ก่อนการประชุม Trump–Xi จีนส่งสัญญาณลดแรงเสียดทานกับสหรัฐฯ ผ่านการเพิ่มการควบคุมสารตั้งต้น Fentanyl และการเปิดทางหารือด้านความปลอดภัยของ AI ขณะเดียวกันจีนยังเร่งเตรียมบริษัทในประเทศให้รับมือกฎการแข่งขันทางการค้าในต่างประเทศที่เข้มขึ้น อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งหลักด้าน AI ยังอยู่ที่เส้นแบ่งระหว่างมาตรการความปลอดภัยกับการสกัดการแข่งขันทางเทคโนโลยี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีแนวโน้มเป็นทั้ง “ร่วมมือและแข่งขัน” ไปพร้อมกัน
จีนส่งสัญญาณลดแรงเสียดทานก่อนประชุม Trump–Xi แต่ AI ยังเป็นจุดเปราะบาง

1. จีน–สหรัฐฯ เปิดช่องหารือ AI แต่ความไว้ใจกันยังต่ำ
ก่อนการพบกันระหว่าง Donald Trump และ Xi Jinping ที่กรุง Washington สหรัฐฯ และจีนตกลงจัดตั้งช่องทางหารือเรื่องความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นทางการ หลังการเจรจาระดับสูงใน New York โดยประเด็นที่อาจหารือร่วมกันได้คือความเสี่ยงร้ายแรง เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การพัฒนาอาวุธชีวภาพหรือเคมี และระบบ AI ที่ทำงานได้เองในระดับสูง Reuters รายงานเช่นกันว่าทั้งสองฝ่ายเตรียมหารือต่อเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI และช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉินในระยะถัดไป
อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายยังมีมุมมองต่างกันว่าเรื่องใดควรถูกจัดเป็น “ความปลอดภัย” จีนต้องการจำกัดการหารือเฉพาะความเสี่ยงที่อันตรายจริง และไม่ต้องการให้มาตรการดังกล่าวขยายไปกีดกันการพัฒนาเทคโนโลยีหรือการใช้งานเชิงพาณิชย์ตามปกติ
2. ประเด็นการถ่ายทอดความรู้จากโมเดลสหรัฐฯ เป็นจุดขัดแย้งสำคัญ
ความเสี่ยงหลักอยู่ที่วิธี นำผลลัพธ์จากโมเดลขนาดใหญ่ไปฝึกโมเดลอื่นให้เก่งขึ้น หรือที่เรียกว่า Distillation โดยหน่วยงานและบริษัทสหรัฐฯ กล่าวหาว่าบริษัท AI จีนบางแห่งนำผลลัพธ์จากโมเดลสหรัฐฯ ไปใช้ในปริมาณมากเพื่อพัฒนาความสามารถด้านเหตุผล การเขียนโปรแกรม และระบบผู้ช่วยอัตโนมัติ
จีนไม่เห็นด้วยกับการตีความดังกล่าวว่าเป็นภัยด้านความมั่นคง โดยมองว่าเป็นแนวทางที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรม ดังนั้น หากสหรัฐฯ จำกัดบริษัทจีนไม่ให้เข้าถึงโมเดลของสหรัฐฯ จีนอาจมองว่าเป็นมาตรการสกัดการแข่งขันทางเทคโนโลยีมากกว่ามาตรการด้านความปลอดภัย จุดนี้จึงเป็นตัวแปรสำคัญว่าจะทำให้การหารือด้าน AI เดินหน้าต่อได้หรือกลับมาเพิ่มความตึงเครียดอีกครั้ง
3. จีนเพิ่มการควบคุมสารตั้งต้นยา สะท้อนพื้นที่ที่ยังร่วมมือกันได้
ขณะเดียวกัน จีนประกาศเพิ่มสารเคมีอีก 2 ชนิด เข้าสู่รายการที่ต้องขอใบอนุญาตก่อนส่งออกไปยังสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา เนื่องจากสารดังกล่าวสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสารเสพติดกลุ่ม Fentanyl ได้ Reuters ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุม Trump–Xi และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามควบคุมสารตั้งต้นยาเสพติด
ประเด็นยาเสพติดถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ด้านที่ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดยก่อนหน้านี้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองฝ่ายเคยร่วมกันสกัดเครือข่ายลักลอบข้ามประเทศ รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน จึงสะท้อนว่าจีนอาจต้องการแสดงความคืบหน้าในประเด็นที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญก่อนการประชุมผู้นำ
4. จีนเตรียมบริษัทรับมือกฎต่างประเทศที่เข้มขึ้น
อีกด้านหนึ่ง หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของจีนเสนอปรับปรุงแนวทางให้บริษัทจีนรับมือกฎหมายการแข่งขันทางการค้าในต่างประเทศ โดยเพิ่มรายละเอียดกฎล่าสุดในสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และประเทศสำคัญ รวมถึงประเด็นการควบรวมกิจการ การลงทุนจากต่างชาติ และการตรวจสอบเงินอุดหนุน
แนวทางใหม่ยังเพิ่มกรณีศึกษาจากคดีจริง 15 กรณี พร้อมรายการตรวจสอบความเสี่ยง ขั้นตอนรับมือการตรวจค้น และแนวทางเตรียมเอกสารควบรวมกิจการ เพื่อช่วยให้บริษัทจีนที่ขยายธุรกิจต่างประเทศลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย ภาพนี้สะท้อนว่าจีนไม่ได้เตรียมเพียงการเจรจากับสหรัฐฯ แต่ยังเตรียมบริษัทในประเทศให้รับมือกับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบโลกที่ซับซ้อนขึ้น
5. ภาพรวมก่อนการประชุม: มีพื้นที่ร่วมมือ แต่การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ยังอยู่
เมื่อนำทั้งสามประเด็นมาเชื่อมกัน ภาพก่อนการประชุม Trump–Xi คือ จีนกำลังส่งสัญญาณว่าพร้อมลดแรงเสียดทานในเรื่องที่สามารถตกลงกันได้ ทั้งการควบคุมสารตั้งต้นยา การเปิดช่องหารือเรื่อง AI และการเตรียมบริษัทให้ปฏิบัติตามกฎต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งพื้นฐานด้านเทคโนโลยียังไม่ได้หายไป โดยเฉพาะเส้นแบ่งระหว่าง “ความปลอดภัยของ AI” กับ “การแข่งขันทางเทคโนโลยี” หากสหรัฐฯ ขยายข้อจำกัดจากความสามารถ AI ที่มีความเสี่ยงสูงไปถึงวิธีพัฒนาโมเดลหรือการเข้าถึงเทคโนโลยี จีนอาจตอบโต้ผ่านมาตรการด้านเศรษฐกิจหรือวัตถุดิบสำคัญ ซึ่งอาจกระทบความสัมพันธ์ทางการค้าในวงกว้าง
สรุปภาพรวมก่อนการประชุม Trump–Xi: ประเด็นที่มีพื้นที่ลดแรงเสียดทาน
ประเด็น | สิ่งที่สามารถตกลง/ร่วมมือกันได้ | ภาพรวม |
|---|---|---|
1. ความปลอดภัยของ AI | ตั้งช่องทางหารืออย่างเป็นทางการ และระบบแจ้งเหตุ AI ที่กระทบความมั่นคง | มีความคืบหน้า แต่ยังต้องตกลงขอบเขตของ “ความเสี่ยง” |
2. AI ที่มีความเสี่ยงสูง | หารือร่วมกันเรื่อง AI ที่อาจใช้โจมตีไซเบอร์ พัฒนาอาวุธชีวภาพ/เคมี หรือระบบที่ควบคุมยาก | เป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมในการป้องกันความเสียหาย |
3. Fentanyl / ยาเสพติด | จีนเพิ่มการควบคุมสารตั้งต้น และร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย | เป็นหนึ่งในประเด็นที่เห็นความร่วมมือเป็นรูปธรรมมากที่สุด |
4. การค้า | รักษาหรือขยายช่วงพักรบทางการค้า และลดข้อจำกัดในสินค้าที่ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ | มีพื้นที่เจรจาเพื่อลดความไม่แน่นอน แต่ประเด็นใหญ่ยังไม่ได้ข้อยุติ |
5. กลไกหารือต่อเนื่อง | นัดประชุมเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมและรักษาช่องทางสื่อสารระดับสูง | ช่วยลดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะยกระดับจากความเข้าใจผิด |
มุมมองของ InnovestX
- สำหรับตลาดหุ้น ประเด็นระยะสั้นคือการประชุมมีโอกาสช่วยลดความกังวลด้านความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ หากทั้งสองฝ่ายสามารถสร้างกรอบความร่วมมือที่ชัดเจนในเรื่องยาเสพติดและความปลอดภัยของ AI แต่ความเสี่ยงต่อหุ้นเทคโนโลยีจีนยังอยู่ที่มาตรการควบคุมการเข้าถึงโมเดลและเทคโนโลยีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะบริษัท AI ที่พึ่งพาโมเดลหรือองค์ความรู้จากต่างประเทศ
- ขณะที่ในระยะยาว สถานการณ์ดังกล่าวยังสนับสนุนแรงผลักดันของจีนในการสร้างเทคโนโลยีและระบบนิเวศภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ
ความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีนผ่อนคลายระยะสั้น แต่จีนยังเร่งพึ่งพาเทคโนโลยีในประเทศ
ธีม | หุ้นที่เกี่ยวข้อง | เหตุผล |
|---|---|---|
1. จีน AI Platform / Cloud | Alibaba (9988.HK / BABA), Tencent (700.HK) | หากความตึงเครียดลดลง Sentiment หุ้นเทคจีนดีขึ้น ขณะเดียวกันทั้งสองบริษัทเร่งลงทุน AI ภายในประเทศ โดย Alibaba เดินหน้าทั้งโมเดล ชิป และศูนย์ข้อมูล |
2. จีนพึ่งพาชิปในประเทศมากขึ้น | SMIC (981.HK), Cambricon (688256.SH) | หากสหรัฐฯ ยังจำกัดชิปขั้นสูง จีนมีแรงจูงใจเพิ่มการลงทุนในชิปและระบบ AI ของตนเอง ซึ่งเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างต่อผู้ผลิตในประเทศ |
3. ห่วงโซ่ AI จีน | Innolight (300308.SZ), Eoptolink (300502.SZ), GDS (9698.HK / GDS) | การเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ในจีนหนุนความต้องการอุปกรณ์เชื่อมต่อความเร็วสูงและศูนย์ข้อมูล โดยนักลงทุนสถาบันยังมองหาโอกาสในห่วงโซ่อุปทาน AI จีน |
4. หุ้นจีนที่ไวต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน | Alibaba, Tencent | หากการประชุมช่วยลดความเสี่ยงด้านการค้าและเทคโนโลยี อาจช่วยลดส่วนลดจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ของหุ้นเทคจีนในระยะสั้น |
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

