Café Invest
Markets

คาด SET ผันผวน ปัจจัยแวดล้อมยังไม่แน่นอน

คาด SET ผันผวน ปัจจัยแวดล้อมยังไม่แน่นอน

คาด SET แกว่งผันผวน โดยคาดฟื้นขึ้นจากแรงซื้อกลับ หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ น่าจะได้อานิสงส์จากหุ้น Tech โลกที่ปรับขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันจากการที่กลุ่มฮูตียกระดับโจมตีซาอุดีอาระเบียรุนแรงขึ้นหักล้างประเด็นข่าวการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนและข่าวรัสเซียพร้อมส่งน้ำมันดีเซลให้สหรัฐฯ ในวันนี้ อีกทั้งพรุ่งนี้ตลาดหุ้นไทยปิดทำการ จึงทำให้การฟื้นขึ้นถูกจำกัดและอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงตามมา ทางเทคนิคดัชนีหลุด low เดิมก่อนดีดกลับ แม้เป็นการกลับตัวแต่ภาพรวมยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนนัก

ประเด็นสำคัญ
• สื่อ Vedomosti รายงานรัสเซียเตรียมส่งเรือบรรทุกดีเซล 40,000 ตันล็อตแรกเข้าสู่สหรัฐฯ ตามแผนระบายดีเซล 3 แสนตันทันที และ 5 แสนตันในเดือน พ.ย. ขณะที่ ปธน. ปูติน แสดงท่าทีประนีประนอมด้วยการปล่อยตัวประกันชาวอเมริกันและตอบรับเจรจาสันติภาพไตรภาคี (รัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐฯ) เร็วสุด 10 พ.ย. นี้ การผ่อนคลายของอุปทานและความขัดแย้ง มองเป็น Sentiment ลบต่อกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น (PTTEP TOP SPRC BCP)

• รมช. คมนาคม เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติกรอบงบกลางไม่เกิน 5,800 ลบ. เพื่อขับเคลื่อนมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17–45 บาท ครอบคลุมทุกสายเป็นเวลา 1 ปี (1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2027) พร้อมขยายเวลาตั๋ว 40 บาทตลอดวันของสายสีแดงและม่วงถึงสิ้นปี 2027 ควบคู่กับการผลักดันระบบตั๋วร่วม ช่วยดึงดูดปริมาณผู้โดยสารเข้าระบบ มองบวกต่อกลุ่มขนส่งทางราง (BEM BTS)

• SpaceX เผยรายได้ 3Q26 โตแกร่ง 161% YoY แรงหนุนจากรายได้กลุ่ม AI ที่ขยายตัวถึง 9 เท่า และโครงข่าย Starlink ขณะที่ Elon Musk เผยโอกาสควบรวมกิจการระหว่าง SpaceX และ Tesla ตอกย้ำการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ-AI มองบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE)

• Apple เตรียมวางขาย "iPhone Duo" สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกในไทย 23 ต.ค. นี้ (ราคาเริ่ม 7.99 หมื่นบาท) ยอดจองล่วงหน้าลอตแรกหมดเกลี้ยงในไม่กี่นาที สะท้อนกำลังซื้อระดับบนที่แข็งแกร่ง หนุนผลักดันยอดขายช่วงปลายปี มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกไอที (COM7 SPVI SYNEX) รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่าย (ADVANC TRUE)

• สนค. เสนอ 3 แนวทางรับมือความเสี่ยงสภาพอากาศ ขณะที่ผลกระทบจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและภัยแล้งกดดันให้อุปทานสินค้าเกษตรตึงตัว หนุนแนวโน้มราคาขายในตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง มองบวกต่อกลุ่มยาง (STA TRUBB NER TEGH) และกลุ่มน้ำมันปาล์ม (UVAN UPOIC CPI)

กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวในลักษณะไซด์เวย์ เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่เข้ามาขับเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยในประเทศให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศผลประกอบการ 3Q26 ของกลุ่มธนาคาร ซึ่งจุดที่ตลาดโฟกัสคือ แนวโน้มส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM), การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และการคุม NPL ส่วนปัจจัยต่างประเทศต้องจับตา Bond Yield และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือน ต.ค. ตลอดจนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังกดดันราคาน้ำมันและจำกัด Upside ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่ โดยในประเทศติดตามประกาศงบ 3Q26 กลุ่มธนาคาร ส่วนต่างประเทศจับตา US Bond Yield และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในการประชุม FED ในเดือน ต.ค. รวมถึงความตึงเครียดตะวันออกกลางที่ยังกดดันราคาน้ำมันและจำกัด Upside ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Earnings Momentum Play ที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโตแข็งแกร่งในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า อีกทั้งเราแนะนำ Outperform แบ่งเป็น กลุ่มกำไรเติบโต YoY ได้แก่ KKP DELTA PTTEP GLOBAL SCGP และกลุ่มกำไรเติบโต QoQ ได้แก่ KTB

2. FDI & New Economy Play ที่คาดได้อานิสงส์เชิงโครงสร้างจากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank ซึ่งทำให้ได้แสดงศักยภาพของไทยเพื่อดึงดูด FDI ตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบาย New Economy ได้แก่ กลุ่ม Digital Banking (KBANK KTB BBL) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) กลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GPSC GUNKUL) กลุ่มเทคโนโลยีและ Cybersecurity (TRUE SECURE)

3. Defensive Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศ ซึ่งมีกระแสรายได้มั่นคงและทนทานต่อความผันผวนจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPN CRC) รวมถึงค้าปลีกวัสดุก่อสร้างหลังอุทกภัยคลี่คลาย (HMPRO GLOBAL) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)

4. High-Season Tourism & Flood Relief Play ที่ได้อานิสงส์จากคลายกังวลสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศที่ผ่านจุดพีกไปแล้วและเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของท่องเที่ยวไทยใน 4Q26 ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPN CRC)

Daily Top Picks
BDMS: ปัจจัยสนับสนุนจากผลประกอบการ 3Q26F ที่คาดจะพลิกเติบโต YoY จากไตรมาสก่อน คาดกำไรปกติที่ 4.7 พันลบ. เพิ่มขึ้น 8%YoY และ 47%QoQ สนับสนุนจากความต้องการใช้บริการคงค้างสะสมที่เลื่อนมาจาก 2Q26 และการเข้ารักษาโรคตามฤดูกาลที่สูงขึ้น และคาดจะฟื้นตัวต่อเนื่องถึง 4Q26 เป้าหมายระยะสั้น 19.70 บาท

HANA: Sentiment บวกระยะสั้นจากรายได้รวมใน 3Q26 ของ SpaceX ที่เติบโตเด่น 161%YoY ซึ่งขับเคลื่อนจากรายได้ธุรกิจ AI ที่เติบโตมากถึง 9 เท่า คาดผลประกอบการ 3Q26F จะฟื้นตัวโดดเด่น จากการเริ่มผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่มีมาร์จิ้นสูง และคาดกำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เป้าหมายระยะสั้นที่ 51.25 บาท