THAI (NEUTRAL, ราคาเป้าหมาย 8.5 บาท): ประเด็นสำคัญจาการประชุมนักวิเคราะห์ ภาพรวมเป็นกลางถึงลบ ต้องติดตามสถานการณ์จากเหตุการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
Markets
News Update - THAI ประเด็นสำคัญจาการประชุมนักวิเคราะห์ ภาพรวมเป็นกลางถึงลบ ต้องติดตามสถานการณ์จากเหตุการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
THAISET

- อัปเดตสถานการณ์จากเหตุการณ์ตะวันออกกลาง
- แนวโน้ม load factor และราคาในเส้นทางยุโรป: ในระยะสั้น (ช่วง 2 สัปดาห์หลังจากนี้) เส้นทางยุโรปมีการขายที่นั่งเต็มในทุกชั้นโดยสาร เนื่องจากมีดีมานด์สูงมากจากการที่ผู้โดยสารต้องการเลี่ยงการเดินทางผ่านตะวันออกกลาง นอกจากนี้ บริษัทยังพบว่ายอดจองล่วงหน้าในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ราคาค่าโดยสารมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด
- การจัดการราคาน้ำมัน: THAI มีการบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Fuel Hedging) โดยครึ่งปีแรกของปีทำไว้ประมาณ 50% และครึ่งปีหลังประมาณ 30% ซึ่งช่วยบรรเทาและชะลอผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้ระดับหนึ่ง ในระยะข้างหน้า จะมีการปรับราคาค่าโดยสารผ่าน Fuel Surcharge หรือการปรับระดับชั้นราคา แต่จะพิจารณาไม่ให้กระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน (แต่ภาวะนี้ สายการบินอื่นๆ ก็จะมีการปรับราคาขึ้นเหมือนกัน)
- แนวโน้มยอดจองเดือนเมษายน: ยังดูต่ำกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากพฤติกรรมผู้โดยสารเริ่มจองล่วงหน้าสั้นลง THAI ทำการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง
- กลยุทธ์ในปี 2569
- การขยายฝูงบิน: การบินไทยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนเครื่องบินจาก 80 ลำ เป็น 102 ลำ ในปี 2569 (เพิ่มขึ้นสุทธิ 22 ลำ) โดยเครื่องบินที่จะเข้ามาประกอบด้วย A321neo จำนวน 14 ลำ, B787-9 4 ลำ และ B787-8 อีก 10 ลำ และจะมีการนำเครื่องลำตัวกว้างออก 6 ลำ
- ตลาดที่มีศักยภาพ: ตลาดเมืองรองของจีน เช่น ฉงชิ่ง ฉังชา เซี่ยเหมิน และเซินเจิ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่รุนแรงในเส้นทางหลักจากสายการบินจีน และการเพิ่ม connectivity ระหว่างจีน-ไทย-อินเดีย
- เป้าหมายทางการเงินในปี 2569
- ASK (ปริมาณการผลิต) คาดว่าจะเติบโต 5-6% YoY
- ตั้งเป้าที่จะรักษา Yield ให้อยู่ในระดับเดียวกับปีก่อน และรักษา Cabin Factor ไว้ที่ประมาณ 78-80%
- ตั้งเป้าหมาย Operating Margin ไว้ที่ระดับ Mid-teens (ประมาณ 14-16%) ลดลงจาก 21.5% ในปีก่อน ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นระดับที่ conservative
- การพบปะนักลงทุนต่างประเทศและ Locked-up Period
- ผู้บริหารเผยว่ามีการเดินทางไปพบนักลงทุนในฮ่องกงและสิงคโปร์ เป้าหมายหลักคือการเตรียมความพร้อม นำเสนอปัจจัยพื้นฐาน และดึงดูดนักลงทุนกลุ่มใหม่ๆ เพื่อรองรับการจบการห้ามขายหุ้น (Locked-up period) ในวันที่ 4 ส.ค. 2569

