THREL สร้างเซอรไพร้ส์เชิงลบด้วยการรายงานขาดทุนสุทธิจำนวนมากใน 1Q67 ผลประกอบการสะท้อนถึง combined ratio ที่เพิ่มขึ้นมากจากการเรียกร้องสินไหมค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น เบี้ยประกันภัยต่อรับที่เติบโตดี YoY (ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับราคาเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนอัตราค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น) และ ROI ที่ดีขึ้น เราปรับประมาณการผลประกอบการปี 2567 ลดลงจากกำไรสุทธิ 95 ลบ. สู่ขาดทุนสุทธิ 48 ลบ. หลักๆ เกิดจากการปรับประมาณการ combined ratio เพื่อสะท้อนการปรับอัตราค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด แม้ราคาหุ้น THREL ปรับตัวลดลง 14% เมื่อวานนี้ แต่เราปรับคำแนะนำสำหรับ THREL ลงจาก NEUTRAL สู่ UNDERPERFORM และปรับราคาเป้าหมายลดลงจาก 2.1 บาท สู่ 1.6 บาท 1Q67: เซอร์ไพร้สเชิงลบจากขาดทุนสุทธิจำนวนมาก THREL รายงานขาดทุนสุทธิ 87 ลบ. ใน 1Q67 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 15 ลบ. ใน 1Q66 และกำไรสุทธิ 14 ลบ. ใน 4Q66 แย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีกำไรสุทธิ 20 ลบ. ค่อนข้างมาก โดยมีสาเหตุมาจากอัตราค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ย (loss ratio) ที่ปรับตัวขึ้นแรงจากการเรียกร้องสินไหมค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น
รายการที่สำคัญ: 1) เบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโตดี: เบี้ยประกันภัยต่อรับรวมเติบโต 18% YoY (-3% QoQ) และเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 23% YoY (-6% QoQ) ใน 1Q67 ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของงานประกันสุขภาพทั้งแบบรายบุคคลและแบบรายกลุ่ม การเติบโตของงานประกันสุขภาพแบบรายกลุ่ม (~49% ของเบี้ยประกันภัยต่อรับทั้งหมดในปี 2566) สะท้อนถึงการปรับราคาขึ้นเพื่อรับมือกับการปรับอัตราค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น บริษัทได้ปรับราคาค่าเบี้ยประกันสุขภาพแบบรายกลุ่มเพิ่มขึ้น 30% ในปี 2566 และจะปรับราคาค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นอีก 25-30% ในปี 2567 เรายังคงประมาณการว่าเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิจะเติบโต 7% 2) combined ratio เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการเรียกร้องสินไหมค่ารักษาพยาบาลสูง combined ratio เพิ่มขึ้น 6.62 pct YoY (+16.90 pct QoQ) สู่ 114.33% แย่กว่าเป้าที่บริษัทวางไว้ที่ต่ำกว่า 100% ค่อนข้างมาก โดยมีสาเหตุหลักการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ ตามภาวะของอุตสาหกรรมที่มีการปรับอัตราค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นสูงเกินกว่าอัตราค่าเบี้ยประกันที่ได้ปรับเพิ่มขึ้น หากไม่รวมสำรองการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ~36 ล้านบาท (สำรองสำหรับผลิตภันฑ์ระยะยาวและการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน) combined ratio จะอยู่ที่ 110% ซึ่งยังแย่กว่าคาด ทั้งนี้เพื่อรับมือกับอัตราค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น บริษัทจึงปรับเพิ่มอัตราค่าเบี้ยประกันสำหรับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพแบบกลุ่มอีก 25-30% ในปี 2567 หลังจากปรับขึ้น 30% ในปี 2566 เราปรับประมาณการ combined ratio ปี 2567 เพิ่มขึ้น 4 pct สู่ 103.7% 3) ROI ดีขึ้น: +25 bps YoY (-18 bps QoQ) สู่ 3.02% ใน 1Q67 เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น (+21 bps YoY, +16 bps QoQ)
ปรับประมาณการกำไรปี 2567 ลดลง เราปรับประมาณการผลประกอบการปี 2567 ลดลงจากกำไรสุทธิ 95 ลบ. สู่ขาดทุนสุทธิ 48 ลบ. หลังจากปรับประมาณการ combined ratio เพื่อสะท้อนการปรับอัตราค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด
ปรับคำแนะนำลงสู่ UNDERPERFORM และปรับราคาเป้าหมายลดลง เราปรับคำแนะนำสำหรับ THREL ลงจาก NEUTRAL สู่ UNDERPERFORM เพื่อสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอัตราค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น เราปรับราคาเป้าหมายลดลงจาก 2.1 บาท สู่ 1.6 บาท (อิงกับ PBV 0.75 เท่า)
ความเสี่ยง 1) ความเสี่ยงต่ออัตราค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ย (loss ratio) จากอัตราค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น 2) ความผันผวนของตลาดทุน 3) การใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ และ 4) ความเสี่ยง ESG จาก market conduct
|
|---|
ท่าน สามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก THREL240516_T