Café Invest
Research

TTB – 3Q26: ผลประกอบการออกมาตามคาด

TTB – 3Q26: ผลประกอบการออกมาตามคาด

ผลประกอบการ 3Q26 ของ TTB ออกมาตามที่คาดการณ์ไว้ โดยสะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ อัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ขยายตัวเล็กน้อย QoQ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ดีขึ้น และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ที่อ่อนแอลง เราคาดว่ากำไร 4Q26F จะทรงตัว QoQ และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY (รายได้ดอกเบี้ยสุทธิสูงขึ้น) ขณะที่คาดว่ากำไรปี 2027F จะลดลง 5% หลักๆ เกิดจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่หมดลง เราคาดว่า TTB จะปรับเพิ่ม DPS อีก 0.05 บาท เป็น 0.184 บาท ในปี 2026 (อัตราการจ่ายเงินปันผล 75%) จาก 0.134 บาท ในปี 2025 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 6.8% คงคำแนะนำ NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 2.7 บาท

3Q26: ผลประกอบการออกมาตามคาด TTB รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 5.46 พันลบ. (-1% QoQ, +3% YoY) เป็นไปตามที่ INVX และตลาดคาดการณ์ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1) คุณภาพสินทรัพย์: อัตราส่วน NPL ลดลง 3 bps QoQ ขณะที่ credit cost เพิ่มขึ้น 1 bps QoQ ( +5 bps YoY) มาอยู่ที่ 1.37% โดยมีการตั้งสำรอง management overlay เพิ่มอีก 0.6 พันลบ. (เทียบกับ 1.1 พันลบ. ใน 2Q26) ซึ่งรวมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำท่วมด้วย ด้าน LLR coverage เพิ่มขึ้นเป็น 159% จาก 157% ณ สิ้น 2Q26

2) อัตราการเติบโตของสินเชื่อ: +0.3% QoQ (-0.9% YoY, -1.5% YTD) หลักๆ ได้แรงหนุนจากสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น Cash Your Home (CYH), Cash Your Book (CYB), บัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล

3) NIM: +10 bps QoQ (+12 bps YoY) โดยอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ เพิ่มขึ้น 6 bps QoQ (-16 bps YoY) ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 4 bps QoQ (-34 bps YoY)

4) Non-NII: -21% QoQ (+2% YoY) สาเหตุหลักมาจากการไม่มีรายการพิเศษเหมือนใน 2Q26 เช่น กำไร FVTPL จากกองทุนวายุภักษ์ 1 รวมถึงรายได้เงินปันผลที่ลดลงตามฤดูกาล รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง 7% QoQ (+12% YoY) เนื่องจากค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (wealth management) ปรับตัวเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้นหลังจากที่ในช่วงไตรมาส 2 ได้รับแรงหนุนจากการปรับพอร์ตของลูกค้าที่มีมากกว่าระดับปกติ

5) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้: -100 bps QoQ (+23 bps YoY) มาอยู่ที่ 45.81% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (opex) ลดลง 5% QoQ (+3% YoY) เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนในไตรมาสก่อน

6) สิทธิประโยชน์ทางภาษี: TTB รับรู้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจำนวน 393 ลบ. ใน 3Q26 โดยยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีคงเหลืออีก 2 พันลบ. ซึ่งคาดว่าจะใช้หมดภายใน 1Q27

แนวโน้มกำไร กำไร 9M26 คิดเป็น 75% ของประมาณการเต็มปีของเรา เราคาดว่ากำไรปี 2026F จะเติบโต 4% โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ทรงตัว, NIM ที่ทรงตัว,  credit cost ที่มีเสถียรภาพ และ non-NII ที่เพิ่มขึ้น 27% เราคาดว่ากำไร 4Q26F จะอยู่ในระดับยทรงตัว QoQ และปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY (รายได้ดอกเบี้ยสุทธิสูงขึ้น) เราคาดว่ากำไรปี 2027F จะลดลง 5% หลักๆ เกิดจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่หมดลง

คาด DPS สูงขึ้น TTB กำลังพิจารณานำงบที่ยังไม่ได้ใช้จำนวน 1.4 หมื่นลบ. มาจ่ายเงินปันผล (แต่ไม่ใช่เงินปันผลพิเศษ) และรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต เราคาดว่า TTB จะปรับเพิ่ม DPS อีก 0.05 บาท เป็น 0.184 บาท ในปี 2026 (อัตราการจ่ายเงินปันผล 75%) จาก 0.134 บาท ในปี 2025 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 6.8%

คงคำแนะนำ NEUTRAL และราคาเป้าหมายเดิม เราคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ TTB และคงราคาเป้าหมายที่ 2.7 บาท (อิงวิธี DDM) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ

ความเสี่ยงสำคัญ: 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว 2) ความเสี่ยงด้าน credit cost จากราคารถยนต์มือสองที่ลดลง, 3) ความเสี่ยงด้าน NIM จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย, 4) ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์, และ 5) ความเสี่ยงด้าน ESG จากการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct)