🔸Fact : ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณบวกว่าสงครามในอิหร่านใกล้จบ หนุนให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงตอบสนองเชิงบวก โดยราคาน้ำมันดิบ brent ผันผวนรุนแรงเป็น V shape จากที่พุ่งไปแตะ US$119/bbl ปรับลงเหลือ US$89/bbl, DJIA เมื่อคืนจากติดลบ 886 จุดรีบาวน์ขึ้นมาปิดบวกเกือบ 240 จุด ส่วนเช้านี้ตลาดหุ้นเอเชียปรับขึ้นแรง และค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าที่ 31.65 บาทต่อสหรัฐ
🔸Impact : INVX คาดเช้านี้ SET จะเปิดกระโดดและเคลื่อนไหวในแดนบวกสอคคล้องกับตลาดหุ้นเอเชีย รับความหวัง ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามในอิหร่านใกล้จบลงเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริงอิสราเอลยังคงเดินหน้าถล่มกรุงเตหะรานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝั่งอิหร่านภายใต้ผู้นำใหม่ "โมจตาบา คาเมเนอี" ยังไม่มีทีท่าจะยอมจำนนตามเงื่อนไขที่หนักหน่วงของสหรัฐฯ แถมยังขู่โต้กลับด้วยขีปนาวุธหนัก ซึ่งทำให้สถานการณ์จริงยังอยู่ระหว่าง 'ความโหดร้ายของสงคราม' กับ 'ความหวังจากปากทรัมป์' รวมทั้งอาจเป็นการดำเนินสงครามจิตวิทยาของ ปธน. ทรัมป์ เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมจำนนและลดความร้อนแรงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ดังนั้นจึงต้องระวังจะเป็นการรีบาวด์หลอกเพื่อลงต่อ เนื่องจากเงื่อนไขการจบสงครามของ ปธน. ทรัมป์ยังหนักเกินกว่าที่อิหร่านจะรับได้ในทันที
🔸Action : ระยะสั้นกลยุทธ์ลงทุนตลาดหุ้นไทยยังยึดแนวทางเดิม คือ แบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดังนี้
หากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลสงครามยืดเยื้อบานปลาย (ยังไม่จบ) แนะนำ
- ถือเงินสดมากขึ้น (Cash is King) และลดน้ำหนักลงทุนในหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ 1) หุ้นที่อ่อนไหวง่ายต่อต้นทุนน้ำมัน อาทิ กลุ่มปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ ท่องเที่ยว โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง รพ. ระดับบนที่มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง และ 2) หุ้นที่หนี้ต่างประเทศสูงจากบาทอ่อนค่า อาทิ สายการบิน
- ส่วนนักลงทุนที่ทำ Strategic Hedging ในกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP ระยะสั้นให้พิจารณา Trailing Stop เพื่อล็อคกำไรบางส่วน หลังราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงแรง
หากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร ยังแนะนำแบ่งไม้สะสมที่แนวรับสำคัญ 1320-1350/1275/1100 โดยไม่แนะนำให้ใส่หมดมือ (No Single Entry) เพราะท่าทีของอิหร่านยังแข็งกร้าว และความไม่แน่นอนทางการเมืองในอิหร่านยังเป็นตัวแปรสำคัญ โดยระยะสั้นเน้น 2 กลุ่ม ดังนี้
- หุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน มี.ค.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2568 (หักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว) ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และราคาหุ้นผันผวนต่ำ (Beta < 1) อีกทั้งมีกำไรและฐานะการเงินที่มั่นคง ได้แก่ SIRI KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
- หุ้น Fast Rebound เพื่อดักเด้งหุ้นคุณภาพที่ลงแรงเกินเหตุ (Panic Sell) จากวิกฤติในอิหร่าน โดยเลือกหุ้น SET50 ที่มีค่า Beta > 1 ซึ่งหลังเกิดเหตุราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ขณะที่กำไรได้รับผลกระทบโดยตรงจำกัดจากต้นทุนน้ำมันขึ้น ซึ่งคาดหวังตลาดฟื้นตัวจะมีเม็ดเงินไหลกลับ ได้แก่ GULF DELTA BJC HMPRO OSP CBG SAWAD MTC TIDLOR
- ส่วนธีมหุ้น Sector Rotation แนะนำให้ "เล็งไว้แต่ยังไม่ต้องรีบ" รอดูสถานการณ์ให้คลี่คลายกว่านี้อีกนิด ค่อยสลับเข้ากลุ่มที่เสียประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันขึ้นและมีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง โดยเลือกหุ้น SET100 ที่มีค่า Beta > 1 และราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET เพราะจะเป็นกลุ่มที่วิ่งแรงที่สุดในรอบถัดไป ซึ่งคาดหวังจะเกิด Short Covering ได้แก่ GPSC BGRIM AOT MINT CENTEL AWC ERW AAV IVL PTTGC IRPC TOP BH KCE
#InnovestXResearch
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf