Café Invest
Markets

คลังอาวุธสหรัฐตึงตัว - ญี่ปุ่นเล็งเพิ่มงบกลาโหม

คลังอาวุธสหรัฐตึงตัว - ญี่ปุ่นเล็งเพิ่มงบกลาโหม

รายงานผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐชี้ว่าการใช้ยุทโธปกรณ์ในสงครามอิหร่านทำให้คลังอาวุธบางประเภทตึงตัว ขณะที่ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเพิ่มงบกลาโหมจากระดับใกล้ 2% ของ GDP ไปสู่กรอบสูงสุด 3.5% โดย INVX มองเป็นบวกเชิงโครงสร้างต่อกลุ่มกลาโหม โดยเฉพาะขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ อากาศยาน เรดาร์ และระบบสื่อสาร โดย RTX, Lockheed Martin และ Mitsubishi Heavy Industries เป็นหุ้นที่เชื่อมโยงกับธีมดังกล่าวโดยตรงมากที่สุด

1. สหรัฐเผชิญข้อจำกัดด้านคลังอาวุธ หลังการใช้ยุทโธปกรณ์ในระดับสูง

รายงานผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า การใช้อาวุธจำนวนมากในปฏิบัติการ Epic Fury ต่ออิหร่าน ส่งผลให้ยุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์บางประเภทมีระดับคลังสำรองตึงตัว และสะท้อนข้อจำกัดของฐานการผลิตในการเติมอาวุธกลับเข้าสู่ระบบ โดยกระทรวงกลาโหมประเมินมูลค่าอาวุธที่ใช้ไปถึงปลายเดือน มิ.ย. 2026 ที่ประมาณ $22.3bn ขณะที่ต้นทุนรวมของสงครามในช่วงดังกล่าวมากกว่า $33bn

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงต้นทุนของการทำสงคราม แต่รวมถึงความสามารถของอุตสาหกรรมกลาโหมในการผลิตอาวุธทดแทนให้เพียงพอ โดยฝ่ายจัดซื้อของกระทรวงกลาโหมกำลังเร่งลดระยะเวลาจัดซื้อ เพิ่มกำลังการผลิต และสะสมวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และยุทโธปกรณ์สำคัญ อย่างไรก็ดี กระทรวงกลาโหมสหรัฐยังโต้แย้งว่าการกล่าวว่าคลังอาวุธโดยรวมของประเทศอยู่ในภาวะหมดลงเป็นการตีความที่เกินจริง ดังนั้นควรมองเป็น ความตึงตัวของอาวุธบางประเภทมากกว่าการขาดแคลนอาวุธทั้งระบบ

2. จากการใช้อาวุธ สู่รอบการเติมคลังระยะหลายปี

ในเชิงอุตสาหกรรม ผลกระทบสำคัญคือการเข้าสู่รอบ เติมคลังยุทโธปกรณ์ หลังมีการใช้อาวุธในระดับสูง เนื่องจากรัฐบาลจำเป็นต้องฟื้นระดับคลังสำรองกลับสู่เป้าหมาย พร้อมสร้างความพร้อมสำหรับความขัดแย้งในอนาคต

กระบวนการดังกล่าวมีแนวโน้มใช้เวลาหลายปี เพราะอุตสาหกรรมกลาโหมมีข้อจำกัดทั้งด้านโรงงาน วัตถุดิบ ชิ้นส่วนเฉพาะทาง และแรงงาน ส่งผลให้ผู้ผลิตรายใหญ่มีโอกาสได้รับสัญญาจัดซื้อระยะยาวและมีความชัดเจนของคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม ขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ กระสุนความแม่นยำสูง และเรดาร์

3. ญี่ปุ่นอาจยกระดับงบกลาโหมจากใกล้ 2% สู่กรอบสูงสุด 3.5% ของ GDP

พร้อมกันนั้น ญี่ปุ่นกำลังพิจารณายกระดับเป้าหมายรายจ่ายด้านกลาโหมในระยะกลาง โดยหนึ่งในกรอบที่มีการกล่าวถึงคือการเพิ่มขึ้นสู่ 3.5% ของ GDP เทียบกับระดับใกล้ 2% ในปัจจุบัน ขณะที่เป้าหมายที่ต่ำกว่า เช่น 3% ก็ยังเป็นไปได้

หากใช้อัตรา 3.5% เทียบกับประมาณการ GDP ปัจจุบัน งบกลาโหมอาจเพิ่มขึ้นเป็นราว ¥24tn ต่อปี มากกว่าสองเท่าของระดับปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่นโยบายที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นยังยืนยันว่าการกำหนดงบจะพิจารณาจากความจำเป็นด้านขีดความสามารถทางทหารมากกว่าการเริ่มจากตัวเลขเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

4. ตัวแปรสำคัญของญี่ปุ่นคือ นิยามงบ และ ระยะเวลา

ผลต่อบริษัทกลาโหมญี่ปุ่นจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดมากกว่าตัวเลข 3.5% เพียงอย่างเดียว โดยประเด็นแรกคือ นิยามของงบกลาโหม ว่าจะนับเฉพาะการจัดซื้อยุทโธปกรณ์หลัก หรือรวมงบด้านโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยยามฝั่ง และรายการด้านความมั่นคงอื่นด้วย

อีกประเด็นคือ ระยะเวลาในการเพิ่มงบ หากญี่ปุ่นเร่งเพิ่มงบในช่วงประมาณ 5 ปี ผลต่อคำสั่งซื้อของผู้ผลิตจะเด่นกว่ากรณีทยอยเพิ่มตลอด 10 ปี เพราะบริษัทต้องเร่งขยายกำลังการผลิตและรับรู้คำสั่งซื้อได้เร็วขึ้น

5. มุมมองของ INVX

เรามองเป็นบวกเชิงโครงสร้างต่ออุตสาหกรรมกลาโหมในระยะกลางถึงยาว จากทั้งการเติมคลังอาวุธของสหรัฐ การเร่งเพิ่มกำลังผลิต และแนวโน้มเพิ่มงบกลาโหมของญี่ปุ่น โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์เด่นคือ ขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ อากาศยาน เรดาร์ และระบบสื่อสารทางทหาร ซึ่งมีโอกาสเห็นคำสั่งซื้อระยะหลายปีเพิ่มขึ้น

ในฝั่งสหรัฐ หุ้นที่เชื่อมโยงโดยตรงกับธีมนี้ ได้แก่ RTX และ Lockheed Martin ขณะที่ Northrop Grumman และ General Dynamics ได้แรงหนุนจากงบกลาโหมและการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่สูงขึ้น ส่วนญี่ปุ่น Mitsubishi Heavy Industries มีโอกาสได้ประโยชน์มากที่สุดจากการเพิ่มงบในด้านขีปนาวุธ อากาศยาน และระบบป้องกันประเทศ ตามด้วย IHI, Kawasaki Heavy Industries, Mitsubishi Electric และ NEC

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

คลังอาวุธสหรัฐตึงตัว - ญี่ปุ่นเล็งเพิ่มงบกลาโหม | Café Invest