Café Invest
Learn

Tokenized Stocks คืออะไร? ทำไมหุ้นกำลังเข้าสู่โลก Blockchain และพาตลาดทุนเข้าใกล้ 24/7

Tokenized Stocks คืออะไร? ทำไมหุ้นกำลังเข้าสู่โลก Blockchain และพาตลาดทุนเข้าใกล้ 24/7

Tokenized Stocks คือการนำหุ้นหรือสิทธิที่อ้างอิงกับหุ้นมาอยู่ในรูปแบบ Token บน Blockchain ทำให้สามารถถือครอง โอน ซื้อขาย และในบางระบบนำไปใช้ต่อผ่าน Smart Contract หรือ DeFi ได้ โดยสิทธิของผู้ถือขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละผลิตภัณฑ์

ณ กันยายน 2026 ตลาด Tokenized Stocks มีมูลค่าราว $3.6 พันล้าน โดย BNB Chain, Ethereum และ Solana ครองสัดส่วนรวมประมาณ 71% ซึ่งแต่ละ Network มีจุดแข็งต่างกันทั้งด้าน Distribution, Financial Infrastructure และ Trading

พัฒนาการของ Tokenization กำลังขยายจากหุ้นและ ETF ไปสู่ Portfolio Strategies และระบบการเงิน Onchain ที่ทำงานได้ใกล้เคียง 24/7 มากขึ้น แม้ช่วงนอกเวลาตลาดยังมีข้อจำกัดด้าน Liquidity และ Price Discovery

ในอนาคต Blockchain อาจกลายเป็น Infrastructure เบื้องหลังของตลาดทุน โดยผู้ใช้อาจยังลงทุนผ่าน Bank, Broker หรือ Investment App แบบเดิม โดยไม่จำเป็นต้องรู้ว่าระบบเบื้องหลังทำงานบน Blockchain

ในช่วงแรกของกระแส Tokenization เรามักเห็นการนำสินทรัพย์อย่างพันธบัตรรัฐบาล กองทุน หรือ Private Credit มาอยู่บน Blockchain

แต่วันนี้ภาพกำลังขยายมาถึงสินทรัพย์ที่ใกล้ตัวนักลงทุนมากขึ้นอย่าง หุ้น และ ETF

จากเดิมที่ Blockchain ถูกใช้เป็น Infrastructure สำหรับ Cryptocurrency เป็นหลัก วันนี้เริ่มมีสินทรัพย์จากตลาดการเงินแบบดั้งเดิมเข้ามาอยู่บน Blockchain มากขึ้น และหนึ่งในตลาดที่กำลังเติบโตคือ Tokenized Stocks

InnovestX จะพาไปทำความรู้จัก Tokenized Stocks ตั้งแต่การเติบโตของตลาด ไปจนถึงการแข่งขันของแต่ละ Blockchain และโอกาสที่เทคโนโลยีนี้อาจเข้ามาเปลี่ยน Infrastructure ของตลาดทุนในอนาคต

Tokenized Stock คืออะไร และต่างจากหุ้นปกติอย่างไร?

ปกติเมื่อเราซื้อหุ้นต่างประเทศผ่าน Broker เบื้องหลังมีระบบหลายส่วนทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์ Broker ไปจนถึง Clearing, Settlement และ Custodian

Tokenized Stock คือการนำหุ้นหรือสิทธิที่อ้างอิงกับหุ้นมาอยู่ในรูปแบบ Token บน Blockchain เพื่อให้สามารถถือครอง โอน และซื้อขายผ่านระบบ Blockchain ได้ โดยสิทธิของผู้ถือจะแตกต่างกันตามโครงสร้างของแต่ละผลิตภัณฑ์

ลองนึกภาพว่า แทนที่สินทรัพย์ของเราจะอยู่ในระบบของ Broker เพียงอย่างเดียว สินทรัพย์นั้นมีตัวแทนอยู่บน Blockchain และสามารถถูกโอนหรือเชื่อมต่อกับระบบอื่นผ่าน Smart Contract ได้

ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่แค่ เอาหุ้นมาไว้บน Blockchain แต่อยู่ที่ว่า เมื่อสินทรัพย์กลายเป็น Token แล้ว ในบางระบบมันสามารถนำไปใช้ต่อได้ เช่น ใช้เป็น Collateral เพื่อกู้ Stablecoin หรือเชื่อมต่อกับบริการ DeFi หาก Protocol นั้นรองรับ

อย่างไรก็ตาม Tokenized Stock ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของหุ้นโดยตรงเสมอไป เพราะ สิทธิของนักลงทุนขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละผลิตภัณฑ์ ทั้งเรื่องสินทรัพย์หนุนหลัง เงินปันผล การไถ่ถอน และ Voting Rights

ดังนั้นก่อนลงทุน นอกจากดูว่า Token อ้างอิงหุ้นอะไรแล้ว ต้องดูด้วยว่า ใครเป็นผู้ออก และการถือ Token นั้นให้สิทธิอะไรกับเรา

แล้วตอนนี้ ตลาด Tokenized Stocks ใหญ่แค่ไหนแล้ว?

ณ เดือนกันยายน 2026 Tokenized Stocks บน Blockchain ต่าง ๆ มี Market Cap รวมประมาณ $3.6 พันล้าน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท

ตลาดส่วนใหญ่ยังกระจุกอยู่ใน 3 Network หลัก ได้แก่ BNB Chain $1.03 พันล้าน, Ethereum $783 ล้าน และ Solana $740 ล้าน ซึ่งรวมกันคิดเป็นประมาณ 71% ของตลาดทั้งหมด

แต่สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่ขนาดตลาดที่โตขึ้น เพราะ Tokenized Stocks ไม่ได้อยู่บน Blockchain เพียงแห่งเดียว แต่แต่ละ Network กำลังแข่งขันกันดึง สินทรัพย์ ผู้ใช้งาน และสภาพคล่อง เข้าสู่ Ecosystem ของตัวเอง ทำให้เริ่มเห็นบทบาทของแต่ละ Chain ชัดเจนขึ้นว่าอาจเข้ามาเป็น Infrastructure คนละส่วนของตลาดทุน Onchain ในอนาคต

แล้วทำไม Tokenized Stocks ถึงกระจายอยู่หลาย Blockchain?

ลองมองว่า Blockchain แต่ละแห่งเหมือน Infrastructure คนละระบบ ที่มีจุดแข็งแตกต่างกัน

บางแห่งมีฐานผู้ใช้จำนวนมาก บางแห่งมี Ecosystem ทางการเงินที่แข็งแรง ขณะที่บางแห่งถูกออกแบบให้เหมาะกับการซื้อขายที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำ

โดย 3 Network หลักที่ครองสัดส่วนรวมกันราว 71% ของตลาด Tokenized Stocks มีจุดแข็งแตกต่างกันอย่างชัดเจน

·       BNB Chain เด่นด้าน Distribution ด้วย Ecosystem ที่เชื่อมตั้งแต่ Exchange, Wallet ไปจนถึง DeFi ทำให้ Tokenized Assets เข้าถึงฐานผู้ใช้งานจำนวนมากได้ง่าย

·       Ethereum เด่นด้าน Financial Infrastructure จาก Ecosystem ที่แข็งแรงทั้ง Stablecoin, DeFi, Custody และ Real World Assets จึงเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของโลกการเงิน Onchain

·       ขณะที่ Solana เด่นด้าน Trading ด้วยความเร็ว ต้นทุนธุรกรรมต่ำ และ Ecosystem ด้าน Onchain Trading ที่เติบโตขึ้น

จึงอาจมองได้ว่า การแข่งขันของ Blockchain ในตลาดนี้ ไม่ได้วัดกันแค่ว่าใครมี Market Cap มากที่สุด แต่คือแต่ละ Network จะสามารถเข้าไปเป็น Infrastructure ในส่วนไหนของตลาดทุน Onchain ได้บ้าง

และเรื่องนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในหุ้น แต่เริ่มขยายไปถึง การบริหารพอร์ต

ถ้ามองย้อนกลับไป พัฒนาการของ Tokenization เริ่มจากการนำ Treasuries, Bonds และ Funds มาอยู่บน Blockchain ก่อนจะค่อย ๆ ขยายมาถึง Stocks และ ETFs

แต่ล่าสุด Tokenization กำลังพัฒนาไปอีกขั้น เพราะสิ่งที่ถูกนำขึ้น Blockchain ไม่ได้มีเพียง “สินทรัพย์รายตัว” แต่เริ่มขยายไปถึง “พอร์ตการลงทุน”

ตัวอย่างคือ Ondo Intelligent Portfolios ที่นำกลยุทธ์การลงทุนมาอยู่ในรูปแบบ Onchain โดย 3 กลยุทธ์แรกใช้ Portfolio Strategies ที่พัฒนาโดย BlackRock ได้แก่ High Income, Diversified Growth และ High Growth

ความแตกต่างคือ นักลงทุนไม่ได้เข้าถึงเพียงหุ้นหรือ ETF ทีละตัว แต่สามารถเข้าถึง พอร์ตที่มีการกำหนด Asset Allocation และ Portfolio Strategy ไว้แล้ว ผ่านผลิตภัณฑ์ Onchain

เรียกได้ว่า จากเดิมที่ Tokenization เน้นนำสินทรัพย์ขึ้น Blockchain วันนี้กำลังเริ่มขยายไปถึงการนำกลยุทธ์การบริหารพอร์ตขึ้น Blockchain ด้วย

จาก Tokenized Stocks อาจไปถึงตลาดทุนที่ทำงานได้ 24 ชั่วโมง

Blockchain ยังมีอีกหนึ่งความแตกต่างจากตลาดทุนแบบเดิม คือสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Tokenized Stocks บางประเภทจึงเริ่มเข้าใกล้การซื้อขาย รวมถึงการสร้างและไถ่ถอน Token แบบ 24/7 มากขึ้น

แต่ต้องแยกให้ออกว่า ซื้อขายได้ 24/7 ไม่ได้หมายความว่ามี Liquidity และ Price Discovery เท่ากันตลอดเวลา

เพราะหุ้นจริงที่อยู่เบื้องหลังยังซื้อขายในตลาดหลักที่มีเวลาเปิดและปิด ช่วงนอกเวลาตลาดจึงยังมีความเสี่ยงจาก Spread และราคาที่อาจแตกต่างจากสินทรัพย์อ้างอิง

สุดท้าย เราอาจใช้ Blockchain โดยไม่รู้ตัว

นี่อาจเป็นภาพปลายทางที่น่าสนใจที่สุด อนาคตของ Tokenization อาจไม่ใช่การที่นักลงทุนทุกคนต้องเปิด Crypto Wallet แล้วซื้อหุ้นบน Blockchain

เราอาจยังใช้ Bank, Broker หรือ Investment App เหมือนเดิม กดซื้อหุ้น ETF หรือพอร์ตลงทุนเหมือนทุกวันนี้

แต่ Infrastructure บางส่วนที่อยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่การออกสินทรัพย์ การโอน Settlement ไปจนถึงการบริหาร Collateral อาจทำงานผ่าน Blockchain

ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่ Tokenized Stocks ตลาดกำลังค่อย ๆ ขยับจากการ Tokenize สินทรัพย์รายตัว ไปสู่ กองทุน พอร์ตการลงทุน และบริการทางการเงินที่เชื่อมต่อกันได้

และถ้าพัฒนาการนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ปลายทางอาจเป็นวันที่ Blockchain กลายเป็น Infrastructure อีกชั้นหนึ่งของตลาดทุน จนผู้ใช้งาน ไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยซ้ำว่าเบื้องหลังระบบที่กำลังใช้อยู่คือ Blockchain

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้