สรุปสาระสำคัญ
การเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางมีพัฒนาการเชิงบวก แม้อิหร่านจะยังไม่บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายแต่สถานการณ์รอบนี้มีความคืบหน้ามาไกลกว่าทุกครั้ง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวหนุนให้เช้านี้ (25 พ.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงหลุดระดับ US$100/bbl และหนุนให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกพลิกเข้าสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้นักลงทุนต่างชาติล้างสถานะ Short Position และส่ง Fund Flow ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย ดันให้ SET Index มีโอกาสฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งทะลุแนวต้านขึ้นทดสอบบริเวณ 1,550 จุด กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงเข้าเก็งกำไรสั้น (Tactical Play) ผ่าน 3 ธีมหลัก คือ กลุ่ม Anti-Oil & Reopening ที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานลดลง กลุ่มสินเชื่อและอสังหาฯ ที่คลายกังวลเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้น และหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้าหมายทำ Short Covering ขณะที่ควรเพิ่มความระมัดระวังระยะสั้นในหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี หากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง
🔥หากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลายตัว หนุนสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-on) เปิด 3 ธีมเก็งกำไร

📌ปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าการเจรจาคืบหน้าไปมากและเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยเผยถึงแนวโน้มการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ (คิดเป็น 1 ใน 5 ของโลก) หลังจากการสู้รบยืดเยื้อมาหลายเดือน อย่างไรก็ดี ปธน. ทรัมป์ย้ำว่า ไม่รีบและตั้งเงื่อนไขแข็งกร้าวว่าอิหร่านต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด ส่วนฝั่งอิหร่าน ปฏิเสธว่ายังไม่มีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย และยังมีความเห็นต่างในหลายประเด็นสำคัญ (เช่น มาตรการคว่ำบาตรและโครงการนิวเคลียร์) พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตาม MOU ก่อน จึงจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเต็มรูปแบบ
แม้ผลการเจรจาสันติภาพยังไม่แน่ชัดเป็นรูปธรรม ทำให้ยังต้องติดตามกระแสข่าวรายวันอย่างใกล้ชิด แต่สถานการณ์รอบนี้มีปากีสถานเป็นคนกลางและมีความคืบหน้ามาไกลกว่าทุกครั้ง (โอกาสสำเร็จ 50:50 ตามที่ ปธน. ทรัมป์ประเมิน) ระยะสั้นจึงเป็น Sentiment บวกต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
📈 มุมมองต่อตลาดหุ้นไทย:
INVX มองความคืบหน้าข้างต้นเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง จะเป็นปัจจัยบวก (Positive Catalyst) ที่สร้าง Sentiment เชิงบวกให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-on โดยล่าสุดเช้านี้ (25 พ.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงกว่า 4% หลุดจากระดับ US$100/bbl โดยมองว่า หากการเจรจามีความชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้นจะส่งผ่านทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกคลี่คลายลง และเปิดทางให้ธนาคารกลางต่างๆ (โดยเฉพาะ Fed) สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ตามวัฏจักรเศรษฐกิจปกติ หรือไม่ต้องเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสจะอ่อนตัวลงจากการลดสถานะ Safe Haven ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นสู่กรอบ 32.00-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้นักลงทุนต่างชาติล้างสถานะ Short Position และเกิด Fund Flow ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้น EM รวมถึงไทย โดยสำหรับ SET Index คาดว่าจะมีโอกาสฟื้นตัว (Rebound) อย่างแข็งแกร่งทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นทดสอบบริเวณ 1,550 จุด
🎯 กลยุทธ์การลงทุน:
INVX แนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปรับพอร์ตจากโหมดตั้งรับ (Defensive) เข้าสู่โหมดเชิงรุก (Aggressive) สำหรับการเก็งกำไรสั้น (Tactical Play) เพื่อเกาะไปกับรอบการฟื้นตัวของตลาด โดยเน้นหุ้นกลุ่มที่เคยถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนพลังงานและดอกเบี้ยขาขึ้น ผ่าน 3 ธีมหลัก ดังนี้:
1. หุ้น Anti-Oil & Reopening ซึ่งได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับฐานและบาทแข็งค่า รวมทั้งคลายกังวลปัญหา Supply Shortage อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) วัสดุก่อสร้าง (SCC DCC) บรรจุภัณฑ์ (SCGP) ยานยนต์ (AH SAT STANLY) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL)
2. หุ้นที่ได้อานิสงส์บวกจากคลายกังวลลงในเรื่องที่ธนาคารกลางมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ อาทิ กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และอสังหา (AP SIRI)
3. หุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้าหมาย Fund Flow ไหลกลับและเกิด Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่เกิดวิกฤต ได้แก่ MINT HMPRO LH TIDLOR BDMS CPALL SAWAD BEM OSP
⚠️ ขณะที่แนะนำระมัดระวังแรงขายระยะสั้นในหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี หลังราคาน้ำมันปรับฐานและความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มคลี่คลายลง
#InnovestXResearch
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

