Uber เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจพร้อมกัน 3 ด้าน ได้แก่ ความเป็นไปได้ในการเข้าซื้อ Delivery Hero เพื่อเพิ่มขนาดธุรกิจส่งอาหาร การเริ่มให้บริการ Robotaxi ร่วมกับ Wayve ในลอนดอน และการลดพนักงานราว 10% โดย INVX มีมุมมองเชิงบวกต่อ Uber ในระยะกลาง จากการขยายเครือข่าย Delivery การสนับสนุนอัตรากำไรจากโครงสร้างต้นทุนที่เบาลง และโอกาสจาก Robotaxi ซึ่งใช้โมเดลพันธมิตรช่วยลดภาระลงทุนโดยตรง
Uber เดินเกมพร้อมกัน 3 ด้าน: Delivery, Robotaxi และลดต้นทุนองค์กร

1) ภาพรวม — เดินหน้าพร้อมกันทั้งการขยายธุรกิจและลดต้นทุน
Uber กำลังปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ การเข้าซื้อ Delivery Hero เพื่อเพิ่มขนาดธุรกิจส่งอาหาร, การขยาย Robotaxi ผ่านพันธมิตร และการลดพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร สะท้อนว่าบริษัทกำลังเปลี่ยนจากช่วงเน้นการเติบโตของปริมาณธุรกรรม ไปสู่การสร้างการเติบโตควบคู่กับคุณภาพกำไรที่ดีขึ้น
จุดสำคัญคือ Uber ไม่ได้เลือกลงทุนหนักในทุกธุรกิจด้วยตนเอง แต่ใช้กลยุทธ์เพิ่มขนาดผ่านการควบรวมกิจการและอาศัยพันธมิตรในเทคโนโลยีที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง เช่น Robotaxi ขณะที่ภายในองค์กรมีการลดลำดับชั้นและค่าใช้จ่ายเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพมากขึ้น
2) Delivery Hero — ดีล $14.8bn เพิ่มขนาดธุรกิจส่งอาหาร
คณะกรรมการของ Delivery Hero สนับสนุนข้อเสนอเข้าซื้อกิจการจาก Uber มูลค่าราว $14.8bn หรือ €41.50 ต่อหุ้น และแนะนำให้ผู้ถือหุ้นตอบรับข้อเสนอ โดย Uber ถือหุ้น Delivery Hero อยู่แล้วประมาณ 25% ก่อนประกาศดีลดังกล่าว
หากธุรกรรมแล้วเสร็จ Uber จะเพิ่มฐานผู้ใช้ ร้านค้า และเครือข่ายจัดส่งในหลายตลาดอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเพิ่มขนาดของธุรกิจ Delivery ในตลาดต่างประเทศ โดยดีลดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการควบรวมต่อเนื่องของอุตสาหกรรม หลัง DoorDash เข้าซื้อ Deliveroo และ Prosus เข้าซื้อ Just Eat Takeaway.com
ในเชิงกลยุทธ์ การมีขนาดใหญ่ขึ้นช่วยให้ Uber มีโอกาสลดต้นทุนต่อคำสั่งซื้อ ใช้ระบบเทคโนโลยีและการตลาดร่วมกัน และเพิ่มอำนาจต่อรองกับร้านค้า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและความสามารถในการรวมระบบของ Delivery Hero เข้ากับธุรกิจเดิมโดยไม่กระทบต่อการดำเนินงาน
3) อุตสาหกรรม Delivery เข้าสู่ช่วงเน้นขนาดและประสิทธิภาพ
ภาพของอุตสาหกรรมส่งอาหารกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านส่วนลดและการเพิ่มผู้ใช้ ไปสู่การแข่งขันด้านขนาด เครือข่าย และความสามารถในการสร้างกำไร ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่มีข้อได้เปรียบมากขึ้นจากจำนวนคำสั่งซื้อที่สูงกว่าและต้นทุนต่อธุรกรรมที่ต่ำกว่า
การรวมตัวระหว่าง Uber กับ Delivery Hero จึงสะท้อนว่าผู้เล่นหลักกำลังเร่งสร้างเครือข่ายระดับโลกเพื่อให้มีฐานผู้ใช้มากพอรองรับต้นทุนด้านเทคโนโลยี การตลาด และระบบจัดส่ง ในระยะยาวอาจช่วยลดการแข่งขันด้านราคา แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านการต่อต้านการผูกขาดในตลาดที่มีผู้เล่นเหลือน้อยราย
4) Robotaxi ในลอนดอน — จุดทดสอบสำคัญก่อนขยายสู่หลายเมือง
Uber เริ่มให้บริการ Robotaxi ร่วมกับ Wayve ในกรุงลอนดอน โดยผู้โดยสารที่เรียก UberX, Uber Electric หรือ Uber Comfort อาจถูกจับคู่กับรถ Ford Mustang Mach-E ที่ติดตั้งระบบ Wayve AI Driver โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ในช่วงเริ่มต้นรถยังมีผู้ควบคุมความปลอดภัยอยู่ภายใน และผู้โดยสารสามารถเลือกเปลี่ยนกลับไปใช้รถที่มีคนขับได้
ลอนดอนถือเป็นสนามทดสอบสำคัญ เนื่องจากมีสภาพถนนและการจราจรซับซ้อน ทั้งถนนแคบ ทางจักรยาน งานก่อสร้าง และรูปแบบการจราจรที่หลากหลาย หากระบบสามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการขยาย Robotaxi ไปยังเมืองอื่น อย่างไรก็ตาม การให้บริการแบบไร้คนขับเต็มรูปแบบยังขึ้นอยู่กับการทดสอบด้านความปลอดภัยและกรอบกฎระเบียบของสหราชอาณาจักร ซึ่งภาครัฐยังอยู่ระหว่างเตรียมกรอบรองรับการใช้งานในปี 2027
สิ่งที่น่าสนใจคือ Uber เลือกใช้โมเดล เครือข่ายผสมระหว่างรถอัตโนมัติกับคนขับ มากกว่าการเปลี่ยนไปใช้ Robotaxi ทั้งหมดทันที แนวทางนี้ช่วยให้บริษัทคงจำนวนรถให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสาร ขณะเดียวกันทยอยเพิ่มสัดส่วนรถอัตโนมัติตามความพร้อมด้านเทคโนโลยีและกฎระเบียบ ลดความเสี่ยงที่บริการจะสะดุดจากจำนวน Robotaxi ที่ยังมีจำกัด
อีกประเด็นสำคัญคือ Uber ไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีรถอัตโนมัติทั้งหมดเอง แต่เลือกทำหน้าที่เป็น แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลายรายเข้าสู่ฐานผู้ใช้ของบริษัท ปัจจุบัน Uber ทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านรถอัตโนมัติมากกว่า 30 ราย ครอบคลุม Mobility, Delivery และ Freight และตั้งเป้าให้มีบริการรถอัตโนมัติในสูงสุด 15 เมืองภายในสิ้นปี 2026 ก่อนตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์มรองรับการเดินทางด้วยรถอัตโนมัติรายใหญ่ที่สุดของโลกภายในปี 2029
กลยุทธ์นี้ช่วยลดภาระเงินลงทุนและความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี เมื่อเทียบกับการสร้างระบบขับขี่อัตโนมัติเองทั้งหมด ขณะที่ Uber ใช้จุดแข็งที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ ฐานผู้ใช้ ระบบเรียกรถ ระบบชำระเงิน และเครือข่ายในหลายเมือง เพื่อสร้างรายได้จากการกระจาย Robotaxi ของพันธมิตร
5) ลดพนักงาน 10% — เน้นองค์กรที่เล็กลงและตัดสินใจเร็วขึ้น
Uber ประกาศลดพนักงานทั่วโลกราว 3,300 ตำแหน่ง หรือประมาณ 10% ของพนักงานทั้งหมด พร้อมปรับโครงสร้างเพื่อลดลำดับชั้นบริหาร เพิ่มจำนวนพนักงานต่อผู้จัดการ และลดทีมที่มีขนาดเล็กเกินไป
ฝ่ายบริหารระบุว่ารายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้องค์กรมีลำดับชั้นมากขึ้น การประสานงานซับซ้อน และความรับผิดชอบกระจายตัว จึงต้องการทำให้องค์กรเรียบง่ายขึ้นและนำเงินที่ประหยัดได้กลับไปลงทุนในธุรกิจที่มีความสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
เรามองว่าการลดพนักงานรอบนี้มีลักษณะเป็น การเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนมากกว่าการตอบสนองต่อการชะลอตัวของธุรกิจ เนื่องจาก Uber ยังคงเดินหน้าลงทุนใน Delivery และ Robotaxi ซึ่งหากดำเนินการได้ตามแผนจะช่วยสนับสนุนอัตรากำไรในระยะกลาง
6) มุมมองของ INVX
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ Uber ในระยะกลาง จาก 1) การเข้าซื้อ Delivery Hero ช่วยเพิ่มขนาดและเครือข่ายธุรกิจ Delivery 2) การลดพนักงานและลำดับชั้นองค์กรช่วยสนับสนุนอัตรากำไร และ 3) Robotaxi ในลอนดอนช่วยยืนยันโมเดลการเป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับรถอัตโนมัติ โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนพัฒนาเทคโนโลยีทั้งหมดเอง อย่างไรก็ตาม ควรติดตามการอนุมัติดีล Delivery Hero และกรอบกฎระเบียบรถไร้คนขับในยุโรป
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

