Café Invest
Markets

Tesla เพิ่มการผลิต Optimus ราว 10 เท่า แต่ยังติดคอขวดด้านการผลิตและซอฟต์แวร์

Tesla เพิ่มการผลิต Optimus ราว 10 เท่า แต่ยังติดคอขวดด้านการผลิตและซอฟต์แวร์

Tesla เพิ่มการผลิต Optimus จากไม่กี่สิบตัวเป็นหลายร้อยตัวต่อสัปดาห์ และตั้งเป้าเกิน 1,000 ตัวต่อสัปดาห์ภายในสิ้นปี 2026 แต่ยังเผชิญคอขวดจากมือหุ่นยนต์ที่ซับซ้อน เครื่องจักร และข้อจำกัดของผู้ผลิตชิ้นส่วน ขณะที่อีกความท้าทายสำคัญคือซอฟต์แวร์และการฝึกให้หุ่นยนต์ทำงานได้หลากหลายในโลกจริง จึงมองว่าความสำเร็จของ Optimus ในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับการผลิตจำนวนมากและใช้งานจริงได้อย่างน่าเชื่อถือ มากขึ้น

1. Tesla เพิ่มการผลิต Optimus ราว 10 เท่า แต่ยังผลิตได้ไม่สม่ำเสมอ

Tesla เร่งการผลิตหุ่นยนต์มนุษย์ Optimus อย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเดือนล่าสุดสามารถผลิตได้ หลายร้อยตัวต่อสัปดาห์ เทียบกับเพียงไม่กี่สิบตัวต่อสัปดาห์ในช่วง 2Q26 ที่ยังเป็นการทดสอบการผลิตในปริมาณน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังประสบปัญหาในการผลิตจำนวนมากให้มีคุณภาพและความสม่ำเสมอเพียงพอ

2. จุดติดขัดสำคัญอยู่ที่ “มือ” ของหุ่นยนต์และระบบการผลิต

ปัญหาหลักมาจากโครงสร้างมือและแขนของ Optimus ที่ซับซ้อน รวมถึงข้อจำกัดจากเครื่องจักรอัตโนมัติและผู้ผลิตชิ้นส่วน โดย Optimus รุ่น V3 ยังมีสกรูและชิ้นส่วนขนาดเล็กมากกว่า 100 ชิ้นในบริเวณมือและแขน ซึ่งหลายส่วนยังต้องประกอบด้วยแรงงานคน ทำให้การเร่งกำลังผลิตทำได้ยากกว่าการประกอบรถยนต์ซึ่งใช้ชิ้นส่วนขนาดใหญ่กว่าและมีความคลาดเคลื่อนในการประกอบได้มากกว่า

3. เป้าหมายระยะสั้นคือมากกว่า 1,000 ตัวต่อสัปดาห์

ฝ่ายบริหารตั้งเป้าสร้างสายการผลิตอัตโนมัติแบบต่อเนื่องที่สามารถผลิต Optimus ได้มากกว่า 1,000 ตัวต่อสัปดาห์ภายในสิ้นปี 2026 จากระดับหลายร้อยตัวต่อสัปดาห์ในปัจจุบัน ขณะที่เป้าหมายระยะยาวที่มีการกล่าวถึงอยู่ที่ประมาณ 20,000 ตัวต่อสัปดาห์ ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทยังต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอีกมากก่อนจะเข้าสู่ระดับการผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

4. Tesla มีแนวโน้มเริ่มธุรกิจด้วยการ “ให้เช่า” มากกว่าขายขาด

Tesla มีแผนจะนำ Optimus ออกให้ลูกค้าธุรกิจภายนอก เช่าใช้งานก่อน แทนการขายโดยตรง วิธีนี้ทำให้บริษัทสามารถนำหุ่นยนต์กลับมาอัปเกรด ซ่อมแซม หรือปรับปรุงหลังหมดสัญญาเช่า และยังช่วยเก็บข้อมูลการทำงานในสถานการณ์จริงเพื่อนำไปพัฒนาระบบของหุ่นยนต์ต่อ

5. อุปสรรคไม่ได้มีเฉพาะการผลิต แต่รวมถึง “ความสามารถในการทำงานจริง”

มุมมองจากผู้บริหาร Faraday Future ระบุว่า ฮาร์ดแวร์ของหุ่นยนต์มนุษย์พัฒนาไปไกลกว่าซอฟต์แวร์มาก โดยประเมินว่าฮาร์ดแวร์อยู่ราว 60 จาก 100 แต่ซอฟต์แวร์เพียงประมาณ 10 จาก 100 ปัญหาหลักจึงไม่ใช่แค่การสร้างตัวหุ่นยนต์ แต่คือการฝึกให้หุ่นยนต์สามารถทำงานหลากหลายและรับมือกับสถานการณ์จริงได้ โดยจำเป็นต้องมีหุ่นยนต์จำนวนมากออกไปทำงานจริงเพื่อสะสมข้อมูลสำหรับการฝึกระบบ

6. การขายเชิงพาณิชย์อาจเริ่มในปี 2027 แต่ยังมีความไม่แน่นอน

Tesla ยังไม่ได้เริ่มขาย Optimus ให้ลูกค้าภายนอก ขณะที่ข้อมูลระบุว่ามีมุมมองว่าการจำหน่าย Optimus Gen 3 เชิงพาณิชย์อาจเริ่มใน ช่วงครึ่งหลังของปี 2027 อย่างไรก็ตาม ระยะเวลายังขึ้นอยู่กับความสามารถของ Tesla ในการแก้ปัญหาการผลิต ความทนทานของชิ้นส่วน และการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้หุ่นยนต์ทำงานได้จริงในหลายรูปแบบ

Optimus เดินหน้าเร็วแค่ไหน แต่ติดคอขวดตรงไหน และอะไรเป็นตัวชี้วัดสำคัญก่อนเข้าสู่เชิงพาณิชย์

ประเด็น

สถานะปัจจุบัน

เป้าหมาย/แนวโน้ม

นัยต่อการลงทุน

กำลังการผลิต

หลายร้อยตัวต่อสัปดาห์

มากกว่า 1,000 ตัว/สัปดาห์ภายในสิ้นปี 2026

สะท้อนว่า Tesla เริ่มขยับจากช่วงทดลองไปสู่การผลิตขนาดใหญ่

การเติบโตของกำลังผลิต

เพิ่มขึ้นราว 10 เท่า จาก 2Q26

ระยะยาวมีเป้าหมายราว 20,000 ตัว/สัปดาห์

โอกาสสูง แต่ยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการเพิ่มกำลังผลิตจริง

คอขวดหลัก

มือและแขนมีชิ้นส่วนขนาดเล็กมากกว่า 100 ชิ้น

ต้องเพิ่มระบบอัตโนมัติและลดการประกอบด้วยแรงงานคน

เป็นความเสี่ยงต่อความเร็วในการผลิต ต้นทุน และคุณภาพ

ระบบอัตโนมัติ

ยังมีปัญหาในการประกอบชิ้นส่วนละเอียด

ต้องสร้างสายการผลิตต่อเนื่องที่เสถียร

หากแก้ได้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อการผลิตจำนวนมาก

ผู้ผลิตชิ้นส่วน

ยังมีข้อจำกัดด้านการจัดหา

ต้องเพิ่มความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน

อาจเป็นตัวจำกัดการเพิ่มกำลังผลิตในระยะสั้น

รูปแบบธุรกิจ

ยังไม่ได้ขายให้ลูกค้าภายนอก

มีแผนเริ่มด้วย การให้เช่า

ช่วยเก็บข้อมูลจริงและลดความเสี่ยงจากสินค้ารุ่นแรก

ซอฟต์แวร์

ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ

ต้องฝึกให้หุ่นยนต์ทำงานหลากหลายได้จริง

ความสามารถของซอฟต์แวร์มีผลต่อมูลค่าเชิงพาณิชย์มากพอๆ กับฮาร์ดแวร์

การขายเชิงพาณิชย์

ยังไม่เริ่ม

อาจเริ่มใน ครึ่งหลังปี 2027

เป็นจุดที่ตลาดจะเริ่มประเมินรายได้จาก Optimus ได้ชัดขึ้น

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองข่าวนี้เป็น ทั้งบวกและลบต่อมุมมอง Optimus โดยด้านบวกคือ Tesla แสดงให้เห็นว่ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและเริ่มวางโครงสร้างธุรกิจสำหรับการใช้งานภายนอกแล้ว แต่ด้านลบคือการผลิตจำนวนมากยังมีคอขวดชัดเจน โดยเฉพาะมือ ชิ้นส่วนขนาดเล็ก ระบบอัตโนมัติ และซอฟต์แวร์ จึงทำให้การสร้างรายได้จาก Optimus ในระดับที่มีนัยสำคัญยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการเพิ่มกำลังผลิตและทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานจริงได้อย่างสม่ำเสมอ มากกว่าการมีต้นแบบที่ใช้งานได้เพียงอย่างเดียว
  • ทำให้ INVX มองเป็นบวกมากกว่าต่อ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์จีน ได้แก่ Ningbo Tuopu, Ningbo Joyson Electronic และ Zhejiang Sanhua Intelligent Controls

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Tesla เพิ่มการผลิต Optimus ราว 10 เท่า แต่ยังติดคอขวดด้านการผลิตและซอฟต์แวร์ | Café Invest