TSMC รายงานผลประกอบการ 3Q26 แข็งแกร่ง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 41.2% YoY และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 68.7% YoY สูงกว่าตลาดคาด จากความต้องการชิป AI และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง แม้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง QoQ จากต้นทุนการเพิ่มกำลังผลิต แต่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่แผนลงทุนปี 2026 สูงสุด $64bn และแนวโน้มลงทุนเพิ่มเติมในปี 2027 สะท้อนความต้องการชิประยะยาว INVX มองบวกต่อ TSMC และห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะ ASML, AMAT, LRCX, KLAC รวมถึง Tokyo Electron และ Advantest ซึ่งได้รับประโยชน์จากการขยายกำลังผลิตชิปขั้นสูง
TSMC งบ 3Q26 รายได้และกำไรดีกว่าคาด ทำสถิติสูงสุด หนุนโดย AI และชิป 2nm

1. ผลประกอบการ 3Q26: รายได้และกำไรดีกว่าคาด ทำสถิติสูงสุด
Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 แข็งแกร่งกว่าตลาดคาด โดยมีรายได้ 46.72 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 41.2% YoY และ 16.2% QoQ สูงกว่ากรอบคาดการณ์เดิมของบริษัทที่ 44.6–45.8 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 68.7% YoY และ 8.0% QoQ สู่ระดับ 763.06 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน สูงกว่าตลาดคาดที่ 746.3 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน ประมาณ 2.2% สะท้อนความต้องการชิป AI และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่แข็งแกร่ง
ตารางสรุปผลประกอบการ TSMC 3Q26
รายการ | 3Q26 | YoY | QoQ | เทียบคาดการณ์ |
|---|---|---|---|---|
รายได้ (US$ bn) | 46.72 | +41.2% | +16.2% | ดีกว่าคาด (44.6–45.8) |
กำไรสุทธิ (NT$ bn) | 763.06 | +68.7% | +8.0% | Beat +2.2% (746.3) |
EPS (NT$) | 29.43 | +68.7% | +8.0% | - |
อัตรากำไรขั้นต้น | 66.4% | +6.9 ppt | -1.3 ppt | อยู่ในกรอบ (65–67%) |
อัตรากำไรดำเนินงาน | 58.7% | +8.1 ppt | -1.6 ppt | ดีกว่าคาด (56–58%) |
อัตรากำไรสุทธิ | 51.1% | +5.4 ppt | -4.5 ppt | - |
ยอดส่งมอบเวเฟอร์ | 4.48 ล้านแผ่น | +9.6% | +3.2% | - |
แม้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากต้นทุนช่วงเริ่มเพิ่มกำลังการผลิตชิป 2 นาโนเมตร (2nm) แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย 65–67% ขณะที่อัตรากำไรดำเนินงาน 58.7% สูงกว่ากรอบบนของบริษัทที่ 58% สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยังแข็งแกร่ง ส่วนกำไรสุทธิที่เติบโตช้ากว่ารายได้เมื่อเทียบรายไตรมาส ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายได้พิเศษในไตรมาสก่อนที่ไม่เกิดซ้ำ
2. AI และเทคโนโลยีชิปขั้นสูงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
รายได้จากกลุ่มประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) ซึ่งครอบคลุมชิป AI และชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 68% ของรายได้รวม จาก 66% ในไตรมาสก่อน และ 57% ในปีก่อน โดยรายได้กลุ่มนี้เติบโต 22% QoQ สูงกว่าการเติบโตของรายได้รวม สะท้อนความต้องการชิปจากผู้พัฒนา AI และผู้ให้บริการคลาวด์ ขณะที่ธุรกิจสมาร์ตโฟนคิดเป็น 21% ของรายได้ และเติบโต 10% QoQ ส่วนธุรกิจยานยนต์เพิ่มขึ้น 23% QoQ
ด้านเทคโนโลยีการผลิต ชิป 3nm มีสัดส่วนรายได้จากการขายแผ่นเวเฟอร์สูงสุดที่ 33% ตามด้วย 5nm ที่ 28% ขณะที่ ชิป 2nm เพิ่มสัดส่วนเป็น 8% จาก 3% ในไตรมาสก่อน สะท้อนการเพิ่มกำลังการผลิตที่รวดเร็ว โดยเทคโนโลยี 7nm และขั้นสูงกว่าคิดเป็น 79% ของรายได้จากแผ่นเวเฟอร์รวม เพิ่มขึ้นจาก 77% ในไตรมาสก่อน
ตารางสรุปการเติบโตรายได้แยกตามธุรกิจ TSMC 3Q26
กลุ่มธุรกิจ | สัดส่วน 3Q26 | 2Q26 | 3Q25 | QoQ |
|---|---|---|---|---|
HPC (ชิป AI / ประมวลผลขั้นสูง) | 68% | 66% | 57% | +22% |
Smartphone (สมาร์ตโฟน) | 21% | 22% | 30% | +10% |
Automotive (ยานยนต์) | 4% | 4% | 5% | +23% |
IoT (อุปกรณ์เชื่อมต่อ) | 4% | 5% | 5% | +5% |
Digital Consumer Electronics (เครื่องใช้ไฟฟ้า) | 1% | 1% | 1% | -12% |
Others (ธุรกิจอื่น) | 2% | 2% | 2% | -10% |
โครงสร้างรายได้ดังกล่าวสะท้อนว่า TSMC ได้รับประโยชน์ทั้งจากจำนวนคำสั่งซื้อชิป AI ที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทมีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและกำลังการผลิต ส่งผลให้โอกาสแข่งขันด้านราคาดีกว่าผู้ผลิตชิปที่เน้นเทคโนโลยีรุ่นเก่า
3. แนวโน้มการลงทุน: TSMC เร่งขยายกำลังผลิตรองรับความต้องการ AI ระยะยาว
TSMC เดินหน้าลงทุนเพิ่มกำลังผลิตชิปขั้นสูงและโรงงานในต่างประเทศ โดยมีรายจ่ายลงทุนไตรมาส 3 ที่ 13.84 พันล้านดอลลาร์ และรวม 9 เดือนแรกที่ 40.64 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่บริษัทมีแผนลงทุนปี 2026 สูงสุดถึง 64 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อความต้องการชิป AI ในระยะยาว
สำหรับปี 2027 ตลาดคาดว่ารายจ่ายลงทุนอาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย Goldman Sachs ประเมินที่ 85 พันล้านดอลลาร์ และ UBS ประเมินที่ 90 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ 75 พันล้านดอลลาร์
ด้านกำลังการผลิต TSMC อยู่ระหว่างการสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ในโรงงานประมาณ 20 แห่งทั่วโลก จากเดิมที่มักดำเนินโครงการพร้อมกันเพียง 4–5 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีแผนลงทุนในรัฐแอริโซนามูลค่า 265 พันล้านดอลลาร์ และมีรายงานว่ากำลังพิจารณาขยายฐานการผลิตเพิ่มเติมในรัฐเท็กซัส เพื่อตอบรับการลงทุนศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ
การลงทุนดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อผู้ผลิตเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์และวัสดุที่ใช้ในการผลิตชิป แต่ยังต้องติดตามต้นทุนการตั้งโรงงานในต่างประเทศ ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรของ TSMC ในระยะเริ่มต้น
4. มุมมองผู้บริหารและแนวโน้มธุรกิจ: AI ยังแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนชิป 2nm ต้องติดตาม
ข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยสะท้อนว่าความต้องการเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงยังเป็นปัจจัยหลักสนับสนุนการเติบโต โดยเฉพาะการขยายกำลังผลิตชิป 2nm ซึ่งมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การเริ่มผลิตชิปรุ่นใหม่ยังมีต้นทุนสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 1.3 จุดจากไตรมาสก่อน แม้รายได้จะเติบโต 17.6% QoQ
ด้านกระแสเงินสด บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 919.77 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน และกระแสเงินสดอิสระ 476.56 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้นจาก 287.36 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันในไตรมาสก่อน สะท้อนความสามารถในการสร้างเงินสดเพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ โดยมีเงินสดสุทธิหลังหักหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยประมาณ 2.99 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน
สำหรับแนวโน้มระยะถัดไป ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การขยายกำลังผลิต 2nm การพัฒนาเทคโนโลยี A14 การเพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูง และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางการขยายโรงงานต่างประเทศ ขณะที่ Bloomberg Intelligence กล่าวถึงรายงานความเป็นไปได้ในการปรับราคาแผ่นเวเฟอร์ขึ้น 3–6% ซึ่งอาจช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
5. ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม: บวกต่อผู้ผลิตชิป AI และอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์
ผลประกอบการ TSMC เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อห่วงโซ่อุปทาน AI โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับชิปประมวลผลขั้นสูง เนื่องจากรายได้กลุ่ม HPC เติบโตเร็วกว่ารายได้รวม และการลงทุนขยายกำลังผลิตยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของคำสั่งซื้อชิปไม่ได้หมายความว่าผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล AI ทุกรายจะสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย โดยยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนเงินทุนและความสามารถในการทำกำไร
กลุ่มอุตสาหกรรม | หุ้นที่เกี่ยวข้อง | ผลกระทบ |
|---|---|---|
ผู้ออกแบบชิป AI | NVDA, AMD, AVGO | เชิงบวกจากความต้องการชิปขั้นสูง |
เครื่องจักรผลิตชิป | ASML, AMAT, LRCX, KLAC | เชิงบวกจากการลงทุนสร้างโรงงาน |
อุปกรณ์ผลิตชิปญี่ปุ่น | Tokyo Electron, SCREEN, Advantest | ได้ประโยชน์จากการลงทุนและความต้องการทดสอบชิป |
วัสดุและอุปกรณ์ไต้หวัน | GlobalWafers, ASE Technology | มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายกำลังผลิตและการบรรจุชิป |
อุปกรณ์ประกอบชิปขั้นสูง | Ibiden, Disco | เชิงบวกจากความซับซ้อนของชิป AI ที่เพิ่มขึ้น |
มุมมองของ InnovestX
- INVX ประเมินผลประกอบการ TSMC 3Q26 เป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตชิป เนื่องจากรายได้และกำไรเติบโตสูงกว่าคาดควบคู่กับการลงทุนกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มองบวกต่อ TSM, ASML, AMAT, LRCX และ KLAC รวมถึงหุ้นญี่ปุ่นอย่าง Tokyo Electron และ Advantest ที่ได้รับประโยชน์จากการขยายกำลังผลิตชิปขั้นสูง ขณะที่กลุ่มออกแบบชิป AI เช่น NVDA และ AVGO ยังมีแนวโน้มได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการประมวลผล AI
- อย่างไรก็ตาม ควรเลือกลงทุนในบริษัทที่มีคำสั่งซื้อชัดเจนและฐานะการเงินแข็งแกร่ง เนื่องจากความกังวลเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน AI และต้นทุนเงินทุนยังอาจสร้างความผันผวนให้หุ้นในอุตสาหกรรม
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

