- ตามมติ ครม. ที่ออกมาวันนี้สำหรับโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” ใน 4 พื้นที่ซึ่งจะเปิดจองสิทธิ์ในวันที่ 20 ม.ค. เบื้องต้นยังต้องการข้อมูลเชิงลึกและรายละเอียดของแต่ละโครงการเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจมีผลต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
Markets
News Update - อสังหาริมทรัพย์ "โครงการบ้านเพื่อคนไทย"

- อย่างไรก็ตาม ในโครงการแรกคือพื้นที่ บางซื่อ นั้นหากมีการปรับขนาดอาคารเป็นสูง 45 ชั้นและกรอบราคาอยู่ในช่วงประมาณ 1.7-3 ล้านบาทต่อหน่วย คาดว่าจะเกิดการพัฒนาเป็นจำนวนหลักพันยูนิตซึ่งจะเป็นโครงการขนาดใหญ่และหากการใช้สิทธิ์หรือการตรวจสอบไม่รัดกุม คาดว่าจะทำให้เกดการเก็งกำไรเชิงพาณิชย์ได้ด้วยสถานที่ตั้งที่เป็น Prime Location
- ผลกระทบเชิงบวก : เพิ่มศักยภาพของการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่เป็น Real Demand โดยเฉพาะในกลุ่มที่อาจไม่มีกำลังการวางเงินดาวน์และกำลังการผ่อนต่อเดือนทำได้น้อย หรือในกลุ่ม Segment รากหญ้าซึ่งเป็นกลุ่มที่มี rejection จากสถาบันการเงินอื่นในระดับที่สูง
- ผลกระทบเชิงลบ : อาจเกิดการเก็งกำไรหรือสวมสิทธิ์หากการใช้สิทธิ์หรือการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ไม่รัดกุม
- โดยรวมเรามองว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มอสังหาฯ จะได้รับผลกระทบต่อยอดขายที่อาจลดลงค่อนข้างจำกัด หากการพัฒนาโครงการบ้านเพื่อคนไทยนี้จำกัดแต่เพียง 4 พื้นที่และรัฐไม่ได้มีวัตถุประสงค์ทำเพิ่มเติมในเชิงพาณชย์
เนื้อหาข่าว
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง เพื่อให้กระทรวงคมนาคมศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อยในโครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" วงเงิน 166 ล้านบาท โดยใช้ที่ดินของ รฟท. ตามทำเลสำคัญ นำมาสร้างที่อยู่อาศัย โดยนายกรัฐมนตรีแจ้งในที่ประชุม ครม. ว่า วันศุกร์ที่ 17 มกราคมนี้ เตรียมเปิดตัวบ้านคนไทยอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี ผลักดันโครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" สนับสนุนเรื่องที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน (First Jobber) มีโอกาสได้ถือครองและมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง จะแถลงถึงรายละเอียดอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ ขอให้คณะรัฐมนตรีทุกท่านติดตามรายละเอียดและช่วยประชาสัมพันธ์โครงการนี้และขอเชิญเข้าร่วมพิธีการเปิดตัวโครงการนี้ในช่วงบ่ายของวันที่ 17 มกราคมนี้ นายกรัฐมนตรีเตรียมลงพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อเปิดตัวสำนักงานขาย จากนั้นในวันที่ 20 มกราคม 2568 จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อแสดงความสนใจจองสิทธิ สำหรับโครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" กำหนดใน 4 พื้นที่ คือ พื้นที่บางซื่อ กม.11 พื้นที่สถานีเชียงใหม่ พื้นที่สถานีธนบุรี และ พื้นที่เชียงราก สร้างโครงการนำร่องในเขตบางซื่อ กม.11 ปรับเพิ่มความสูงเดิมจากอาคารชุด 8 ชั้น เป็น 45 ชั้น รองรับความต้องการจำนวนมาก นับว่าพื้นที่บริเวณบางซื่อ มูลค่าสูงถึง 300 ล้านบาทต่อไร่ โดยทางบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ทำการศึกษาออกแบบ และศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กำหนดเป้าหมาย 300,000 ยูนิต ขั้นตอนจองสิทธินั้น จะเปิดเว็ปไซต์ "www.บ้านเพื่อคนไทย.th" เพื่อให้ประชาชนเข้าจองสิทธิได้สะดวกมากขึ้น โดยมีขั้นตอนการตรวจคุณสมบัติ เมื่อผ่านคุณสมบัติตามเงื่อนไข กรณีมีจำนวนเกินกว่าจำนวนห้องที่มีจะมีกระบวนการคัดเลือก เช่น จับฉลาก หรือ แรนดอม โดยมีธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นแหล่งเงินทุนรองรับโครงการ ทั้งค่าก่อสร้างและเงินกู้สำหรับผู้เช่าอยู่อาศัย เตรียมประกาศเพิ่มเติมเร็วๆ นี้
สำหรับคุณสมบัติ และเงื่อนไขของผู้ซื้อสิทธิ ได้แก่ รัฐบาลกำหนดเงื่อนไขการซื้อสิทธิ ดังนี้- เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
- เป็นผู้ที่มีรายได้ ณ วันลงทะเบียนไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือน
- ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจใช้พักอาศัยได้ทุกประเภท
- ไม่เคยได้สิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทย
- ผู้ซื้อสิทธิ 1 ท่าน มีสิทธิ์จองอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างได้ 1 หน่วย ต่อ 1 โครงการเท่านั้น ในโครงการใดเสร็จสิ้นไปแล้วและไม่ได้สิทธิ สามารถใช้สิทธิจองอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอีกครั้งในจังหวัดเดิมได้
- ห้ามโอนสิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทยภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนสิทธิ
- ห้ามนำอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในโครงการบ้านเพื่อคนไทยไปให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ หรือทำนิติกรรมในลักษณะที่เป็นการต่างตอบแทนเพื่อให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง (ให้เช่า) เว้นแต่เป็นการใช้ประโยชน์ของสมาชิกในครอบครัวของผู้ซื้อสิทธิ
- ผู้ซื้อสิทธิขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกในโครงการบ้านเพื่อคนไทย บอกเลิกสัญญา หรือปรับอัตราผลตอบแทนตามเหตุและปัจจัย
- หากผู้ซื้อสิทธิมี รายได้เกินกว่า 50,000 บาทต่อเดือน ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทย บอกเลิกสัญญาหรือปรับอัตราผลตอบแทนตามเหตุและปัจจัย
- เงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
- สงวนสิทธิที่จะแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขใดๆ ดังกล่าวข้างต้น

