Café Invest
Markets

Update สถานการณ์ล่าสุด: สหรัฐฯ โจมตีฐานนิวเคลียร์อิหร่าน

Update สถานการณ์ล่าสุด: สหรัฐฯ โจมตีฐานนิวเคลียร์อิหร่าน

Update สถานการณ์ล่าสุด: สหรัฐฯ โจมตีฐานนิวเคลียร์อิหร่าน

by INVX Investment Strategy
22 มิ.ย. 68

เช้าวันที่ 22 มิ.ย. 68 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยว่าสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการโจมตีฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ได้แก่ ฟอร์โด (Fordo), นาทานซ์ (Natanz) และอิสฟาฮาน (Isfahan) โดยย้ำว่าเครื่องบินทุกลำของสหรัฐฯ ปลอดภัยและกำลังเดินทางกลับฐานทัพ การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งอิสราเอลอ้างว่าอิหร่านมีศักยภาพในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ถึง 15 ลูกภายในไม่กี่วัน และการโจมตีครั้งนี้เป็นการ "ป้องกันล่วงหน้า"

ทางการอิหร่านได้ออกมายืนยันว่าฐานนิวเคลียร์ทั้ง 3 แห่งถูกโจมตีจริง ก่อนหน้านี้รัสเซียและจีนได้เตือนสหรัฐฯ ว่าการแทรกแซงในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่านนั้นเป็น "อันตราย" และผู้นำอิหร่านได้เตือนว่าหากสหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมในสงคราม ตะวันออกกลางจะตกอยู่ในนรก

ประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อสินทรัพย์การลงทุน


ราคาน้ำมัน: ในเบื้องต้น ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นทันที จากความกังวลด้านอุปทานและความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก อาจถูกปิดหรือตกเป็นเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ข่าวที่ประธานาธิบดีทรัมป์ชะลอการให้ความช่วยเหลืออิสราเอลในการทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงกว่า 2% ในวันศุกร์ที่ 20 มิ.ย. 68 หากสถานการณ์บานปลายและมีการแทรกแซงโดยตรงจากสหรัฐฯ หรือมีการตอบโต้รุนแรงจากอิหร่าน ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

หุ้น: โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในระยะสั้น จากความกังวลต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นและภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อ (stagflation) หากเกิดภาวะช็อกด้านอุปทานน้ำมัน การฟื้นตัวของตลาดหุ้น โดยเฉลี่ยแล้ว ตลาดหุ้นมักใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการปรับตัวลงจากจุดสูงสุดสู่จุดต่ำสุด ก่อนฟื้นตัวหากความกังวลของนักลงทุนเริ่มคลี่คลาย โดย

1. หุ้นสหรัฐฯ: อาจไม่ได้รับผลกระทบมากนักในระยะแรก หากสหรัฐฯ สามารถควบคุมสถานการณ์และหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในสงครามเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ดี ด้วยมูลค่าหุ้นที่ตึงตัวอาจทำให้ถูกขายทำกำไรระยะสั้นได้

2. หุ้นยุโรป: อาจได้รับผลกระทบหนักกว่าตลาดอื่น ๆ เนื่องจากยุโรปพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นอย่างมาก การขึ้นราคาน้ำมันอาจส่งผลให้เงินเฟ้อในยุโรปพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะบีบให้ธนาคารกลางยุโรปต้องพิจารณานโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง

3. หุ้นจีน: แม้จะมีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่จีนก็ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตของ EPS สูง นักลงทุนอาจมองหาโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นจีนที่ได้รับผลกระทบจากข่าวลบชั่วคราว หากพื้นฐานบริษัทยังแข็งแกร่ง โดยจีนยังไม่ได้เสนอท่าทีต่อประเด็นความขัดแย้งนี้มากนัก

4. หุ้นญี่ปุ่น: มักจะอ่อนไหวต่อสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันเช่นกัน แต่ด้วยนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทำให้ญี่ปุ่นอาจได้รับผลกระทบน้อยกว่ายุโรป

ส่วน หุ้นอินเดีย เวียดนาม และไทย เราประเมินว่ายังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้จำกัด โดยมีประเด็นเฉพาะตัวในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะไทยจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่การที่ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอาจช่วยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้นได้จากการที่มีสัดส่วนกลุ่มพลังงานมาก

ตราสารหนี้: เน้นตราสารหนี้ระยะสั้น (ไม่เกิน 2 ปี) จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงและส่งผลให้เงินเฟ้อคาดการณ์สูงขึ้น ไม่เป็นประโยชน์ต่อตราสารหนี้ระยะยาว รวมถึงแนวโน้มจากเฟดในการประชุมครั้งล่าสุดที่ยังไม่มีท่าทีลดดอกเบี้ยนโยบายลงในระยะสั้น

ทองคำ: ทองคำเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ปลอดภัย ที่ได้รับประโยชน์อย่างมากจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเมื่อเกิดความไม่แน่นอน

สรุป: สถานการณ์ยังมีความผันผวนสูงและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ พิจารณาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และตราสารหนี้ระยะสั้น ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความไม่แน่นอน สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ การปรับตัวลดลงของตลาดอาจเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานดีและราคาไม่แพง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตของ EPS สูง เช่น จีน เวียดนาม และอินเดีย เป็นต้น

Update สถานการณ์ล่าสุด: สหรัฐฯ โจมตีฐานนิวเคลียร์อิหร่าน | Café Invest