ประเด็นข่าว: ในวันที่ 15 กรกฎาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว (กรอ.ท่องเที่ยว) เพื่อหารือในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศชัดเจนแล้วว่าจะผลักดันให้เกิดโครงการ Co-payment ชื่อโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส คาดเริ่มปลายปี 2569 ครอบคลุมไปถึงปีหน้า
(ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ)
โครงการ Co-payment ชื่อโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เงื่อนไขเบื้องต้น คือ
- รัฐบาลสนับสนุนค่าที่พัก-เดินทาง 1 ล้านสิทธิ มูลค่าสนับสนุนคาดการณ์ว่ารัฐจะอุดหนุนมากกว่า 3,000 บาทต่อ 1 สิทธิ
- จะใช้งบกลางปี 2570 วงเงินงบประมาณตั้งกรอบไว้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท
- การสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่พักและการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างพิจารณาสัดส่วน ว่ารัฐจะสนับสนุน 50 % ประชาชนจ่าย 50% หรือ รัฐบาลสนับสนุน 60% ประชาชนจ่าย 40%
- คาดขยายกลุ่มผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ให้ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการเดินรถขนส่งและสายการบิน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง
- เน้นการใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง
- ระยะเวลาโครงการรวมประมาณ 8 เดือน เริ่มปลายปี 2569 ครอบคลุมไปถึงปีหน้า เที่ยวได้ทั้งช่วงไฮซีซันและทั้งโลว์ซีซัน
มุมมองของเรา
- เรามองข่าวนี้เป็นประเด็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวในช่วง 4Q69 หากมาตรการประกาศใช้
- เรียงลำดับสัดส่วนอิงการท่องเที่ยวในประเทศที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการ
- AAV (50% ของรายได้มาจากเส้นทางการบินในประเทศ) เราให้คำแนะนำ NEUTRAL ราคาเป้าหมาย 1 บาท
- ERW (20-25% ของรายได้รวมมาจากแขกชาวไทย หลักๆจาก HOP INN) เราให้คำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 3.2 บาท
- AWC (14% ของรายได้รวมมาจากแขกชาวไทย ประเมินจาก 19% ของรายได้โรงแรมมาจากแขกชาวไทย โดยรายได้โรงแรมคิดเป็น 73% ของรายได้รวม) ) เราให้คำแนะนำ NEUTRAL ราคาเป้าหมาย 2.5 บาท
- CENTEL (8% ของรายได้รวมมาจากแขกชาวไทย ประเมินจาก 15% ของรายได้โรงแรมมาจากแขกชาวไทย โดยรายได้โรงแรมคิดเป็น 48% ของรายได้รวม) เราให้คำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 40 บาท
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf