เรามองความกังวลโรคระบาดจากข่าวกาฬโรคในประเทศรัสเซียอาจจะเป็นปัจจัยกดดันเชิงจิตวิทยาระยะสั้น (Negative sentiment) ต่อกลุ่มท่องเที่ยว แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากทางการรัสเซียยังไม่ยืนยันว่าเป็นกาฬโรค และยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ดังกล่าว ปัจจุบันยังไม่มีคำเตือนหรือข้อจำกัดการเดินทาง เราจึงมองว่านักลงทุนควรตระหนักแต่ยังไม่ตระหนก โดยต้องติดตามการยืนยันกาฬโรคปอด การแพร่จากคนสู่คน จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะหากมีการยกระดับคำเตือนการเดินทาง ซึ่งจะเป็นสัญญาณเชิงลบสำคัญต่อผลกระทบต่อหุ้นท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว: ประเด็นกาฬโรคในรัสเซีย ปัจจุบันยังไม่มีคำเตือนการเดินทางหรือข้อจำกัดการเดินทาง

- กาฬโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Yersinia pestis ติดต่อผ่านหมัดของสัตว์ติดเชื้อหรือการสัมผัสสารคัดหลั่ง ขณะที่ กาฬโรคปอด (Pneumonic plague) สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองจากระบบทางเดินหายใจ แต่สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะหากตรวจพบเร็ว
- เหตุการณ์คือ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่งในสถาบันวิจัยโรคระบาด (Anti-Plague Research Institute) ในภูมิภาคไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ได้ล้มป่วยและเสียชีวิตภายใต้สถานการณ์ที่ไม่เปิดเผยแน่ชัด ส่งผลให้ทางการรัสเซียได้สั่งกักตัวและเฝ้าระวังผู้สัมผัสเสี่ยงใกล้ชิดราว 200 คน โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงหลายสิบรายถูกกักตัวในวอร์ดโรงพยาบาล ทางรัสเซียยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นกาฬโรค โดยลงสาเหตุการป่วยอย่างเป็นทางการว่าเป็น "โรคปอดบวมที่ไม่ทราบสาเหตุ" (Pneumonia of unknown etiology) และระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ที่เชื่อมโยงกับงานวิจัยของผู้เสียชีวิต (ที่มา: Reuters)
- รัสเซียเป็นตลาดสำคัญของการท่องเที่ยวไทย โดยปี 2025 คิดเป็นราว 5.8% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ 7.4% ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ สะท้อนการใช้จ่ายต่อคนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย
- ปัจจุบันยังไม่มีคำเตือนการเดินทาง (Travel alert/advisory) หรือข้อจำกัดการเดินทาง (Travel restriction) เราจึงมองว่า “ตระหนักแต่ยังไม่ตระหนก” ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากประเด็นโรคระบาดคือการติดตามการยืนยันกาฬโรคปอด การแพร่จากคนสู่คน (Human-to-human transmission) จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะหากมีการยกระดับคำเตือนการเดินทาง ซึ่งจะเป็นสัญญาณสำคัญต่อผลกระทบต่อหุ้นท่องเที่ยว
- เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวจากผลประกอบการ 3Q26 ที่จะมีการฟื้นตัว และดีต่อเนื่องใน 4Q26 จากช่วง High season ประกอบกับอีเวนต์ระดับนานาชาติ หุ้นเด่นของเราคือ ERW (ราคาเป้าหมาย 4.3 บาท) CENTEL (ราคาเป้าหมาย 47 บาท) และ AOT (ราคาเป้าหมาย 72 บาท)
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

