Café Invest
Research

STANLY - 2QFY68: ดีกว่า consensus คาด

STANLY - 2QFY68: ดีกว่า consensus คาด

STANLY รายงานกำไรสุทธิ 2QFY68 (ก.ค.-ก.ย. 2567) ที่ 327 ลบ. (ลดลง 34% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ) ดีกว่าตลาดคาด 44% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง รายได้เงินปันผลสูง และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติอยู่ที่ 526 ลบ. เพิ่มขึ้น 9% YoY และ 73% QoQ แม้ว่าเราจะมีมุมมองเชิงบวกที่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี แต่ภาพรวมยอดขายที่อ่อนแออันเนื่องมาจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทำให้เรามีความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของกำไรที่ยั่งยืน เมื่อพิจารณาจาก risk/reward ที่ยังไม่น่าสนใจ เราจึงคงแนะนำ UNDERPERFORM สำหรับ STANLY โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 192 บาท/หุ้น

2QFY68: ดีกว่า consensus คาด STANLY รายงานกำไรสุทธิ 2QFY68 (ก.ค.-ก.ย. 2567) ที่ 327 ลบ. ลดลง 34% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ ดีกว่าตลาดคาด 44% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง รายได้เงินปันผลสูง และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่แข็งแกร่ง หากไม่รวมรายการพิเศษ คือ ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์จำนวน 218 ลบ. ซึ่งเป็นผลมาจากการรวมกิจการโรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 31 ลบ. พบว่ากำไรปกติอยู่ที่ 526 ลบ. เพิ่มขึ้น 9% YoY และ 73% QoQ

รายการที่สำคัญ

  • ใน 2QFY68 ยอดขายอยู่ที่ 3.2 พันลบ. ลดลง 14% YoY เพราะถูกฉุดรั้งโดยอุตสาหกรรมยานยนต์ที่อ่อนแอ แต่เพิ่มขึ้น 8% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล โดยในไตรมาสนี้ ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศไทยลดลง 21% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ
  • อัตรากำไรขั้นต้นเป็นจุดแข็ง โดยอยู่ที่ 21.3% ใน 2QFY68 เพิ่มขึ้นจาก 16.3% ใน 2QFY67 และ 18.4% ใน 1QFY68 โดยได้รับการสนับสนุนจากค่าเสื่อมราคาที่ลดลงและมาตรการควบคุมต้นทุนในช่วงที่ยอดขายชะลอตัว
  • รายได้เงินปันผลอยู่ที่ 127 ลบ. ทรงตัว YoY ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนอยู่ที่ 105 ลบ. เพิ่มขึ้น 20% YoY และ 12% QoQ

คงประมาณการ กำไร 1HFY68 คิดเป็น 53% ของประมาณการกำไรเต็มปีของ consensus และ 56% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา เรายังคงประมาณการกำไรของเราไว้เหมือนเดิม สำหรับ 3QFY68 (ต.ค.-ธ.ค. 2568) เราคาดว่ากำไรปกติของ STANLY จะอยู่ในระดับทรงตัว YoY แต่ลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล และไม่มีรายได้เงินปันผล

แนะนำ UNDERPERFORM แม้ว่าเราจะมีมุมมองเชิงบวกที่ STANLY สามารถควบคุมต้นทุนได้ดี แต่ภาพรวมยอดขายที่อ่อนแออันเนื่องมาจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทำให้เรามีความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของกำไรที่ยั่งยืน ปัจจัยกระตุ้นของกลุ่มยานยนต์ คือ ภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นซึ่งจะช่วยหนุนความต้องการซื้อรถยนต์ในประเทศและเพิ่มคุณภาพสินเชื่อของผู้ซื้อรถยนต์ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น เรามองว่านี่จะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัว เราให้คำแนะนำ tactical call ระยะ 3 เดือนที่ UNDERPERFORM สำหรับ STANLY โดยมีราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 192 บาท/หุ้น (อิงกับ PE ที่ 9.5 เท่า หรือ -0.5SD ของ PE เฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี FY2563)

ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยง คือ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อรถยนต์ และราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น เรามองว่าความเสี่ยง ESG ที่สำคัญ คือ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (E) และ STANLY มุ่งมั่นที่จะลดความเสี่ยงนี้ลง

STANLY - 2QFY68: ดีกว่า consensus คาด | Café Invest