Real Yield สูงกดดันทองคำร่วงต่ำสุดรอบ 2 เดือน แนะถือรอจังหวะ เน้นพันธบัตรระยะสั้น
by INVX Investment Strategy & Research
28 กันยายน 2026

Real Yield สูงกดดันทองคำร่วงต่ำสุดรอบ 2 เดือน แนะถือรอจังหวะ เน้นพันธบัตรระยะสั้น
by INVX Investment Strategy & Research
28 กันยายน 2026
ราคาทองคำช่วงบ่ายวันนี้ (28 ก.ย. 2026) ปรับตัวลงกว่า 3% มาอยู่ที่ 4,186 ดอลลาร์/ออนซ์ ต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม หลังปธน. Trump ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบ Hormuz ราคาน้ำมันจึงพุ่งขึ้นและจุดความกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปีขึ้นไปใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 และตลาดเพิ่มน้ำหนักการคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนตุลาคม ในสภาวะที่ Real Yield อยู่ในระดับสูง เรามองว่าทองคำยังเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น จึงแนะนำให้ถือสถานะเดิมและไม่ไล่ซื้อเพิ่ม ระหว่างรอ แนะนำใช้พันธบัตรระยะสั้นเป็นแหล่งผลตอบแทน
Fact
ราคาทองคำ Spot ปรับตัวลง 3% หลุดระดับ 4,200 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ด้านโลหะมีค่าอื่นลงแรงกว่า โดย Silver ลดลง 5% และ Dollar Index (DXY) ยืนเหนือ 101 จุด จาก 3 ปัจจัย ดังนี้
Impact
แรงขายรอบนี้ไม่ได้หมายความว่าบทบาทเชิงโครงสร้างของทองคำสิ้นสุดลง แต่สะท้อนว่าต้นทุนการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนกำลังสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะโดยปกติความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะหนุนทองคำในฐานะ Safe Haven แต่รอบนี้ผลกระทบส่งผ่านช่องทางน้ำมัน ไปสู่เงินเฟ้อ และไปสู่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ผลลบจากช่องทางดอกเบี้ยจึงกลบแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ตราบใดที่ช่องแคบ Hormuz ยังไม่กลับมาเปิด ข่าวภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มกดดันทองคำมากกว่าหนุน
นอกจากนี้ เมื่อพันธบัตรอายุ 2 ปีให้ผลตอบแทนใกล้ 4.90% ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำจึงสูงขึ้นชัดเจน และหาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมจริง แรงกดดันนี้อาจลากยาว ปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประชุม FOMC เดือนตุลาคม และทิศทางราคาน้ำมัน
แม้ความต้องการซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกและความกังวลด้านหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ช่วยหนุนทองคำในระยะกลาง อย่างไรก็ดี ปัจจัยเหล่านี้ช่วยได้เพียงชะลอแรงขาย และไม่เพียงพอที่จะพลิกทิศทางราคาในระยะสั้นขณะที่ Real Yield ยังสูง โดยรวม เรามองว่ากลยุทธ์การลงทุนในทองคำควรรอสัญญาณยืนยันมากกว่าเดิม
Action
เมื่อตลาดอยู่ในภาวะที่ทั้งหุ้นและพันธบัตรผันผวนพร้อมกัน สินทรัพย์ที่เคยใช้ป้องกันความเสี่ยงจึงทำงานได้ไม่เต็มที่ แนะนำให้นักลงทุนเน้นควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตมากกว่าการเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ที่ราคาปรับลง InnovestX จึงมีคำแนะนำการลงทุนดังนี้
ทองคำ: แนะนำให้ถือสถานะเดิมไว้เป็นส่วนกระจายความเสี่ยงระยะยาว แต่ยังไม่เพิ่มน้ำหนักในช่วงที่ Real Yield สูงและ Fed ยังอยู่ในรอบขึ้นดอกเบี้ย สัญญาณที่จะทำให้กลับมาพิจารณาทยอยสะสมคือ Bond Yield เริ่มทรงตัว หรือ Fed ส่งสัญญาณสิ้นสุดรอบการขึ้นดอกเบี้ย สำหรับนักลงทุนที่ถือทองคำเกินสัดส่วนที่วางแผนไว้ อาจพิจารณาปรับลดกลับสู่สัดส่วนเป้าหมาย
พันธบัตรระยะสั้น (1-3 ปี): มองเป็นแหล่งพักเงินระหว่างรอ ด้วย Yield ระยะสั้นใกล้ 4.90% เปิดโอกาสให้รับ Carry ที่น่าสนใจ โดยมีความเสี่ยงด้าน Duration จำกัด ควรหลีกเลี่ยงพันธบัตรระยะยาว เพราะ Yield ระยะยาวยังมีความเสี่ยงปรับขึ้นต่อจากเงินเฟ้อด้านพลังงาน
โดยสรุป ในช่วงที่ต้นทุนการถือครองทองคำสูงขึ้น การรักษาวินัยด้านสัดส่วนการลงทุนและใช้พันธบัตรระยะสั้นสร้างผลตอบแทนระหว่างรอ จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้ดีกว่าการไล่ซื้อสินทรัพย์ที่ยังขาดตัวเร่ง