว่าคาด ทำให้แรงกดดันด้านความเชื่อมั่นควรจำกัดกว่าที่ตลาดกังวล
- Starlink ยังคงเป็นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและเป็นแหล่งกำไรหลัก ขณะที่ Space และ Starship สร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในระยะยาว แต่ต้องใช้เวลาและเงินลงทุนสูงก่อนเห็นผลตอบแทนเต็มที่
- สำหรับ xAI เรายังมีมุมมองระมัดระวัง เนื่องจากใช้เงินลงทุนสูงมาก แต่ความสามารถของแบบจำลองและระบบนิเวศยังไม่เด่นกว่าคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม การนำกำลังประมวลผลส่วนเกินไปให้เช่า Cloud ช่วยสร้างรายได้ ลดกำลังการผลิตว่าง และทำให้เงินลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของ Grok เพียงอย่างเดียว
- การที่ธุรกิจ AI มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานเพียง 26 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับตลาดคาด 2.39 พันล้านดอลลาร์ และพลิกมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายแบบปรับปรุงแล้ว เป็นหลักฐานเบื้องต้นว่าโมเดลให้เช่ากำลังประมวลผลสามารถช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายได้ แต่ยังต้องพิสูจน์ความยั่งยืนของสัญญา อัตรากำไรและระยะคืนทุน
- แม้งบออกมาดี แต่เงินลงทุนที่สูงกว่า 18 พันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาสทำให้หุ้นยังมีความผันผวนสูง และตลาดจะตั้งคำถามต่อผลตอบแทนจากเงินลงทุนต่อเนื่อง จึงยังไม่เหมาะเป็นหุ้นหลักสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความแน่นอนของกำไรและกระแสเงินสด
- เรามอง SPCX เหมาะกับการเก็งกำไรเป็นรอบตามความคืบหน้าของ Starship การเติบโตของ Starlink และการประกาศสัญญา Cloud มากกว่าการถือเป็นหุ้นหลักระยะยาวในช่วงนี้ โดยจังหวะซื้อควรเกิดหลังราคาปรับฐานและความคาดหวังลดลง ไม่ควรไล่ราคาเมื่อมีข่าวเชิงบวก
SpaceX รายงานงบดีกว่าคาดและผลขาดทุนน้อยกว่าคาด ช่วยจำกัดแรงกดดันต่อความเชื่อมั่น แม้ xAI ยังลงทุนสูงและตามหลังคู่แข่งด้านผลิตภัณฑ์ แต่การนำกำลังประมวลผลส่วนเกินออกให้เช่า Cloud ช่วยสร้างรายได้และลดความเสี่ยงจากเงินลงทุน จึงเหมาะกับการเก็งกำไรเป็นรอบมากกว่าถือเป็นหุ้นหลักในระยะนี้.
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

