ตลาด EV สหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดขึ้น โดย Tesla และ Rivian ทำยอดส่งมอบดีกว่าคาด สะท้อนว่าความต้องการรถไฟฟ้าอาจผ่านจุดอ่อนที่สุดไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้นและผู้ผลิตเริ่มปรับรุ่นรถให้เข้าถึงง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม Lucid ยังสะท้อนด้านเปราะบางของตลาด EV หรูที่ยอดขายยังไม่แน่นอนและต้องพึ่งการปรับโครงสร้าง ด้านการลงทุนใน Tesla ยังเหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้และมองระยะยาวจาก AI/รถไร้คนขับ/พลังงาน มากกว่าธุรกิจรถอย่างเดียว
ตลาด EV สหรัฐฯ อาจพ้นจุดต่ำสุด Tesla–Rivian เด่น แต่ Lucid ยังต้องปรับโครงสร้าง

1) ภาพรวมตลาด EV: ความต้องการเริ่มฟื้น แต่ไม่เท่ากันทุกบริษัท
- ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสหรัฐและยุโรปเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันสูงขึ้นและฐานเปรียบเทียบปีก่อนต่ำจากแรงกดดันเรื่องเงินสนับสนุน EV ที่ถูกยกเลิกในสหรัฐ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวไม่ได้กระจายเท่ากันทุกค่าย โดย Tesla และ Rivian ทำยอดส่งมอบดีกว่าคาด ขณะที่ Lucid ยังพลาดเป้าและต้องเร่งปรับโครงสร้างภายใน
2) Tesla: ยอดส่งมอบพุ่งแรง แต่หุ้นลงเพราะตลาดมองข้ามธุรกิจรถ
- Tesla ส่งมอบรถทั่วโลก 480,126 คันในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน และสูงกว่าคาดอย่างมาก โดยแรงหนุนหลักมาจาก Model 3 และ Model Y ที่ส่งมอบรวม 467,762 คัน รวมถึงยอดขายยุโรปและจีนที่ฟื้นตัวเด่น ขณะที่ธุรกิจพลังงานก็กลับมาดีขึ้น โดยติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน 13.5 กิกะวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 53% จากไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม หุ้น Tesla กลับลดลงราว 7–8% เพราะราคาหุ้นขึ้นมาก่อนหน้า และนักลงทุนรอความคืบหน้าด้านรถไร้คนขับ หุ่นยนต์ Optimus และ AI มากกว่าตัวเลขยอดขายรถยนต์เพียงอย่างเดียว
3) Rivian: เริ่มเห็นแรงส่งจาก R2 และรถตู้เชิงพาณิชย์
- Rivian ส่งมอบรถ 12,194 คันในไตรมาส 2 ดีกว่าคาด และผลิตได้ 12,613 คัน ทำให้บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ส่งมอบทั้งปีเป็น 65,000–70,000 คัน จากเดิม 62,000–67,000 คัน จุดสำคัญคือการเริ่มส่งมอบ R2 ซึ่งเป็นรถ SUV ราคาต่ำกว่ารุ่นเดิม และถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญสู่การทำกำไรในอนาคต นอกจากนี้ยอดรถตู้ส่งของเชิงพาณิชย์และรุ่น R1 ก็เติบโตดี ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าการผลิตครึ่งปีหลังมีโอกาสดีขึ้น
4) Lucid: ยอดส่งมอบยังต่ำกว่าคาด แม้เริ่มเปลี่ยนทีมบริหาร
- Lucid ผลิตรถ 4,774 คัน และส่งมอบ 3,953 คันในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด สะท้อนว่าความต้องการในตลาดรถหรูไฟฟ้ายังไม่สม่ำเสมอ บริษัทจึงประกาศเปลี่ยน CFO และแต่งตั้งผู้บริหารใหม่หลายตำแหน่ง เพื่อทำให้องค์กรคล่องตัวขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มความรับผิดชอบในการทำงาน ภายใต้ CEO คนใหม่ Silvio Napoli ซึ่งกำลังพยายามเปลี่ยน Lucid ให้เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น แต่ระยะสั้นยังถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าคู่แข่ง
5) ตลาด EV อาจพ้นจุดต่ำสุด แต่การแข่งขันยังเข้มข้น
- ภาพรวมจากทั้ง 3 บริษัทชี้ว่า “ความต้องการ EV เริ่มฟื้น” โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันสูงและผู้บริโภคเริ่มกลับมาพิจารณารถไฟฟ้า แต่ผู้ผลิตที่มีรุ่นรถขายดี ฐานการผลิตใหญ่ และต้นทุนต่อคันลดลง จะได้เปรียบมากกว่า Tesla ได้แรงหนุนจาก Model Y/Model 3 และธุรกิจพลังงาน ส่วน Rivian เริ่มมีความหวังจาก R2 และรถตู้เชิงพาณิชย์ ขณะที่ Lucid ยังต้องพิสูจน์ว่าการปรับองค์กรจะช่วยแก้ปัญหายอดขายและต้นทุนได้จริง
บริษัท | ยอดส่งมอบ 2Q26 | เทียบปีก่อน / ไตรมาสก่อน | เทียบคาดการณ์ | ยอดผลิต 2Q26 | แนวโน้ม / ประเด็นสำคัญ |
|---|---|---|---|---|---|
Tesla | 480,126 คัน | +25% YoY, +34% QoQ | สูงกว่าคาดมาก โดยตลาดคาดต่ำกว่า 400,000–406,000 คัน | 451,758 คัน | Model 3/Y เป็นแรงหลัก ส่งมอบ 467,762 คัน ขณะที่ยอดขายยุโรปและจีนฟื้น แต่หุ้นลงเพราะตลาดรอความคืบหน้า AI, รถไร้คนขับ และหุ่นยนต์มากกว่าแค่ยอดขายรถ |
Rivian | 12,194 คัน | +14% YoY, +18% QoQ | สูงกว่าคาดราว 10,600–11,000 คัน และสูงกว่า guidance 9,000–11,000 คัน | 12,613 คัน | ได้แรงหนุนจากรถตู้ส่งของเชิงพาณิชย์, R1 และเริ่มส่งมอบ R2 ทำให้บริษัทปรับเพิ่มเป้าส่งมอบทั้งปีเป็น 65,000–70,000 คัน |
Lucid | 3,953 คัน | +19% YoY | ต่ำกว่าคาดราว 4,452–4,952 คัน | 4,774 คัน | ยอดส่งมอบยังต่ำกว่าคาด แม้เติบโตจากปีก่อน บริษัทเปลี่ยน CFO และปรับทีมบริหารเพื่อเร่งลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ |
มุมมองของ InnovestX
- ในภาพรวม Tesla และ Rivian สะท้อนภาพ EV กลับมาฟื้น โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและการฟื้นตัวในยุโรป แต่สำหรับ Tesla นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับ AI, รถไร้คนขับ และหุ่นยนต์ มากกว่ายอดขายรถระยะสั้น ส่วน Rivian จุดชี้ขาดคือการเร่งผลิต R2 และการทำกำไรต่อคันให้ดีขึ้น
- มุมมองด้านการลงทุน Tesla ยังเหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้และมองระยะยาวจาก AI/รถไร้คนขับ/พลังงาน มากกว่าธุรกิจรถอย่างเดียว
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

