รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 15% และกำหนดราคานำเข้าขั้นต่ำสำหรับโพลีซิลิคอน แผ่นซิลิคอน เซลล์แสงอาทิตย์ และแผงโซลาร์ โดยจะเริ่มมีผลวันที่ 4 ธ.ค. 2026 มาตรการนี้มีเป้าหมายลดการพึ่งพาต่างประเทศและเร่งสร้างฐานการผลิตโซลาร์กับเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ แม้เป็นบวกต่อผู้ผลิตวัตถุดิบในประเทศ แต่จะเพิ่มต้นทุนให้ผู้พัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตจีนที่พึ่งพาการส่งออก
สหรัฐฯ ขึ้นภาษีโพลีซิลิคอน หวังดึงห่วงโซ่โซลาร์และชิปกลับประเทศ

1. สหรัฐฯ ใช้ทั้งภาษีและราคานำเข้าขั้นต่ำ
ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 15% สำหรับสินค้าที่ผลิตจากโพลีซิลิคอน เช่น แท่งและแผ่นซิลิคอน เซลล์แสงอาทิตย์ และแผงโซลาร์ โดยมาตรการจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. 2026
นอกจากภาษีแล้ว สหรัฐฯ ยังกำหนดราคานำเข้าขั้นต่ำ ได้แก่ โพลีซิลิคอน 21 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม แท่งและแผ่นซิลิคอน 100 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม เซลล์แสงอาทิตย์ 0.22 ดอลลาร์ต่อวัตต์ และแผงโซลาร์ 0.38 ดอลลาร์ต่อวัตต์ หากสินค้านำเข้ามีราคาต่ำกว่าระดับดังกล่าว ผู้นำเข้าจะต้องจ่ายภาษีชดเชยส่วนต่าง
ตารางสรุปรายละเอียดมาตรการใหม่
รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
วันที่เริ่มมีผล | 4 ธ.ค. 2026 |
อัตราภาษีเพิ่มเติม | 15% สำหรับสินค้าที่ผลิตจากโพลีซิลิคอน |
สินค้าที่ครอบคลุม | แท่งซิลิคอน แผ่นซิลิคอน เซลล์แสงอาทิตย์ และแผงโซลาร์ |
ราคานำเข้าขั้นต่ำของโพลีซิลิคอน | 21 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม |
ราคานำเข้าขั้นต่ำของแท่งและแผ่นซิลิคอน | 100 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม |
ราคานำเข้าขั้นต่ำของเซลล์แสงอาทิตย์ | 0.22 ดอลลาร์ต่อวัตต์ |
ราคานำเข้าขั้นต่ำของแผงโซลาร์ | 0.38 ดอลลาร์ต่อวัตต์ |
เป้าหมายหลัก | ลดการพึ่งพาต่างประเทศและส่งเสริมการผลิตในสหรัฐฯ |
เงื่อนไขผ่อนผัน | บริษัทที่ลงทุนสร้างหรือขยายโรงงานในสหรัฐฯ อาจได้รับสิทธิลดหรือยกเว้นภาษีบางส่วน |
2. เป้าหมายหลักคือความมั่นคงด้านชิปและพลังงาน
รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าโพลีซิลิคอนเป็นวัตถุดิบต้นน้ำที่สำคัญต่อทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และพลังงานแสงอาทิตย์ โดยชิปถูกใช้ในระบบสื่อสาร ความมั่นคงทางไซเบอร์ อาวุธนำวิถี โดรน และอุปกรณ์ป้องกันประเทศ ขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์มีบทบาทต่อการรองรับศูนย์ข้อมูลและการขยายตัวของปัญญาประดิษฐ์
สหรัฐฯ ระบุว่าสัดส่วนกำลังการผลิตโพลีซิลิคอนของประเทศลดลงจาก 50% ของโลกในปี 2005 เหลือต่ำกว่า 2% ในปี 2024 ขณะที่การผลิตแผ่นซิลิคอนและเซลล์แสงอาทิตย์ยังพึ่งพาการนำเข้าเกือบทั้งหมด จึงมองว่าการพึ่งพาต่างประเทศในระดับสูงเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง
3. จีนเป็นเป้าหมายสำคัญจากปัญหากำลังผลิตส่วนเกิน
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดผลกระทบจากกำลังผลิตส่วนเกินในตลาดโลก ซึ่งมีจีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ โดยตั้งแต่ปี 2020 กำลังการผลิตโพลีซิลิคอนทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 270% และสินค้าคงคลังแตะระดับสูงสุดประมาณ 400,000 ตันในช่วงสิ้นปี 2024
การผลิตจำนวนมากและราคาขายที่ต่ำทำให้ผู้ผลิตสหรัฐฯ แข่งขันได้ยาก แม้สหรัฐฯ จะพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรมโซลาร์ในประเทศมานานกว่าทศวรรษ แต่การลงทุนส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในขั้นตอนประกอบแผง ขณะที่วัตถุดิบ แผ่นซิลิคอน และเซลล์ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
4. เปิดทางให้ผู้ลงทุนในสหรัฐฯ ได้รับการยกเว้นภาษี
รัฐบาลจะจัดทำโครงการจูงใจให้บริษัทสร้างหรือขยายโรงงานผลิตโพลีซิลิคอน แท่งซิลิคอน แผ่นซิลิคอน และเซลล์แสงอาทิตย์ในสหรัฐฯ โดยโครงการที่ได้รับอนุมัติต้องเริ่มก่อสร้างภายในวันที่ 20 ม.ค. 2029
บริษัทที่มีแผนลงทุนชัดเจนและดำเนินงานได้ตามเงื่อนไข อาจได้รับสิทธินำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ หรือสินค้าที่จำเป็นโดยไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มเติม สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้ต้องการปิดกั้นการนำเข้าทั้งหมด แต่ต้องการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือเร่งให้บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ
5. ผู้ผลิตในสหรัฐฯ ได้ประโยชน์ แต่ต้นทุนโซลาร์มีแนวโน้มสูงขึ้น
ผู้ที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์โดยตรงคือผู้ผลิตโพลีซิลิคอนและอุปกรณ์โซลาร์ที่มีโรงงานในสหรัฐฯ เช่น Hemlock Semiconductor ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของ Corning และ Shin-Etsu Handotai รวมถึง Wacker Chemie ซึ่งมีโรงงานในรัฐเทนเนสซี
อย่างไรก็ตาม ภาษีและราคาขั้นต่ำจะทำให้ต้นทุนแผงโซลาร์ในสหรัฐฯ สูงขึ้น และเพิ่มภาระให้ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากการลดสิทธิสนับสนุนของรัฐบาลอยู่แล้ว ต้นทุนที่สูงเกินไปอาจทำให้บางโครงการล่าช้า ถูกลดขนาด หรือไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
6. หุ้นโซลาร์จีนถูกกดดันจากความเสี่ยงด้านการส่งออก
หลังมีข่าวมาตรการดังกล่าว หุ้นผู้ผลิตโซลาร์จีนส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดย Tongwei ลดลงสูงสุด 3.4%, Jinko Solar ลดลง 2.8%, TCL Zhonghuan ลดลง 2.6%, Trina Solar ลดลง 2.1% และ GCL Technology ในฮ่องกงลดลงสูงสุด 2.2%
ผลกระทบจะแตกต่างกันตามสัดส่วนรายได้จากตลาดสหรัฐฯ และสถานที่ตั้งโรงงาน ผู้ผลิตที่มีฐานการผลิตในสหรัฐฯ หรือมีแผนลงทุนที่ผ่านการอนุมัติอาจลดภาระภาษีได้ ขณะที่บริษัทที่ส่งออกโดยตรงจากจีนหรือประเทศที่ถูกตรวจสอบเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษีจะมีความเสี่ยงสูงกว่า
7. มาตรการอาจกระทบถึงต้นทุนศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
แม้มาตรการมุ่งเน้นอุตสาหกรรมโซลาร์เป็นหลัก แต่โพลีซิลิคอนยังเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของเซมิคอนดักเตอร์ จึงมีความเสี่ยงที่ต้นทุนจะส่งผ่านไปยังผู้ผลิตแผ่นซิลิคอน ชิป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบโดยตรงต่อชิปอาจจำกัดกว่าฝั่งโซลาร์ เนื่องจากโพลีซิลิคอนสำหรับเซมิคอนดักเตอร์มีความบริสุทธิ์สูงและคิดเป็นเพียงประมาณ 2.4% ของการผลิตโพลีซิลิคอนทั่วโลก แต่รัฐบาลมองว่าตลาดโซลาร์ขนาดใหญ่มีความจำเป็นต่อการช่วยลดต้นทุนการผลิตวัตถุดิบสำหรับชิปในประเทศ
ตารางบริษัทที่เกี่ยวข้องและทิศทางผลกระทบ
บริษัท | ประเทศ / ตลาด | ตำแหน่งในห่วงโซ่ | ทิศทางผลกระทบ |
|---|---|---|---|
Corning | สหรัฐฯ | ถือหุ้นใน Hemlock Semiconductor | บวก |
Shin-Etsu Handotai | ญี่ปุ่น | ร่วมลงทุนใน Hemlock Semiconductor | บวก |
Wacker Chemie | เยอรมนี | มีโรงงานโพลีซิลิคอนในรัฐเทนเนสซี | บวก |
First Solar | สหรัฐฯ | ผู้ผลิตแผงโซลาร์ในประเทศ | บวกแบบมีเงื่อนไข |
T1 Energy | สหรัฐฯ | ผู้ผลิตแผงและวางแผนขยายห่วงโซ่การผลิต | บวกแบบมีเงื่อนไข |
Toyo | ญี่ปุ่น / สหรัฐฯ | มีโรงงานแผงและแผนสร้างโรงงานเซลล์ในสหรัฐฯ | บวกแบบมีเงื่อนไข |
Tongwei | จีน | ผู้ผลิตโพลีซิลิคอนและเซลล์แสงอาทิตย์ | ลบ |
LONGi Green Energy | จีน | ผู้ผลิตแผ่นซิลิคอน เซลล์ และแผงโซลาร์ | ลบ |
Jinko Solar | จีน | ผู้ผลิตเซลล์และแผงโซลาร์ | ลบ |
TCL Zhonghuan | จีน | ผู้ผลิตแผ่นซิลิคอน | ลบ |
GCL Technology | จีน / ฮ่องกง | ผู้ผลิตโพลีซิลิคอน | ลบ |
มุมมองของ InnovestX
- มาตรการนี้เป็นบวกต่อผู้ผลิตโพลีซิลิคอนและอุปกรณ์โซลาร์ที่มีฐานการผลิตในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Corning, Shin-Etsu Handotai และ Wacker Chemie รวมถึงบริษัทต่างชาติที่พร้อมย้ายหรือขยายกำลังการผลิตเข้าสหรัฐฯ
- ในทางตรงกันข้าม ผู้ผลิตโซลาร์จีน เช่น Tongwei, LONGi, Jinko Solar, TCL Zhonghuan และ GCL Technology จะเผชิญความเสี่ยงด้านราคาและการส่งออกเพิ่มขึ้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

