TU ปรับเป้าหมายปี 2024 โดยปรับลดการเติบโตยอดขายเป็น 3-4% จากบาทแข็งค่า (เดิม 4-5% yoy และ 2.7% 9M24) ปรับเพิ่ม GPM เป็น 18.5-19%
Markets
News Update - TU สรุปสาระสำคัญการประชุมนักวิเคราะห์

- Meeting tone เป็นลบเล็กน้อย
- (+/-) TU ปรับเป้าหมายปี 2024 โดยปรับลดการเติบโตยอดขายเป็น 3-4% จากบาทแข็งค่า (เดิม 4-5% yoy และ 2.7% 9M24) ปรับเพิ่ม GPM เป็น 18.5-19% จาก GPM ที่ดีจาก 9M24 และ 4Q24F (เดิม 18-18.5% และ 18.4% 9M24) และปรับเพิ่ม SG&A/sales เป็น 12.5-13% จากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มจากค่าที่ปรึกษาในการทำ transformation (เดิม 12-12.5% และ 9M24 13%)
- (- เบื้องต้น แต่อาจกระทบน้อยลงโดยรอการประชุมวันจันทร์หน้า) จากการเริ่มทำ transformation plan บริษัทเริ่มมีการบันทึกค่าใช้จ่ายของโครงการเข้ามาใน SG&A 230 ลบ. ใน 3Q24 และยังน่าจะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายในตัวเลขดังกล่าวต่อเนื่องใน 4Q24 และอาจมีค่าใช้จ่ายบางส่วนในปี 2025 อย่างไรก็ดี จากแผนการปรับธุรกิจ บริษัทให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าจะเริ่มเห็นผลบวกต่อ operation จากโครงการใน 4Q24 บางส่วนและมากขึ้นในปี 2025 ซึ่งประเด็นนี้บ.จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมในการประชุมนักวิเคราะห์สำหรับ Transformation Plan ในวันที่ 11 พ.ย.
- (0/-) สำหรับ Red Lobster ได้ออกจาก Chapter 11 และบ.ได้มีการโอน ownership ให้กับผู้ลงทุนรายใหม่แล้วในเดือนกย. (ไม่มีกำไร/ขาดทุนจากการขาย) โดยปจบ. TU อยู่ในสถานะ Supplier กับ Red Lobster เท่านั้น
- ทั้งนี้ ในวันที่ 3 ต.ค. Fortress (เจ้าหนี้ของ Red Lobster และเป็นเจ้าของกิจการ ณ ปัจจุบัน) ได้มีการยื่นฟ้อง TU ในการที่ TU ได้เคยมีการให้การค้ำประกัน Red Lobster ที่ USD65mn (2 พันลบ.) ในปี 2022 (เป็นช่วงค้นการฟ้องซึ่ง TU ยังไม่เห็นรายละเอียดของการกล่าวหา และอาจต้องใช้ระยะเวลาในอีก 1-2 ปีข้างหน้า สำหรับความคืบหน้า
- อย่างไรก็ดี TU เชื่อมั่นว่า จากเงื่อนไขในสัญญาดังกล่าว ภาระผูกผันของ TU ได้หมดสิ้นลงไปแล้วในปี 2023 หลังได้ทำตามเงื่อนไขที่กำหนด (EBITDA Red Lobster เกินเป้าหมาย และแต่งตั้ง CEO CFO ที่เป็นคน US ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจ) ดังนั้น บ.จึงเชื่อมั่นว่าบ.จะไม่มีผลกระทบจาก court case ดังกล่าว และไม่ต้องมีการต้องสำรองค่าใช้จ่ายใดๆ ในคดีนี้

