ธนาคารใหญ่สหรัฐฯ 9 แห่งถูก OCC ตรวจสอบกรณีจำกัดการให้บริการลูกค้าจากปัจจัยทางการเมืองและความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ขณะที่ BAC เผชิญปัญหาเพิ่มเติมจากค่าปรับ $1.21bn ในคดีป้องกันการฟอกเงิน ส่งผลกระทบต่อกำไร 3Q26 ประมาณ $0.17 ต่อหุ้น และเพิ่มความกังวลต่อต้นทุนการกำกับดูแลในอนาคต แม้รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าผ่อนคลายกฎเกณฑ์ธนาคาร แต่ยังเข้มงวดด้านการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน INVX จึงมองว่าความเสี่ยงเฉพาะบริษัทของ BAC สูงกว่าคู่แข่ง และยังให้น้ำหนัก JPM มากกว่า BAC
ธนาคารสหรัฐฯ เผชิญความเสี่ยงกฎระเบียบ BAC ถูกปรับ $1.21bn

1. ธนาคารใหญ่ 9 แห่งถูกตรวจสอบกรณีเลือกปฏิบัติต่อลูกค้า
สำนักงานกำกับดูแลธนาคารสหรัฐฯ (OCC) เปิดเผยผลสอบสวนธนาคารขนาดใหญ่ 9 แห่ง ได้แก่ JPMorgan (JPM), Bank of America (BAC), Citigroup (C), Wells Fargo (WFC), U.S. Bancorp (USB), Capital One (COF), PNC Financial (PNC), Toronto-Dominion (TD) และ Bank of Montreal (BMO) โดยพบว่าระหว่างปี 2020 ถึง ก.ย. 2025 ธนาคารมีนโยบายจำกัดหรือปฏิเสธการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าบางกลุ่ม โดยอาศัยเกณฑ์ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงที่ขาดมาตรฐานชัดเจน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ศาสนา พลังงาน อาวุธปืน และสินทรัพย์ดิจิทัล
การตรวจสอบเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายประธานาธิบดี Donald Trump ที่ต้องการยุติการเลือกปฏิบัติในการให้บริการธนาคาร (Debanking) โดยหน่วยงาน CFPB เตรียมสอบสวนเพิ่มเติมและอาจดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการประกาศบทลงโทษทางการเงินสำหรับกรณีนี้ และธนาคารบางแห่งยืนยันว่าไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติตามความคิดเห็นทางการเมืองหรือศาสนา
2. BAC ถูกปรับ $1.21bn จากข้อบกพร่องด้านการป้องกันฟอกเงิน
Bank of America (BAC) เผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม หลังหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ สั่งปรับรวมประมาณ $1.21bn จากความบกพร่องของระบบตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัยและการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตร โดยค่าปรับดังกล่าวประกอบด้วยบทลงโทษของ FinCEN และ OCC ซึ่งมีการนับชำระหักกลบกัน รวมถึงบทลงโทษของ OFAC จึงไม่ควรนำค่าปรับแต่ละหน่วยงานมาบวกซ้ำ
หน่วยงานกำกับดูแลพบว่า BAC รายงานธุรกรรมต้องสงสัยมูลค่ามากกว่า $5bn ล่าช้า มีรายการรอตรวจสอบสูงสุดเกือบ 200,000 กรณี และพบธุรกรรมที่มีสัญญาณเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินของจีน นอกจากนี้ ยังพบข้อบกพร่องด้านการตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่าน โดยค่าปรับดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้นประมาณ $0.17 ใน 3Q26
3. BAC เผชิญแรงกดดันทั้งผลประกอบการและต้นทุนกำกับดูแล
นอกจากค่าปรับแล้ว ผลประกอบการ 3Q26 ของ BAC ยังถูกกดดันจากรายได้ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ต่ำกว่าตลาดคาด ขณะที่ผลขาดทุนทางบัญชีที่ยังไม่รับรู้จากพอร์ตพันธบัตรกลับมาสูงกว่า $100bn ส่งผลให้มูลค่าตลาดของธนาคารลดลงประมาณ $22bn ในวันที่ 14 ต.ค. 2026
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่าได้ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อปรับปรุงระบบป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน และต้นทุนการแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่สะท้อนอยู่ในฐานค่าใช้จ่ายแล้ว อีกทั้งหน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้กำหนดเพดานการเติบโตของสินทรัพย์เหมือนกรณี TD Bank ในปี 2024 จึงช่วยจำกัดความเสี่ยงต่อการขยายธุรกิจในระยะยาว
4. แนวโน้มอุตสาหกรรมธนาคาร: ความเสี่ยงกำกับดูแลยังไม่สิ้นสุด
กรณีดังกล่าวสะท้อนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ แม้มีแนวทางผ่อนคลายกฎเกณฑ์ด้านเงินกองทุนและการกำกับดูแลธนาคาร แต่ยังคงเข้มงวดต่อการฟอกเงิน การละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และการเลือกปฏิบัติต่อลูกค้า โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ที่มีระบบธุรกรรมซับซ้อน
ผลกระทบสำคัญคือธนาคารอาจต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านระบบตรวจสอบธุรกรรม บุคลากร และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งอาจกดดันประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะสั้น ขณะที่การยกเลิกเกณฑ์ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงอาจช่วยเพิ่มโอกาสให้บริการลูกค้าในบางอุตสาหกรรม แต่ยังต้องรักษามาตรฐานการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน
5. มุมมองของ INVX
มองเป็นลบต่อ BAC เนื่องจากเผชิญแรงกดดันพร้อมกันทั้งค่าปรับ $1.21bn ผลประกอบการที่อ่อนแอกว่าคู่แข่ง และความไม่แน่นอนของต้นทุนปรับปรุงระบบกำกับดูแล ขณะที่ JPM แม้อยู่ในกลุ่มธนาคารที่ถูกตรวจสอบกรณี Debanking แต่ยังไม่มีบทลงโทษเพิ่มเติมจากกรณีดังกล่าว จึงประเมินว่าความเสี่ยงเฉพาะบริษัทในปัจจุบันต่ำกว่า BAC โดยเรายังคงให้น้ำหนัก JPM มากกว่า BAC จากความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่จำกัดกว่าในระยะสั้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

