Café Invest
Markets

Trump–Xi วันที่ 2 เปิดเจรจาหลายด้าน แต่ข้อตกลงใหญ่ยังไม่จบ

Trump–Xi วันที่ 2 เปิดเจรจาหลายด้าน แต่ข้อตกลงใหญ่ยังไม่จบ

การประชุม Trump–Xi ให้ภาพความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพขึ้น โดยมีผลที่ชัดที่สุดคือการต่อเวลาพักศึกการค้าถึง 10 ม.ค. 2027 และเปิดทางเจรจาเพิ่มเติมด้านการค้าและ AI ขณะที่ Xi ผลักดันประเด็นไต้หวันอย่างชัดเจนด้วยการขอให้สหรัฐฯ “คัดค้าน” เอกราชของไต้หวัน ส่วนเรื่องนิวเคลียร์และความมั่นคงยังอยู่ในขั้นหารือเพื่อลดความเสี่ยงมากกว่าการทำข้อตกลงใหม่ ภาพรวมจึงเป็นการลดความเสี่ยงการเผชิญหน้าในระยะสั้น แต่การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

1. การค้า: ต่อเวลาพักศึก 2 เดือน แต่ข้อตกลงใหญ่ยังไม่จบ

ผลที่เป็นรูปธรรมที่สุดเกิดขึ้นก่อนการประชุม โดยสหรัฐฯ และจีน ขยายเวลาพักศึกทางการค้าออกไปอีก 2 เดือนถึงวันที่ 10 ม.ค. 2027 ช่วยหลีกเลี่ยงการกลับมาเพิ่มภาษีและมาตรการตอบโต้ในระยะสั้น อย่างไรก็ดี Bloomberg Economics มองว่าการต่อเวลาเพียงช่วงสั้นสะท้อนว่ายังมีประเด็นค้าง โดยเฉพาะความกังวลของสหรัฐฯ ต่อการส่งออกแร่สำคัญจากจีน

นอกจากนี้ Trump ส่งสัญญาณว่าอาจมีข่าวดีสำหรับเกษตรกรสหรัฐฯ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเจรจาลดภาษีสินค้ามูลค่าสูงสุดประมาณ $30bn ของแต่ละฝ่าย และน่าจะครอบคลุมสินค้าเกษตรบางประเภท ขณะที่ Xi ระบุว่าทีมเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศได้บรรลุ “ข้อตกลงร่วมใหม่” และต้องการเพิ่มเรื่องที่ร่วมมือกัน พร้อมลดประเด็นขัดแย้ง

2. AI: เห็นตรงกันว่าต้องควบคุมความเสี่ยง แต่ยังไม่มีข้อตกลงด้านกฎเกณฑ์

Xi เสนอให้สหรัฐฯ และจีนเพิ่มการหารือด้าน AI โดยแลกเปลี่ยนมุมมองทั้งประโยชน์และความเสี่ยง พร้อมร่วมกันป้องกันการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด และย้ำว่า มนุษย์ต้องยังเป็นผู้ควบคุม AI ขณะที่ Trump ก็สนับสนุนให้ทั้งสองประเทศเดินหน้าหารือและร่วมมือด้าน AI ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ระบุข้อตกลงใหม่เรื่องข้อจำกัดชิป การส่งออกเทคโนโลยี หรือกฎควบคุม AI ที่มีผลผูกพัน ดังนั้น การพูดถึงความร่วมมือครั้งนี้ควรมองว่าเป็นการเปิดช่องทางเจรจาและลดความเสี่ยงจากการใช้ AI มากกว่าการยุติการแข่งขันด้านเทคโนโลยี โดยแหล่งข้อมูลร่วมสมัยยังสะท้อนว่าสหรัฐฯ และจีนมีแนวทางเรื่องมาตรการคุ้มกัน AI แตกต่างกันอยู่มาก

3. ไต้หวัน: Xi ต้องการให้สหรัฐฯ ขยับจาก “ไม่สนับสนุน” เป็น “คัดค้าน” เอกราช

ประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดคือ Xi ขอให้สหรัฐฯ ยึดจุดยืน “คัดค้านเอกราชของไต้หวัน” ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าถ้อยคำเดิมของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า “ไม่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน” เพราะคำว่า “คัดค้าน” อาจตีความได้ว่าสหรัฐฯ ต้องมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการจำกัดความเคลื่อนไหวที่จีนมองว่าเป็นการผลักดันเอกราช

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่า Trump หรือรัฐบาลสหรัฐฯ ยอมรับการเปลี่ยนถ้อยคำดังกล่าวหรือไม่ โดย Bloomberg Economics เตือนว่ารายงานสรุปหลังการประชุมจากทั้งสองประเทศอาจแตกต่างกัน จึงต้องติดตามถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการจากฝั่งสหรัฐฯ ต่อไป

ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นจากการที่สหรัฐฯ ได้เลื่อนชุดขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่าราว $14bn ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันทางอากาศและอาวุธสำหรับการป้องกันแบบไม่สมมาตร ขณะที่ประเด็นไต้หวันยังคงเป็นหนึ่งในจุดขัดแย้งหลักของความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน

4. อาวุธนิวเคลียร์: สหรัฐฯ กดดันจีนเพิ่มความโปร่งใส แต่ยังไม่ได้เข้าสู่ข้อตกลงควบคุมอาวุธ

อีกประเด็นที่ดำเนินคู่ขนานกับการประชุมผู้นำคือ การหารือลับระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีนเกี่ยวกับคลังอาวุธนิวเคลียร์ โดยสหรัฐฯ ตั้งข้อสงสัยว่าจีนอาจทำการทดลองนิวเคลียร์ระดับต่ำอย่างลับๆ และต้องการให้จีนเพิ่มความโปร่งใส ขณะที่จีน ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

อย่างไรก็ดี การหารือในปัจจุบันเน้น ลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่น มากกว่าการกำหนดเพดานคลังอาวุธอย่างเป็นทางการ สหรัฐฯ ยังต้องการให้จีนแจ้งการทดสอบขีปนาวุธล่วงหน้านานขึ้นและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคลังอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้น แต่จีนยังไม่ยอมรับข้อเรียกร้องบางส่วน

จุดสำคัญ: เรื่องนิวเคลียร์เป็นการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่ที่เกิดขึ้นคู่ขนานกัน ไม่ได้ระบุว่า Trump และ Xi บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ใหม่ในการประชุมครั้งนี้

5. ความมั่นคงทางทหาร: ต้องการลดความเสี่ยงจากการปะทะโดยไม่ตั้งใจ

Xi เสนอให้กองทัพของทั้งสองประเทศ รักษาช่องทางสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ และปรับปรุงระบบสื่อสารยามวิกฤต เพื่อลดความเสี่ยงจากความเข้าใจผิดหรือเหตุการณ์ที่บานปลายเป็นความขัดแย้ง พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ และจีนควรรักษาหลักการไม่เผชิญหน้าโดยตรง

ภาพรวมจึงสะท้อนว่า แม้การแข่งขันด้านกลาโหมและยุทธศาสตร์ยังดำเนินต่อ แต่ทั้งสองฝ่ายต้องการสร้างกลไกป้องกันไม่ให้การแข่งขันกลายเป็นความขัดแย้งทางทหารโดยไม่ตั้งใจ

6. ประเด็นระหว่างประเทศ: Ukraine, Iran และคาบสมุทรเกาหลี

Trump และ Xi ยังหารือสถานการณ์ Ukraine และคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่ Xi สนับสนุนให้สหรัฐฯ และ Iran กลับเข้าสู่การเจรจาเพื่อแก้ความขัดแย้ง รวมถึงประเด็นนิวเคลียร์ โดยจากข้อมูลที่เปิดเผยยังไม่มีรายละเอียดว่าทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงใหม่ในประเด็นเหล่านี้

ดังนั้น ประเด็นระหว่างประเทศเหล่านี้ยังอยู่ในลักษณะการแลกเปลี่ยนมุมมองมากกว่าผลลัพธ์ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนนโยบายได้ทันที

7. ความสัมพันธ์ระยะยาว: เพิ่มการเดินทาง การแลกเปลี่ยน และสัญลักษณ์ทางการทูต

Xi เสนอเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ พร้อมเชิญเยาวชนอเมริกัน 100,000 คนเดินทางไปจีนในช่วง 5 ปีข้างหน้า และประกาศว่าจะส่งแพนด้า 2 ตัวไปยัง Zoo Atlanta โดยทั้งสองฝ่ายยังยืนยันว่าจะสนับสนุนกันในการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC และ G20 B-2

ประเด็นเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันระหว่างสองประเทศโดยตรง แต่สะท้อนความพยายามสร้างบรรยากาศความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพมากขึ้นควบคู่กับการเจรจาประเด็นที่มีความขัดแย้งสูง

สรุปผลการเจรจา แยกตามแต่ละประเด็น

ประเด็น

สิ่งที่หารือ / ข้อเสนอ

ผลที่ได้จากการเจรจา

สถานะ / สิ่งที่ต้องติดตาม

การค้า

ต่อเวลาพักศึกทางการค้า ลดภาษีเพิ่มเติม และสินค้าเกษตร

ขยายเวลาพักศึกอีก 2 เดือนถึง 10 ม.ค. 2027 ขณะที่ Xi ระบุว่าทีมเศรษฐกิจบรรลุ “ข้อตกลงร่วมใหม่”

ยังไม่มีข้อตกลงใหญ่ระยะยาว และประเด็น แร่สำคัญ ยังเป็นจุดค้างสำคัญ

AI

ความร่วมมือด้าน AI การควบคุมความเสี่ยง และป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันให้เพิ่มการหารือ และย้ำว่า มนุษย์ต้องยังเป็นผู้ควบคุม AI

ยังไม่มีข้อตกลงใหม่เรื่อง ข้อจำกัดชิป การส่งออกเทคโนโลยี หรือกฎ AI ที่มีผลผูกพัน

ไต้หวัน

Xi ขอให้สหรัฐฯ ใช้จุดยืน “คัดค้านเอกราชไต้หวัน”

จีนผลักดันประเด็นนี้อย่างชัดเจนมากขึ้นในการประชุม

ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ ยอมรับการเปลี่ยนถ้อยคำเป็น “คัดค้าน” หรือไม่

อาวุธนิวเคลียร์

สหรัฐฯ ต้องการความโปร่งใสเรื่องคลังนิวเคลียร์และข้อสงสัยการทดลองระดับต่ำ

ทั้งสองฝ่ายยังคงหารือในระดับเจ้าหน้าที่ โดยเน้นลดความเสี่ยงและเพิ่มความเชื่อมั่น

ยังไม่มีข้อตกลงควบคุมอาวุธอย่างเป็นทางการ และจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาการทดลองลับ

การทดสอบขีปนาวุธ

สหรัฐฯ ต้องการให้จีนแจ้งการยิงทดสอบล่วงหน้านานขึ้น

ประเด็นถูกหยิบขึ้นหารือในกรอบความมั่นคง

จีนยังไม่แสดงท่าทีว่าจะยอมรับข้อเสนอเรื่องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

ความมั่นคงทางทหาร

รักษาช่องทางสื่อสารระหว่างกองทัพ และปรับปรุงกลไกจัดการวิกฤต

Xi เสนอให้กองทัพทั้งสองประเทศสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากความเข้าใจผิด

เป็นการสร้างกลไกลดความเสี่ยง มากกว่าการลดการแข่งขันทางทหาร

Ukraine / Iran / คาบสมุทรเกาหลี

แลกเปลี่ยนมุมมองต่อความขัดแย้งระหว่างประเทศ

มีการหารือ โดย Xi สนับสนุนให้ US–Iran กลับเข้าสู่การเจรจา

ยังไม่มีรายละเอียดของข้อตกลงหรือการเปลี่ยนนโยบายที่ชัดเจน

การเดินทางและการแลกเปลี่ยน

เพิ่มเที่ยวบินตรง การแลกเปลี่ยนเยาวชน และความสัมพันธ์ระดับประชาชน

Xi เสนอเพิ่มเที่ยวบินตรง เชิญเยาวชนอเมริกัน 100,000 คนใน 5 ปี และส่งแพนด้า 2 ตัวไป Atlanta

เป็นผลเชิงบวกต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ แต่ผลทางเศรษฐกิจยังต้องติดตามการดำเนินการจริง

APEC / G20

ความร่วมมือด้านเวทีพหุภาคี

ทั้งสองผู้นำยืนยันสนับสนุนกันในการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC และ G20

สะท้อนความพยายามรักษาความสัมพันธ์เชิงสถาบันระหว่างสองประเทศ

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองผลการประชุม Trump–Xi เป็นบวกเชิง Sentiment ต่อสินทรัพย์เสี่ยงจีน–ฮ่องกงและบริษัทสหรัฐฯ ที่มีรายได้จากจีน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเลือกบริหารความขัดแย้งมากกว่ายกระดับการเผชิญหน้า โดยการต่อเวลาพักศึกทางการค้าช่วยลดความเสี่ยงของการขึ้นภาษีและมาตรการตอบโต้ในระยะสั้น ขณะที่การประชุมยังไม่เห็นความคืบหน้าครั้งใหญ่ในประเด็นสำคัญ เช่น AI, ไต้หวัน และแร่สำคัญ จึงยังไม่ใช่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของความสัมพันธ์ US–China
  • ในเชิงกลยุทธ์ เรามอง กลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดกว่าในระยะสั้นคือหุ้นจีนขนาดใหญ่ที่มีความอ่อนไหวต่อ Risk Premium ทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงบริษัท US ที่พึ่งพาตลาดและห่วงโซ่อุปทานจีน ขณะที่กลุ่มเกษตรสหรัฐฯ มีโอกาสได้แรงหนุนเพิ่มเติมหากการเจรจานำไปสู่การลดภาษีหรือเพิ่มการซื้อสินค้าเกษตรจริง ส่วนประเด็น AI แม้ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรเพิ่มการหารือด้านความปลอดภัย แต่ยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลายข้อจำกัดด้านชิปหรือเทคโนโลยีขั้นสูง
  • ด้านไต้หวันและความมั่นคง เรายังมองเป็น ความเสี่ยงที่ต้องติดตามต่อ มากกว่าปัจจัยบวก เนื่องจากจีนผลักดันให้สหรัฐฯ ใช้ถ้อยคำที่เข้มขึ้นต่อประเด็นเอกราชของไต้หวัน ขณะที่ยังไม่มีข้อยืนยันว่าฝั่งสหรัฐฯ เปลี่ยนจุดยืนอย่างเป็นทางการ อีกทั้งประเด็นแร่สำคัญ นิวเคลียร์ และการแข่งขันทางเทคโนโลยียังไม่ได้ข้อสรุป จึงทำให้ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ แม้โอกาสเกิดการเผชิญหน้าระยะสั้นจะลดลงก็ตาม
  • โดยสรุป เรามองว่าผลการประชุมครั้งนี้เป็น De-escalation without Decoupling หรือการลดแรงปะทะโดยที่การแข่งขันยังดำเนินต่อ ดังนั้นระยะสั้นเป็นบวกต่อ BABA, Tencent, JD, PDD ฝั่งจีน และ AAPL, TSLA รวมถึง ADM/BG ฝั่งสหรัฐฯ จากความเสี่ยงการค้าลดลง ขณะที่ NVDA, AMD, SMIC ยังต้องติดตามมาตรการด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติมก่อนจะเห็นผลบวกเชิงพื้นฐานชัดเจน

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน