Café Invest
Ideas

แจ้งปรับพอร์ตการลงทุน The Satellite ณ วันที่ 5 ต.ค. 2026: ย้ายจากหุ้นญี่ปุ่นสู่หุ้นผู้นำ Nasdaq-100 ที่กำไรโตเร็วกว่า และเพิ่มหุ้นพลังงานโลก

แจ้งปรับพอร์ตการลงทุน The Satellite ณ วันที่ 5 ต.ค. 2026: ย้ายจากหุ้นญี่ปุ่นสู่หุ้นผู้นำ Nasdaq-100 ที่กำไรโตเร็วกว่า และเพิ่มหุ้นพลังงานโลก
  • The Satellite เป็นพอร์ตเสริมผลตอบแทน (Return Enhancer) ที่ลงทุนด้วยความเชื่อมั่นสูงภายในกรอบที่กำหนด การปรับครั้งนี้ประกอบไปด้วย: หุ้นเทคโนโลยีโลก 35% หุ้นผู้นำ Nasdaq-100 15% หุ้นเกาหลีใต้ 20% หุ้นเหมืองทองคำและโลหะมีค่า 15% และหุ้นพลังงานโลก 15%
  • นับจากการปรับพอร์ตครั้งก่อน (6 ส.ค. 2026 – 30 ก.ย. 2026) พอร์ตให้ผลตอบแทนรวม +6.11% ขณะที่หุ้นโลก (วัดจาก KKP PGE-H) ปรับลงราว 1.37% ทุกกองทุนในพอร์ตให้ผลตอบแทนเป็นบวก นำโดยหุ้นเกาหลีใต้ +10.88% และหุ้นพลังงานโลก +7.12%
  • มุมมองหลักของเรา: เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแรง ขณะที่เงินเฟ้อจากพลังงานและ bond yield อยู่ในระดับสูง เราเชื่อว่ากำไรยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดหุ้นในรอบนี้ เราจึงลงทุนในสินทรัพย์ที่กำไรเติบโตแข็งแรงซึ่งกระจุกอยู่ที่บริษัทผู้นำด้าน AI

ภาพรวมนับจากการปรับพอร์ตครั้งก่อน (6 ส.ค. 2026)

ช่วงราวแปดสัปดาห์ที่ผ่านมา Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 3.75-4.00% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งเป็นการขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 และกรรมการส่วนใหญ่ชี้ว่าอาจขึ้นอีกครั้งภายในปีนี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขยับจากราว 4.7% เป็น 5.3% และอายุ 30 ปีจากราว 5.2% เป็น 5.6% ขณะที่ราคา Brent ขึ้นจากราว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปแตะ 130 ดอลลาร์กลางเดือน ก.ย. ก่อนย่อลงมาราว 115 ดอลลาร์ จากอุปทานในอ่าวเปอร์เซียที่ยังไม่ฟื้น

ดอกเบี้ยระยะยาวขึ้นราว 0.6% ในแปดสัปดาห์ เร็วกว่าที่ตลาดคาดหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย 16 ก.ย. การปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของ Bond Yield เป็นความเสี่ยงระยะสั้นของหุ้นที่ valuation สูง และกดดันราคาทองคำในช่วงท้ายของเดือน ก.ย.

ในทางกลับกัน กำไรของห่วงโซ่ AI ยังเติบโตแรง NVIDIA รายงานรายได้ไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อนและให้ประมาณการไตรมาสถัดไปสูงขึ้นอีก ขณะที่ hyperscaler ทั้งสี่รายปรับเพิ่มแผนลงทุนปี 2026 รวมกันกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์ ตลาดหุ้นโลกโดยรวมจึงปรับลงเล็กน้อย แต่หุ้นที่กำไรถูกปรับขึ้นยังปรับตัวขึ้นได้ ส่วนราคาทองคำทำจุดสูงสุดใกล้ 4,700 ดอลลาร์ปลายเดือน ส.ค. ก่อนปรับฐานลงมาราว 4,200 ดอลลาร์ ณ สิ้นเดือน ก.ย. หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย

น้ำมันปรับตัวขึ้นราว 27% จากอุปทานอ่าวเปอร์เซียที่ยังไม่ฟื้น ขณะที่ทองคำทำจุดสูงสุดปลายเดือน ส.ค. แล้วคืนกำไรทั้งหมดหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย

ผลตอบแทนรายกองทุน (6 ส.ค. 2026 – 30 ก.ย. 2026)

พอร์ตให้ผลตอบแทนรวม +6.11% ในช่วงที่หุ้นโลก (วัดจาก KKP PGE-H) ปรับลงราว 1.37% โดยหุ้นเกาหลีใต้และหุ้นเทคโนโลยีโลกเป็นสองแหล่งผลตอบแทนหลักของพอร์ตรวมกันราว 70% และเงินบาทที่อ่อนค่าเล็กน้อยช่วยหนุนสองกองทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

  • SCBKEQTG +10.88%: ผู้ชนะหลักของพอร์ต ดัชนีหุ้นเกาหลีฟื้นจากจุดต่ำสุดเดือน ก.ค. ขึ้นไปยืนเหนือ 7,000 จุดในเดือน ก.ย. โดยทำจุดสูงสุดราว 7,080 จุดวันที่ 23 ก.ย. ก่อนย่อลงมาราว 6,840 จุด ณ สิ้นเดือน ตามประมาณการกำไรของผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่ถูกปรับขึ้น กฎคุมเลเวอเรจที่เราติดตามมีผลแล้ว มูลค่าซื้อขาย ETF เลเวอเรจรายตัวลดลงกว่า 90% ความผันผวนที่เรากังวลจึงผ่านไปแล้ว
  • KT-ENERGY-A +7.12%: ขึ้นตามราคาน้ำมันจากอุปทานในอ่าวเปอร์เซีย และค่าการกลั่นที่สูงกว่าปกติหลายเท่า ประมาณการกำไรของกลุ่มถูกปรับขึ้นราว 30% ในรอบ 6 เดือน
  • ES-GTECH +5.94%: ขึ้นตามกำไรที่ยังเติบโตแรง NVIDIA รายงานผลดีกว่าคาดในเดือน ส.ค. และแผนลงทุนของ hyperscaler ยังถูกปรับเพิ่ม เรื่องที่ต้องติดตามถัดไปคือการประกาศงบไตรมาส 3 ปลายเดือน ต.ค. ซึ่งจะให้ทิศทางแผนลงทุนปี 2027
  • KT-PRECIOUS-A +5.79%: ขึ้นตามราคาทองคำที่ทำจุดสูงสุดเดือน ส.ค. ก่อนย่อลงหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำมากที่สุดในรอบเกือบสามปีในเดือน ส.ค.
  • KT-JAPANALL-A +1.33%: ขึ้นเล็กน้อย แม้กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตและการซื้อหุ้นคืนทำสถิติต่อเนื่อง แต่เงินเยนที่เริ่มแข็งค่ากดดันกลุ่มส่งออก และเม็ดเงินยังไม่กระจายออกจากกลุ่มผู้นำตามที่เราคาด

มุมมองไตรมาสข้างหน้าและเหตุผลการปรับพอร์ต

เรามองว่าในไตรมาสข้างหน้า กำไรยังเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดและยังกระจุกอยู่ที่ผู้นำด้าน AI ขณะที่ bond yield ที่ขึ้นเร็วอาจทำให้ตลาดผันผวนขึ้นในระยะสั้น เราจึงให้น้ำหนัก 70% ของพอร์ตในกลุ่มที่การปรับประมาณการกำไรยังแข็งแกร่ง ขณะที่ Valuation อยู่ในระดับน่าสนใจที่ประกอบไปด้วยหุ้นเทคโนโลยีโลก หุ้นเกาหลีใต้ และหุ้นผู้นำ Nasdaq-100

เหตุผลรายสินทรัพย์

ES-GTECH (หุ้นเทคโนโลยีโลก) 35%: คงน้ำหนัก กำไรยังโตเร็วกว่าราคาแม้ดอกเบี้ยขึ้น

Rationale: ความต้องการชิปและอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูลยังสูงกว่ากำลังการผลิต forward ROE ของกลุ่มเทคโนโลยีโลกอยู่ที่ราว 39% เทียบกับตลาดหุ้นโลกราว 19% ขณะที่ forward P/E ราว 17 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ความเสี่ยงที่เราให้น้ำหนักมากขึ้นคือการลงทุน AI ที่พึ่งพาการกู้ยืมมากขึ้น เราจึงคงน้ำหนักไว้ที่ 35% และจะทบทวนหาก hyperscaler รายใดปรับลดแผนลงทุนปี 2027 ในการรายงานผลปลายเดือน ต.ค.

SCBKEQTG (หุ้นเกาหลีใต้) 20%: คงน้ำหนัก ชิปหน่วยความจำยังขาดแคลนต่อเนื่องถึงปี 2027

Rationale: ชิปหน่วยความจำยังเป็นคอขวดของการขยาย AI และภาวะขาดแคลนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในปี 2027 ประมาณการกำไรถูกปรับขึ้นราว 89% ในรอบ 6 เดือน ขณะที่ forward P/E ราว 5.4 เท่า ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี แรงเก็งกำไรจากรายย่อยลดลงหลังกฎคุมเลเวอเรจมีผล แต่เงินวอนที่แข็งค่าและเงินทุนต่างชาติที่ไหลออกทำให้หุ้นเกาหลียังเป็นสถานะที่ผันผวนที่สุดในพอร์ต เราจึงคงน้ำหนักไว้ที่ 20% จุดติดตามถัดไปคือผลไตรมาส 3 ของ Samsung และ SK Hynix

KT-NASDAQ-A (หุ้นผู้นำ Nasdaq-100) 15%: เพิ่มใหม่ earnings momentum ยังแข็งแรงบน P/E ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี

Rationale: บริษัทผู้นำใน Nasdaq-100 เป็นศูนย์กลางของการลงทุนด้าน AI ทั้งคลาวด์ ชิป และแพลตฟอร์ม ประมาณการกำไรถูกปรับขึ้นราว 24% ในรอบ 6 เดือน บน forward ROE ราว 30% ขณะที่ forward P/E ราว 22 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ราว 23 เท่า ความเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ valuation และ bond yield สหรัฐฯ ที่ขึ้นเร็ว เราลงทุน 15% ผ่านกองทุนที่ลงทุนในดัชนี Nasdaq-100 และจะทบทวนหากประมาณการกำไรเริ่มถูกปรับลด หรือ hyperscaler รายใดปรับลดแผนลงทุนปี 2027

KT-JAPANALL-A (หุ้นญี่ปุ่น) 0%: ขายออกทั้งจำนวนจาก opportunity cost

Rationale: เราเพิ่มหุ้นญี่ปุ่นเมื่อ 6 ส.ค. เพื่อรับการปฏิรูปบรรษัทภิบาล ซึ่งยังเดินหน้าตามคาด การขายครั้งนี้มาจาก opportunity cost การตึงตัวของนโยบาย BOJ และ JGB yield ที่สูงขึ้นทำให้ risk-reward ระยะสั้นด้อยกว่าหุ้นผู้นำ Nasdaq-100 ด้านพื้นฐาน หุ้นญี่ปุ่นมี forward P/E ราว 16 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี บน forward ROE ราว 9-10% ด้านค่าเงิน เงินเยนที่ราว 157 เยนต่อดอลลาร์เริ่มแข็งค่าซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อหุ้นญี่ปุ่น จากการวิเคราะห์ข้อมูลตั้งแต่ปี 2005 ชี้ว่าเมื่อเงินเยนแข็งค่าเร็วเกิน 8% ดัชนี TOPIX ปรับลง 8 ใน 9 ครั้ง โดยปรับลดลงเฉลี่ยราว 18%

KT-PRECIOUS-A (หุ้นเหมืองทองคำและโลหะมีค่า) 15%: คงน้ำหนัก valuation ใกล้ระดับต่ำสุดของ 10 ปี แต่ยังผันผวนสูง

Rationale: แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางยังเป็นแรงหนุนหลักในระยะยาว ธนาคารกลางจีนซื้อต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ราคาทองคำปรับฐานราว 11% จากจุดสูงสุดปลายเดือน ส.ค. หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย ทำให้หุ้นเหมืองมี forward P/E ราว 11.5 เท่า ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี แต่หุ้นเหมืองเคลื่อนไหวแรงกว่าราคาทองคำทั้งสองทาง และประมาณการกำไรระยะสั้นยังถูกปรับลงตามราคาทองคำ เราจึงคงน้ำหนักไว้ที่ 15% และจะทบทวนหากราคาทองคำปิดต่ำกว่า 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์

KT-ENERGY-A (หุ้นพลังงานโลก) 15%: เพิ่มน้ำหนัก อุปทานน้ำมันยังไม่ฟื้น ค่าการกลั่นสูง กำไรถูกปรับขึ้น

Rationale: อุปทานน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียยังต่ำกว่าระดับก่อนความขัดแย้งมาก และการฟื้นตัวเต็มที่มีแนวโน้มลากไปถึงปี 2027 ค่าการกลั่นสูงกว่าระดับปกติหลายเท่า ประมาณการกำไรของกลุ่มถูกปรับขึ้นราว 30% ในรอบ 6 เดือน บน forward P/E ราว 12 เท่า เราจึงเพิ่มน้ำหนักจาก 10% เป็น 15% เพื่อรับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่มีโอกาสทรงตัวสูงและจากเงินเฟ้อด้านพลังงาน และจะทบทวนหากอุปทานจากอ่าวเปอร์เซียกลับมาพร้อมกับค่าการกลั่นที่กลับสู่ระดับปกติ หรือหุ้นพลังงานโลกให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นโลกชัดเจน ณ การวัดสิ้นเดือน ต.ค. หรือ พ.ย.

สิ่งที่ติดตามในระยะข้างหน้า

  • สิ้นเดือน ต.ค.: ผลประกอบการไตรมาส 3 และแผนลงทุนปี 2027 ของ hyperscaler ทั้งสี่ราย เงื่อนไขทบทวนร่วมของหุ้นเทคโนโลยีโลก เกาหลีใต้ และ Nasdaq-100 และผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Samsung และ SK Hynix ทั้งแผนคืนเงินผู้ถือหุ้นและราคาสัญญาชิป HBM
  • การประชุม Fed ปลายเดือน ต.ค. และ ธ.ค. กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งกระทบ valuation ของหุ้นเทคโนโลยีและราคาทองคำไปในทางเดียวกัน โดยเราให้ระดับ 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดทบทวนของหุ้นเหมืองทองคำ
  • อุปทานน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียและค่าการกลั่น เงื่อนไขทบทวนของหุ้นพลังงานโลก

สรุปรายละเอียดการปรับพอร์ต

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ลงทุนอยู่ในปัจจุบัน พอร์ตโฟลิโอจะเข้าสู่ช่วงเตรียมความพร้อม (Preparation Period) ตั้งแต่วันที่ 8 - 12 ตุลาคม 2569 ซึ่งท่านจะไม่สามารถเพิ่มหรือถอนเงินลงทุนได้ และจะเริ่มต้นกระบวนการปรับพอร์ตลงทุน (Rebalance Period) ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 และใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จนกว่าการปรับพอร์ตจะเสร็จสิ้น โดยในช่วงดังกล่าวท่านจะไม่สามารถถอนเงินลงทุนออกได้

หมายเหตุ: สำหรับกองทุนที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนใน Model ใหม่ ทั้งนี้ อาจมีการซื้อขายเกิดขึ้นได้ หากน้ำหนักการลงทุนปัจจุบันในกองดังกล่าวไม่เท่ากับน้ำหนักการลงทุนตาม Model อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดในช่วงที่ผ่านมา โดยจะปรับให้สัดส่วนการลงทุนในพอร์ตของท่านเป็นไปตาม Model

คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์